อกธรณี

เรื่องย่อ "อกธรณี"

เรื่องย่อ อกธรณี

        “อกธรณี”
       
       บทประพันธ์ : ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี)
       บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
       กำกับการแสดง : ประทุม มิตรภักดี
       ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
       ผู้ผลิต : ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น
       อำนวยการผลิต : คณะกรรมการพิจารณาการผลิตโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
       วันเวลาออกอากาศ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ เวลา 18.45 - 19.40 น. ทางช่อง 7 สี และช่อง 35 ในระบบ HD พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของละคร ได้ที่ https://www.facebook.com/BBTV.Ch7 www.ch7.com และ Instagram : @bbtv_ch7
       ระยะเวลาออกอากาศ : ตอนแรกวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์

 

 

     เรื่องย่อ

       

       เสียงกลองโพนเร้าใจแว่วนำมา แล้วสักครู่จึงมีเสียงตะโกนบอกต่อๆกันว่า “นมพระมาแล้ว…. นมพระมาแล้ว….”ผู้คนมากมายที่มุงแน่นอยู่ตลอดแนวถนนราชดำเนินต่างไหวตัวคึกคัก จากนั้นขบวนชักพระอันเป็นประเพณีสำคัญประเพณีหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ปรากฏแก่สายตา ทุกขบวนมุ่งสู่สนามหน้าเมือง แต่ละขบวนตกแต่งประชันกันอย่างสุดฝีมือ

       

       รถสามล้อถีบคันหนึ่งกำลังผ่านโบสถ์พราหมณ์และหอพระอิศวรมาถึงตลาดท่าม้าและเบรกหยุดลงทันใดตามคำสั่งของผู้โดยสาร ผู้โดยสารคนนั้นลงจากรถ และเราจะเห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่หล่อมาก ร่างสูงล่ำสันสง่าผึ่งผายบ่งบอกความเป็นชายชาตรีทุกกระเบียดนิ้ว การแต่งกายบอกชัดว่าเขามาจากเมืองหลวง ชายหนุ่มเดินไปดูขบวนชักพระร่วมกับคนอื่นที่ริมถนน นมพระขบวนหนึ่งที่เข้ามาใกล้มีสาวสวยแต่หน้าทะเล้นรำนำหัวขบวนลอยหน้าลอยตาเฉิบๆ เธอรำไปด้วยต่อปากต่อคำแหย่ น้าแม้น ชายผู้สูงวัยกว่าซึ่งทำหน้าที่ตีกลองโพนในขบวน แม้นเรียกนังสาวหน้าทะเล้นว่า กำไล และฉับพลันที่กำไลเห็นชายหนุ่มชาวกรุง เธอทิ้งขบวนโลดแล่นมาหาเขาทันใดด้วยความดีใจเหลือแสน กำไลเรียกเขาว่าพี่ ลอย ความดีใจทำให้กำไลพูดจนแทบไม่หายใจและแทบไม่เว้นช่องว่างให้ชายหนุ่มได้พูดเลย ลอยถามถึง สารภี กำไลบอกว่าสารภีไปทำบุญที่วัดพระมหาธาตุกับแม่ เมื่อลอยจะไปวัดกำไลขอตามไปด้วย เธอบอกว่ารับรองว่าเธอจะไม่ไปขัดคอลอยกับสารภี และเมื่อกำไลบอกว่าลอยมาได้เวลาดอกนุ่นบานพอดี คำพูดนั้นดึงให้ภาพในอดีตหวนกลับมาสู่ลอย คืนดอกนุ่นบานมีความหมายกับเขายิ่งนัก

 

       

       เขาคือ ลอย บุญลือ เด็กชายผู้เมื่อจำความได้ก็เห็นแต่ว่าเขาอยู่กับ ย่าจันทร์ ที่บ้านท้ายตรอกตึกดิน เขาไม่มีพ่อไม่มีแม่ ย่าบอกว่าเขาเป็นลูกตะเข้ที่ลอยน้ำมาจากคลองหน้าเมืองแล้วย่าไปพบจึงเก็บมาเลี้ยง ย่าทำขนมตาลขาย และลอยคือลูกมือจอมขี้เกียจคนเดียวของย่า รวมไปถึงช่วยย่าขายขนมด้วย เมื่อลอยอายุครบเข้าโรงเรียน ย่าพาไปฝากเรียนที่โรงเรียนเทศบาล1 วัดพระเดิม แต่ลอยเรียนได้เพียงชั้นประถมสามก็ออก เพราะไปทำร้ายเพื่อนจนถูกครูตี และเมื่อลอยเห็นว่าย่าไม่พอใจที่ครูตีหลาน ลอยจึงแสร้งทำมารยาสาไถยเพราะความขี้เกียจเรียน แต่ย่าก็ไม่ได้ให้ลอยเลิกเรียน ย่าย้ายลอยไปอยู่โรงเรียนเทศบาล2 วัดเสมาเมือง และที่โรงเรียน นี้คือจุดพลิกผันชีวิตจุดแรกของลอย

       

       เด็กนักเรียนหญิงชั้นมูลคนหนึ่งร้องไห้อยู่ข้างบ่อน้ำ รอบตัวเธอเด็กชายวัยเดียวกับลอย 3 คนกำลังยั่วให้เธอแย่งพวงมาลัยดอกพิกุลอยู่ หัวโจกของกลุ่มเด็กชายเกเรชื่อ ถวิล วิทยพันธุ์ ส่วนลูกไล่อีก 2 คนชื่อ สมพงษ์ กับ เอียด ลอยขอร้องให้ถวิลคืนพวงมาลัยแก่เด็กหญิง แต่ถวิลไม่คืน แถมยังพูดจายียวนชวนมีเรื่อง เด็กหญิงกลัวว่าจะมีเรื่องจึงบอกลอยว่าเธอไม่เอาพวงมาลัยแล้ว และชวนลอยไป ลอยถูกขัดขาล้มลงและถูกพวกถวิลหัวเราะเยาะ ลอยไม่ยอมให้ใครทำข้างเดียวอยู่แล้วจึงต่อยถวิล ลูกน้องของถวิลตะโกนดังลั่นว่าลอยต่อยลูกนายอำเภอ! เมื่อเรื่องถึงครูลอยถูกลงโทษอยู่คนเดียวเพราะพวกของถวิลเป็นพยานให้ถวิลว่าลอยหาเรื่องและต่อยถวิลก่อน ประกอบกับครูรู้ประวัติเกเรของลอยจากโรงเรียนเก่า ลอยจึงถูกลงโทษตี 5 ทีและถูกกักอยู่ในห้องเรียนต่ออีก 1 ชั่วโมงหลังโรงเรียนเลิก ส่วนพวกถวิลไม่โดนลงโทษเลย ลอยเจ็บใจนักเขาคิดเลยว่าเขาถูกลงโทษเพราะถวิลเป็นลูกนายอำเภอ และเขาเป็นเด็กชายลอยลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ หลานแม่ค้าผู้ยากจน เมื่อครบเวลากักตัว ลอยออกจากห้องเรียนจะกลับบ้าน และเมื่อถึงศาลาหน้าโรงเรียน ลอยชะงักเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงเจ้าของพวงมาลัยดอกพิกุลนั่งรอเขาอยู่ เธอบอกว่าเธอรอกลับบ้านพร้อมลอยเพราะลอยถูกลงโทษเพราะเธอ ลอยย้ำว่าเขาถูกลงโทษเพราะถวิลเป็นลูกนายอำเภอ เด็กหญิงขอกลับบ้านกับลอย เธอบอกว่าเธอชื่อกำไล และเธอจำชื่อลอยได้ตั้งแต่ตอนลอยชกกับถวิลความเจ็บใจในความไม่ยุติธรรมของครูทำให้ลอยเกลียดโรงเรียน ลอยจึงหนีโรงเรียน แต่เพื่อไม่ให้ย่ารู้ ลอยจึงทำทีเป็นไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่เข้าโรงเรียน ไปถอดชุดนักเรียนซุกไว้แล้วลงน้ำหาปลากัด วิดปลาไปตามเรื่อง กำไลไม่เห็นลอยไปโรงเรียนก็ไปดักดูที่ตรอกบ้านลอยและสะกดรอยตามไป กำไลพยายามชักชวนให้ลอยกลับไปเรียน แต่ลอยไม่ยอมไป กำไลจึงหนีโรงเรียนมาจับปลากัดกับลอยทุกวันเด็กสองคนสนุกสนานกันมากตลอดเวลาเกือบเดือนที่หนีโรงเรียน แต่ในที่สุดความก็แตก ลอยถูกย่าตี กำไลถูกแม่ตี ลอยบอกว่าเขาจะไม่เลิกหนีโรงเรียน กำไลบอกว่าถ้าลอยยังหนีโรงเรียนเธอก็จะหนีด้วย เธอกลัวลอยไม่มีเพื่อน ลอยคิดดูแล้วบอกว่าพักนี้จะยังไม่หนีจะให้ย่าหายสงสัยก่อน

       

       วันประกาศผลสอบไล่ซึ่งเป็นวันที่นักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลด้วยครูใหญ่ประกาศว่าตั้งแต่โรงเรียนตั้งมา ปีนี้เพิ่งมีนักเรียนคนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์การสอบได้เปอร์เซ็นต์อย่างมหัศจรรย์ เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมสี่ ชื่อ ลอย บุญลือ ครูใหญ่เชิญลอยออกไปปรากฏตัวต่อที่ประชุม ลอยออกไปอย่างงงๆ ครูใหญ่ให้นักเรียนทุกคนดูลอยไว้ แต่ย้ำว่าไม่ให้เอาเป็นตัวอย่างเพราะลอยคือผู้ที่สอบไล่ได้คะแนนต่ำอย่างน่ามหัศจรรย์คือได้ 8 เปอร์เซ็นต์! ลอยอายสุดแสนที่จะอายแล้วครูใหญ่ประกาศต่อว่านักเรียนที่สอบไล่ได้คะแนนสูงสุดคือเด็กหญิงสารภี นักเรียนชั้น ป.3 ได้ 97.45 เปอร์เซ็นต์ และให้สารภีออกมารับรางวัลและยืนคู่กับลอย มันเป็นการเปรียบเทียบสิ่งที่ดีที่สุดกับสิ่งที่เลวที่สุด ลอยอายจนไม่กล้าสบตากับสารภีและใครๆเลย และในปีนั้นกำไลก็เป็นอีกคนที่สอบตก แต่ดูเธอจะไม่เดือดร้อนใจ กำไลบอกลอยอย่างปลื้มมากว่าสารภีเป็นพี่สาวของเธอ และในวันแห่งความอัปยศของลอยเช่นกันที่เหตุการณ์อันจะทำให้ชีวิตเขาพลิกผันเกิดขึ้น ครูจำรัส ครูประจำชั้นของลอยบอกให้ลอยไปที่ห้องพักของท่าน ท่านบอกว่าแม่ของเขาคอยอยู่ที่นั่น! แม่ของลอยเป็นหญิงกลางคนที่ดูมีราศีและฐานะดี เธอจะรับลอยไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพ แต่ลอยยืนกรานไม่ไป ครูแนะนำแม่ให้ไปขอลอยกับย่าของเขา แม่ของลอยไปหาย่าที่บ้าน ย่าโกรธชนิดที่ลอยไม่เคยเห็น และไม่ยอมให้แม่เหยียบบ้าน และไล่แม่ไปอย่างไล่หมูหมา ลอยได้ยินย่าออกชื่อแม่ว่า โฉม คืนนั้นย่านิ่งมาก นิ่งคิดอะไรอยู่เป็นนาน แล้วย่าจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของพ่อแม่ลอยให้ลอยฟัง ลอยจึงได้รู้ว่าที่แท้แล้วเขาเป็นลูกชายนายอำเภอ ลูกพ่อเดียวกับถวิลคู่ปรับตัวร้ายของเขาแต่คนละแม่ แม่ของลอยโกรธพ่อที่ไม่รับผิดชอบเมื่อทำเธอท้อง แล้วยังไปติดพันลูกสาวคนรวย เมื่อลอยคลอด แม่ของลอยจึงเอาลอยไปทิ้งไว้ที่โต๊ะทำงานพ่อ พ่อลอยกลัวภรรยาใหม่รู้เรื่องจึงเอาลอยมาให้ย่าเลี้ยง แล้วแม่ของลอยแต่งงานใหม่กับคนกรุงเทพไปอยู่กรุงเทพจนสร้างฐานะดีพอที่จะมารับลอยกลับไปเลี้ยงเอง ลอยดูไม่สนใจที่มีพ่อเป็นถึงนายอำเภอ และแม่เป็นคนมีเงินก่อนลอยจะเข้านอน เขาบอกย่าว่าเขาเป็นลูกจระเข้ลอยน้ำมาในคลองหน้าเมือง ลอยไม่เห็นว่าย่าของเขาน้ำตาซึมเพราะคำพูดนั้น

       

       ลอยยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดิม การที่เขาสอบตกทำให้เขาเรียนชั้นเดียวกับสารภี สารภีช่วยทบทวนวิชาให้ลอย ช่วยให้เขาลอกการบ้าน จนลอยสอบผ่านไปได้ทุกปี ความสนิทสนมของลอยกับสารภีจึงเพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นความรักเมื่อทั้งคู่โตเป็นหนุ่มเป็นสาว คืนดอกนุ่นบาน ค้างคาวมีมากเพราะมากินดอกนุ่น ลอยไปดักยิงค้างคาวเอามาแกงกินทุกปี โดยมีกำไลเป็นลูกน้องตามไปด้วยทุกครั้ง แต่เมื่อสารภีห้ามลอย ลอยก็เชื่อฟัง เลิกยิงค้างคาวไปเลย ทำเอากำไลไม่มีเรื่องสนุกเล่นในคืนดอกนุ่นบาน คืนหนึ่งที่ดอกนุ่นบานและลอยยังสนุกกับการยิงค้างคาวกับกำไล เมื่อจะกลับบ้านฝนตกลงมาอย่างหนัก ลอยพากำไลไปหลบฝนในโบสถ์ร้างซึ่งมีพระประธานเก่าและดูทรุดโทรมพอๆกับสภาพของโบสถ์ แต่ดูศักดิ์สิทธิ์ ลอยบอกกำไลว่าเขาถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน เขามั่นใจว่าเขาเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียว กำไลขอเป็นด้วย ลอยอนุญาต เขาสอนให้กำไลอธิษฐานฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และเหมือนพระท่านจะสำแดงความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกำไลกล่าวคำอธิษฐานจบ เสียงฟ้าลั่นครืน ลอยบอกว่านั่นแสดงว่าพระท่านรับกำไลเป็นศิษย์ของท่านแล้ว ถึงหน้าน้ำ น้ำเอ่อท้นจากคลองหน้าเมืองท่วมทุ่งนาเจิ่งเป็นทุ่งน้ำหนุ่มสาวจะชวนกันพายเรือชมจันทร์และพลอดรักกัน ลอยไปรับสารภีพายเรือไปถึงคลองท่าลาดตัดบอน จับตั๊กแตนและชมจันทร์ด้วยกัน และลอยแกล้งล่มเรือ เล่นน้ำกับสารภีและบอกรักเธอ ลอยมั่นใจว่าสารภีก็รักเขา เขาอยากได้ยินเธอบอกรักเขาด้วย แต่สารภีบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เธอจะบอก ลอยจูบมือสารภี นั่นเป็นจูบแรกในชีวิตของเขาต่อหญิงคนแรกในชีวิตของเขาเช่นกัน เมื่อลอยกลับถึงบ้านด้วยความฉ่ำชื่นล้นหัวอก น้าแม้นบอกเขาว่าย่าเป็นลมตายแล้ว! ลอยร้องไห้มากที่สุด ปวดร้าวปานว่าหัวใจ จะขาด และมาจนถึงทุกวันนี้ หากใครถามเขาว่าเขาเคยเศร้าเสียใจครั้งไหนมากที่สุด ลอยจะตอบได้ ทันทีว่าครั้งที่เขาสูญเสียย่าวันเผาศพย่า ลอยรู้จักคนทุกคนที่มาเผา เว้นอยู่เพียงคนเดียวซึ่งแต่งชุดสากล ภูมิฐานมาก และผู้คนแสดงความนอบน้อมต่อชายผู้นี้มาก ลอยได้ยินใครคนหนึ่งเรียกเขาว่า “นายอำเภอ” และเมื่อรู้แล้วว่าชายผู้นั้นเป็นใคร ลอยก็มิได้สนใจเขามากไปกว่าศพของย่า นายอำเภอคือคนแรกที่วางดอกไม้จันทน์เผาศพย่า และลอยวางเป็นคนสุดท้าย นายอำเภอคือพ่อของลอย……

       

       ลอยได้ข่าวว่าพ่อจะขายที่ดินที่เป็นที่ตั้งบ้านย่า เขาไปหาพ่อที่บ้าน แต่ไม่ยอมเข้าบ้าน และไม่ยอมเรียกว่าพ่อ พ่อพูดเหมือนระแวงว่าลอยจะมาอยู่ด้วย ลอยบอกว่าเขาไม่มารบกวนใดๆ แต่จะขอไม่ให้ขายบ้านย่า พ่อลูกต่างพูดไม่เข้าหูกันอยู่พักใหญ่ นายอำเภอยอมไม่ขายบ้านย่า ลอยมีที่อยู่แต่มีปัญหาว่าจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนหนังสือ ความรู้ในการทำขนมขายเมื่อครั้งช่วยย่าอย่างสุดแสนขี้เกียจถูกพลิกฟื้นมาเป็นทางหากิน สารภีและกำไลมาช่วยลอยทำขนมด้วย ลอยส่งเสียตัวเองจนเรียนจบมัธยม 6 เขาบอกสารภีว่าเขาจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพเพื่อให้มีความรู้สูงๆกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวให้เป็นหน้าเป็นตาแก่สารภี ลอยไปเรียนโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพ ลอยและสารภีเขียนจดหมายรักหวานจ๋อยถึงกันเสมอ จนกระทั่งลอยเรียนจบ

       

       ณ วันนี้ ลอย บุญลือ กลับมายังบ้านเกิด ที่มีสาวที่เขารักสุดหัวใจรออยู่ ลอยไปพบสารภีที่วัดพระมหาธาตุ และไปคุยกับเธอต่อที่บ้าน สารภีงอนที่ลอยกลับมาแต่ไปหากำไลก่อนเธอ ลอยอธิบายให้ฟัง เขาย้ำว่าตั้งแต่ย่าตาย คนที่เขารักที่สุดคือสารภี ส่วนกำไลนั้นรักเหมือนน้องสาว ลอยคุยกับสารภีด้วยความคิดถึงจนดึกจึงกลับ ลอยจูบลาสารภี กำไลแอบดูอยู่เห็นตลอด กำไลมาดักลอย แหย่ลอยตามประสาแก่นแก้วและให้ลอยอ้อนวอนตนดีๆไม่ให้บอกใครว่าลอยจูบสารภี ลอยจำยอม กำไลพาลอยไปที่โบสถ์ร้าง พูดถึงความหลังครั้งที่ลอยให้กำไลสมัครเป็นลูกศิษย์ของพระประธานในโบสถ์ กำไลบอกว่าเธอขอให้พระช่วยให้ลอยมีความสุขและเรียนจบ แล้วกำไลจะถวายดอกบัว 100 ดอกแก้บน กำไลจึงพาลอยมาแก้บนด้วย ลอยประทับใจในน้ำใจของกำไล เขากราบพระร่วมกันกับกำไล ลอยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอสารภี ผู้ใหญ่คล้อย พ่อของสารภีไม่สู้เต็มใจนักเพราะลอยจน แต่เพราะลอยเป็นนักเรียนกรุงเทพ ก็ดูพอจะมีหน้ามีตาบ้าง และประกอบกับสารภีรักลอย นายคล้อยจึงจำยอม ลอยหมั้นสารภีไว้ก่อน และกำหนดอีก 2 เดือนจะแต่งงานกัน ลอยพาสารภีไปเที่ยวท่าลาดและเจอฝนตกหนัก หลบรอฝนหายและได้เสียกันท่ามกลางสายฝน ครูสมพงษ์ ครูโรงเรียนเดียวกับสารภี แอบรักสารภีอยู่และหาทางช่วงชิงสารภีมาจากลอยตลอดเวลาแม้ว่าสารภีจะหมั้นและกำลังจะแต่งงานกับลอยอยู่แล้วก็ตาม เขาได้ยินที่กำไลปรับทุกข์กับน้าแม้นเรื่องลอย และน้าแม้นพูดจนกำไลยอมรับว่ารักลอย ครูสมพงษ์คิดจะยืมมือกำไลทำลายความรักของสารภีกับลอย เผื่อว่ากำไลจะเห็นแก่ได้ แย่งลอยไปจากสารภีและเขาจะได้เข้าหาสารภีได้ แต่เมื่อเขาพูดกับกำไลกลับโดนกำไลด่าซะไม่มีดี สมพงษ์โกรธกำไลมาก เขาปล่อยข่าวเรื่องที่ลอยแอบจูบกับสารภีไปทั่วทั้งตลาด และเรื่องวกมาเข้าหูสารภี สารภีเข้าใจผิดว่าลอยเป็นคนเอาเธอไปโพนทะนา เธอโกรธลอย ลอยปักใจว่ากำไลพูด เพราะเรื่องนี้นอกจากเขากับสารภีแล้วก็มีกำไลที่แอบเห็น เขาโกรธกำไล และเมื่อสารภีรู้ เธอโกรธขนาดตบหน้ากำไล พ่อและแม่ก็พลอยโกรธกำไลไปด้วย

       

       คล้อยมีธุระต้องไปบ้านกำนันและต้องอยู่ช่วยงานจนสว่าง นางผ่อง แม่ของสารภีกับกำไล ซึ่งเป็นโรคหัวใจเจ็บออดๆแอดๆตลอดเวลากำลังเป็นไข้ สารภีและกำไลอยู่บ้านทั้งสองคน แต่นายคล้อยฝากให้สารภีเพียงคนเดียวเท่านั้นดูแลแม่ โดยไม่แยแสกำไลเลย สารภีก็กีดกันไม่ให้กำไลดูแลแม่ กำไลรู้สึกว่าการลงโทษครั้งนี้โหดร้ายนักเพราะเธอรักแม่มาก แต่กำไลยังต้องเผชิญกับเรื่องที่โหดร้ายกว่า…… หลังจากสารภีกีดกันไม่ให้กำไลเข้าใกล้แม่โดยบอกแม่ว่าเธอจะนอนเป็นเพื่อนแม่ที่ห้อง กำไลเศร้ามาก กลับไปห้อง ตกดึก ฝนตกหนักไม่ลืมหูลืมตาและฟ้าคะนองมาก กำไลตื่นเพราะเสียงฟ้าเธอไปสำรวจบ้านว่าฝนจะสาดหรือรั่วตรงไหนบ้าง ระหว่างที่เดินผ่านห้องสารภี เธอเห็นว่าหน้าต่างไม่ได้ปิดและฝนสาดเข้าห้อง กำไลจะไปปิดหน้าต่าง เดินผ่านช่วงที่หลังคารั่ว น้ำพรูลงมาใส่ตะเกียงดับ และรั่วลงเตียงนอนด้วย กำไลคลำในความมืดเพื่อย้ายที่นอนของสารภีให้พ้นน้ำ ทันใดเธอรู้สึกว่าโดนกอดและมีเสียงเรียกชื่อสารภี กำไลตัวชาไปหมด เสียงนั้นคือเสียง ลอย บุญลือ เขาพร่ำเรียกชื่อสารภีและพร่ำรำพันรักและกอดจูบลูบโลม กำไลตัวแข็งไปหมด แต่เพราะความรักที่ฝังลึกในใจทำให้กำไลไม่ขัดขืน เธอไม่คิดจะแย่งลอยมาจากสารภี ความสาวของเธอ เธอจะให้แก่ชายที่เธอรักโดยมิหวังผลตอบแทนใดๆ และจะไม่มีวันที่ใครจะรู้ นอกจากเธอคนเดียว แต่…..คล้อยกลับมาบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางสารภีจึงกลับห้อง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป สารภีตัวแข็งทื่อ ลอยนอนกอดกำไลอยู่บนเตียงของเธอ! สารภีด่ากราดทั้งลอยทั้งกำไล เธอถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้าลอย ประกาศตัดขาดลอย ลอยจะชี้แจงอย่างไรก็ไม่ฟัง ลอยต่อว่ากำไล กำไลนิ่งอึ้งไม่เห็นหนทางจะชี้แจงใดๆ คล้อยตบกำไลกระเด็นและเตะถีบซ้ำ สารภีไปกรี๊ดเล่าให้แม่ฟัง นางผ่องเป็นลมและขาดใจตายเพราะโรคหัวใจกำเริบ คล้อยจะยิงกำไลให้ตายตกตามแม่ไปด้วย แต่ลอยขวางไว้ ขอร้องผู้ใหญ่คล้อยว่ากำไลถูกลงโทษมากพอแล้ว แต่คล้อยไม่ยอม จะยิงกำไลให้ได้ ลอยบอกว่าให้ยิงเขาเสียด้วยเลย เพราะเมื่อสารภีทิ้งเขาชีวิตเขาก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว คล้อยหาว่าลอยท้า จะยิงลอยด้วย กำไลเอาตัวเข้าขวางไว้ บอกให้ลอยหนีและให้พ่อยิงเธอ คล้อยยิงจริงๆ แต่กระสุนไม่โดนใครเพราะชุลมุนกัน สารภีได้ยินเสียงปืนมาห้ามไว้ทันก่อนที่คล้อยจะยิงซ้ำ เธอบอกว่าเธอเสียแม่ไปคนหนึ่งแล้ว ไม่อยากเสียพ่อไปอยู่ในคุกอีก คล้อยไล่กำไลออกจากบ้านและไม่ให้เหยียบกลับมาอีก แม้แต่ศพแม่ก็ไม่ให้มาเผา ฝนอู้มาอีกเสียงกลองคุมศพดังก้องบอกกล่าวว่ามีการสวดศพ สารภีนั่งซึมโศกอยู่ที่ศาลา เธอจึงไม่เห็นว่านอกเขตวัดมีร่างหนึ่งยืนอยู่กลางสายฝนมองศพที่ตั้งอยู่อย่างโหยละห้อย สำหรับกำไล เสียงกลองคุมศพสะเทือนสะท้านในอกเหมือนเสียงแช่งด่าของแม่ กำไลร้องไห้ซบลงกับผืนดินกราบศพแม่ มีมือหนึ่งแตะกำไลอย่างเมตตา มือนั้นคือมือน้าแม้น กำไลคร่ำครวญกับแม้นว่าเธอฆ่าแม่

       

       แต่แม้นว่าคนฆ่าแม่คือสารภี แม้นให้กำไลไปอยู่ด้วยที่บ้าน ศพนางผ่องเผาวัดเดียวกับที่เคยเผาศพย่าของลอย สารภีขึ้นเผา เธอรู้สึกว่ามีคนมายืนเคียงเธอ เสียงคนที่มายืนเคียงทำให้เธอรู้ว่าเขาคือลอย บุญลือ ลอยเปล่งคำอธิษฐานดังอย่างจงใจจะให้สารภีได้ยิน เขาขอให้วิญญาณของย่าและวิญญาณของนางผ่องเป็นพยานว่าเหตุการณ์ในคืนฝนตกหนักนั้นลอยทำไปด้วยความหลงผิด ด้วยความรักและความคิดถึงสารภีเป็นที่ตั้ง สารภีไม่สนใจแม้แต่จะมองหน้าลอย เธอวางดอกไม้จันทน์แล้วลงจากเมรุ เธอไม่ให้อภัยเขา

       

       ใกล้ค่ำ คนที่มาเผาศพกลับกันหมดแล้ว เหลือแต่สัปเหร่อซึ่งคอยเติมฟืนเชิงตะกอนให้ไฟโชน ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมองไฟที่ลุกโชนด้วยความเศร้ารันทดเหลือแสน ร่างนั้นคือกำไล เธอมารำพันความรันทดและขออโหสิกรรมแม่ กำไลยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นนานนับชั่วโมงจนกระทั่งไฟมอดหมดจึงกลับ เมื่อมาถึงสะพานซึ่งเป็นสะพานเดียวที่จะข้ามคลอง กำไลเจอลอยนั่งเหม่ออยู่ในความมืด เธอพยายามเดินอย่างเบาที่สุดและห่างลอยที่สุด แต่ลอยก็เรียกเธอให้นั่งคุยกับเขา เหมือนลอยจะนั่งรอเธออยู่ ลอยพร่ำถึงอดีตอันแสนสุขเมื่อครั้งเขายังเป็นเด็กและมีกำไลเป็นคู่หู และในที่สุดลอยบอกกำไลว่าเขาขอโอกาสชดใช้ที่เขาทำกับกำไลไว้ เขาขอกำไลแต่งงาน กำไลปฏิเสธ ลอยพากเพียรไปหากำไลที่บ้านน้าแม้นและขอแต่งงานกับเธอทุกวัน แต่กำไลก็ปฏิเสธทุกวัน แม้นว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนบ้าเหมือนกำไลที่อยากมีลูกกับผู้ชายที่ตัวเองรักโดยไม่ยอมแต่งงานกับเขา ยอมท้องป่องโดยไม่มีพ่อให้ลูก กำไลว่าเธอมีความสุขที่ได้เลี้ยงลูกของผู้ชายที่เธอรักนั่นก็พอแล้ว แล้ววันหนึ่งลอยก็ไม่เจอกำไลอีกเลย เธอทิ้งไว้แต่จดหมายบอกว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับลอยเด็ดขาด เธอจึงไปจากบ้านแม้น และจะไม่กลับมาอีก ลอยตัดสินใจจะบวช แต่เจ้าอาวาสวัดป่าขอมให้สติจนเขาทำความเข้าใจชีวิตได้ กำไลไปอยู่บ้าน เมี้ยน น้องสาวของแม้นซึ่งแต่งงานแล้วแยกไปอยู่กับสามีที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง กำไลรู้สึกเหมือนตั้งท้องเธอตื่นเต้นมาก แต่ในที่สุดก็ไม่ท้อง สารภีรู้สึกตัวว่าท้องเธอกลุ้มใจ ครูสมพงษ์ขอแต่งงานด้วย สารภีบอกให้ไปพูดกับพ่อ เธอแล้วแต่พ่อ ครูสมพงษ์ให้ผู้ใหญ่ไปทาบทาม แต่คล้อยรู้ว่าลูกไม่รักครูสมพงษ์แน่นอน และแกรู้ว่าสารภีท้องจึงปลอบสารภีให้แต่งงานกับลอย เพราะถึงอย่างไรลอยก็คือคนที่สารภีรักและคือพ่อของลูกในท้องสารภี แต่ความรักของสารภีที่มีต่อลอยตีกลับเป็นความเกลียดเสียแล้ว แต่เธอก็จำยอมแต่งงานกับลอยตามใจพ่อ และช่วงนั้นบริษัทที่กรุงเทพตอบรับลอยเข้าทำงานพอดี คล้อยจึงขายที่นาและตามลอยกับสารภีไปอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตคู่ของลอยกับสารภีที่กรุงเทพฯลุ่มๆดอนๆ เพราะสารภีฟุ้งเฟ้อ เงินเดือนลอยไม่พอให้เธอใช้ สารภีจึงต้องหางานทำด้วย และได้งานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า

       

       ถวิล วิทยพันธุ์ยังฝังใจความสวยของสารภีอยู่มาก เมื่อรู้ว่าสารภีทำงานที่ห้างของเขาถวิลจึงเริ่มมาติดพัน สารภีรู้จากเพื่อนว่าถวิลเป็นพ่อม่ายเมียตายและเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของห้าง เธอจึงรับไมตรีจากเขา ทั้งๆที่ยังมีลอยเป็นสามี ถวิลชวนสารภีไปอยู่ที่บ้านตนเองที่ว่างอยู่และให้หาทางเลิกกับลอย และให้ส่งคล้อยซึ่งแก่มากแล้วไปอยู่บ้านพักคนชราบางแค ถวิลรู้จักกับ วิชัย เจ้านายของลอย วิชัยเป็นหนี้บุญคุณถวิลอยู่ ถวิลจึงอ้างบุญคุณให้ไล่ลอยออกจากงาน วิชัยจำต้องทำตาม ถวิลปิดหนทางการหางานทำของลอยทุกทาง ทำให้ลอยตกงาน แต่ลอยไม่ย่อท้อพยายามออกหางาน จนเป็นลมหน้ามืดเพราะไม่ได้กินอาหาร เมื่อไปหาหมอ หมอแจ้งกับสารภีว่าลอยเป็นมะเร็งที่กระเพาะ ให้สารภีพาลอยมาผ่าตัดภายในสิ้นเดือน สารภีฟุ้งเฟ้อเผลอใจไปกับถวิล เธอมีความสุขมาก และไม่อยากมีลูก แต่ลอยขู่ว่าถ้าทำแท้งจะแจ้งตำรวจจับ สารภีคลอดลูกสาวเธอไม่สนใจลูกเลย ลอยรู้สึกผิดหวังมากเพราะตนเองก็ตกงาน เขาขอให้สารภีเลี้ยงดูลูกบ้างเพื่อต่อไปลูกจะได้รัก ลอยบอกสารภีว่านายอำเภอและโฉมคือพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา แต่นายอำเภอไม่เคยสนใจเขา เขาจึงไม่รักพ่อ เพราะฉะนั้นเขาจึงขอให้สารภีสนใจเลี้ยงลูกด้วยความรัก สารภีหัวเราะเยาะ ลอยขอร้องให้เห็นแก่ลูก ซึ่งต้องการกินนม สารภีบอกจะให้เงินซื้อนมแลกกับใบหย่า และบอกว่าลอยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จะอยู่ได้อีกไม่เกินสองปี ลอยโกรธทำร้ายสารภี แต่เมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง ลอยจึงได้สติ ลอยว่าสารภีเลวกว่าสัตว์ ถ้าเขาไม่เห็นแก่ลูกเขาจะฆ่าสารภี สารภีเอาใบหย่ามาให้ลอยเซ็นและแถมเงินให้หนึ่งหมื่นบาท ลอยตัดสินใจหย่าเพื่อลูก เขาใช้มีดกรีดเลือดและเอาปากกาจุ่มเลือดมาเซ็นชื่อในใบหย่า สารภีดีใจมาก เธอบอกว่าเธอเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนั้นเองว่าเธอมีความสุขมาก ที่แล้วๆมาเธอถือว่าเธอฝันร้าย…ความรักโง่ๆทำให้เธอฝันร้าย

       

       กำไลมาอธิษฐานขอพรให้ลอยที่พระประธานองค์เดิม แล้วกำไลตกใจยิ่งกว่าถูกผีหลอกเมื่ออธิษฐานเสร็จแล้วได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ด้านหลังพระประธาน แล้วลอย บุญลือปรากฏตัว ลอยเล่าเรื่องสารภี รุ่งขึ้นลอยพากำไลไปดูที่นาที่เขาซื้อไว้ลอยยกที่นาทั้งหมดให้กำไลและบอกว่าจะปลูกบ้านที่กำไลฝันอยากได้มาตั้งแต่เด็กให้ กำไลซาบซึ้งจนน้ำตาไหล เธอให้คำมั่นว่าจะรักษาที่นานี้ไว้ตลอดชีวิต ลอยบอกกำไลว่าเขาเป็นมะเร็งและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน กำไลตกใจแทบสิ้นสติ เธอบอกว่าชีวิตลอยมีค่าสำหรับเธอ เธอขอให้ลอยแต่งงานกับเธอ แม้ลอยจะมีชีวิตอยู่ได้แม้อีกเพียงวันเดียวก็มีค่ายิ่งสำหรับเธอ ลอยกอดกำไลร้องไห้ซาบซึ้งในความดีอันเสมอต้นเสมอปลายของเธอ ลูกของลอยหลวงพ่อที่วัดป่าขอมตั้งชื่อให้ว่า ฬุริยา ลอยตั้งชื่อเล่นให้ลูกว่า ไผ่ ลอยอยู่กับกำไลมาโดยกำไลเป็นคนทำงานหาเงินเข้าบ้าน แล้ววันหนึ่งในขณะกำไลกับลูกหลับ ลอยตัดสินใจออกจากบ้านไปเพราะทนให้กำไลเลี้ยงต่อไปไม่ได้ เขาเขียนจดหมายทิ้งไว้ขอให้กำไลเลี้ยงลูกให้ กำไลแทบจะทนอยู่ที่บ้านหลังที่เคยอยู่กับลอยไม่ได้ เธอไม่รู้จะระบายทุกข์กับใครยามเด็กน้อยถามหาพ่อ กำไลเฝ้าอธิษฐานพระประธานที่โบสถ์ร้างขอให้ลอยไม่ตาย ขอให้ลอยกลับมาหาเธอและลูก และที่รองรับทุกข์อีกแห่งของกำไลคือผืนแผ่นดิน กำไลได้แต่ซบหน้าร้องไห้กับแผ่นดิน เหมือนซบหน้ากับอกแม่ แต่นี่คืออกแม่ธรณี….อกธรณี…ที่คอยรับซับน้ำตาให้กำไล กำไลเลี้ยงไผ่ด้วยความหวังว่าสักวันลอยจะกลับมา จนไผ่โตเป็นสาวสวย แต่เพราะมีแม่ชื่อกำไล ไผ่จึงแก่นแก้วห้าวเฮี้ยวเหมือนแม่เมื่อยังสาว แต่ซ่อนความหวานของหญิงสาวไว้ในตัวด้วย ไผ่มีคู่หูเป็นชายรุ่นโตกว่าชื่อ ลออ ตั้งแต่เด็กจนเป็นสาวไผ่ต้องผจญกับความโหยหาพ่อและคำกล่าวที่ไม่ดีต่างๆถึงพ่อลอยของเธอ กำไลต้องคอยปลอบโยนและยืนยันตลอดว่าพ่อลอยของไผ่เป็นคนดีและไม่มีใครรักไผ่เท่าพ่อลอย

       

       พลตรีมหศักดิ์สุนทร และ คุณหญิง ต่อว่า วิมาน ลูกชายที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กและจบเกษตรกลับมา แต่ยังทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่ยอมทำงาน คุณหญิงต้องการให้วิมานแต่งงานกับ โลมตา สาวนักเรียนนอก ลูกสาวของถวิล วิทยพันธุ์ วิมานต่อว่าแม่อย่างขี้เล่นว่าตอนที่เขาอยู่เมืองนอก แม่บอกว่าหมั้น เกษรา ลูกสาว พลตรีเชษฐพงศ์ ไว้ให้ แล้วนี่ยังไงเปลี่ยนเป็นโลมตา แม่เล่าให้ฟังว่า พลตรีเชษฐพงศ์ขอถอนหมั้นไปเพราะพ่อของวิมานซึ่งเป็นอธิบดีกรมการข้าวในขณะนั้นโดนสอบเรื่องทุจริต ในที่สุดพบว่าพ่อไม่ผิด แต่พ่อก็ลาออกเพราะหมดใจกับราชการ โดยคุณหญิงไม่รู้ว่าท่านอธิบดีลาออกเพราะรู้ว่าคุณหญิงไปจุ้นจ้านกับงานในกรม และเป็นคนจัดการเรื่องรับสินบน คุณหญิงบอกว่าวิมานต้องแต่งงานกับลูกสาวของคนที่มีหน้าตาทัดเทียมกับพลตรีเชษฐพงศ์ ถวิลพาโลมตามารู้จักกับวิมาน วิมานรู้สึกว่าเธอก็สวยดีแต่ออกจะสวยฉูดฉาดและแต่งตัวตามแฟชั่นไปหน่อย คุณหญิงทั้งเซ้าซี้ทั้งบังคับวิมานจนเขายอมหมั้นกับโลมตาทั้งๆที่ยังพูดกันได้ไม่กี่คำ และต่อมาท่านก็รวบรัดจัดงานแต่งงาน แต่เมื่อถึงวันแต่งแขกทุกคนตะลึง คุณหญิงเป็นลมแล้วเป็นลมอีก….เจ้าบ่าวหายตัว!

       

       อีกไม่นานต่อมา พลตรีมหศักดิ์สุนทร ก็ได้รับจดหมายจากวิมาน เขาเขียนบอกสาเหตุที่หนีพิธีแต่งงานเพราะเขาบังเอิญไปได้ยินโลมตาพูดกับเพื่อนว่าเธอแต่งงานกับเขาเพื่อเงิน เพราะตอนนี้พ่อของเธอกำลังจะล้มละลาย วิมานบอกพ่อว่าเขารู้สึกว่าเขาไม่มีศักดิ์ศรีพอที่จะรับความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำสังข์ เขาขออยู่ใช้ชีวิตอย่างคนจน อย่างไม่เป็นลูกพลตรี เพื่อจะพบผู้หญิงที่รักตัวเขาไม่ใช่รักเงินของเขา เจ้าคุณดูตราประทับที่หน้าซองจดหมาย ตราประทับบอกว่ามาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช วิมานไปนครศรีธรรมราชเพราะ นพ.สินสิริ เพื่อนสนิทเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่นั่น เมื่อนพ.สินสิริออกไปทำงานที่โรงพยาบาล วิมานก็ออกไปตามสถานที่ต่างๆ และเพราะเขาเรียนจบเกษตรมา วิมานจึงมักออกไปทุ่งนา แล้ววันหนึ่งขณะที่วิมานกำลังนั่งปล่อยอารมณ์ชมท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน เขาก็ได้เห็นนางฟ้าแสนสวยท่ามกลางแสงสีชมพู เธอแต่งชุดชาวนาและกำลังวักน้ำในบึงล้างหน้า และเมื่อเธอเงยขึ้นตาสบตา วิมานแทบไม่อยากมองใดอื่นอีกเลยนอกจากหน้าสวยหวานของเธอ วิมานชอบเธอทันทีที่เห็นและผูกมิตรกับเธอ แต่ “นางฟ้า” ของเขาไม่ใช่ย่อย เขาตอแยเธอเธอก็ตอแยกลับทันกัน วิมานยิ่งชอบเธอมากขึ้น ก่อนแยกจากกัน เธอบอกเขาว่าเธอชื่อฬุริยา ชื่อเล่นว่าไผ่ วิมานคิดถึงเธออย่างฝังใจจนสินสิริเหน็บว่าเพิ่งรู้ว่าพลตรีมหศักดิ์ฯชื่อเล่นว่าไผ่ เพราะวิมานเขียนชื่อไผ่เต็มหน้ากระดาษเขียนจดหมายที่เขาบอกว่าจะเขียนถึงพ่อ แล้วต่อมาสินสิริเลยต้องรับปรึกษาโรคไข้ใจของเพื่อนอีกด้วย

       

       จากวันที่พบไผ่ วิมานไปรอที่เดิมทุกวันเพื่อจะได้พบเธออีก แต่ก็ไม่พบเลย จนวันหนึ่งชาวนามาลงแขกเกี่ยวข้าว วิมานสนใจการเกี่ยวข้าวตามแบบชาวใต้ เขาไปคุยกับหญิงชาวนาคนหนึ่ง และเลยถามหาไผ่กับหญิงนั้นด้วย โดยไม่รู้ว่านั่นคือกำไล บุญลือ แม่ของไผ่ กำไลรู้สึกทันทีว่าผู้ชายคนนี้คงไม่มาถามหาตามปกติแน่ นี่เป็นสัญญาณให้เธอต้องปกป้องลูกสาวเสียแล้ว วิมานตอบข้อซักถามของกำไลว่าเขายากจน อาศัยพระอยู่ที่วัดป่าขอม

       

       วันรุ่งขึ้น พระที่วัดป่าขอมดั้นด้นลุยโคลนมาบิณฑบาตรที่บ้านนานอกอันแสนไกลของกำไล ทำเอากำไลหาของใส่บาตรแทบไม่ทัน เธอให้ไผ่ไปใส่บาตร ลูกศิษย์ที่โผล่หน้าทะเล้นมาทักทายไผ่ เป็นลูกศิษย์โค่ง เขาบอกว่าชื่อ ธง ไผ่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่วันที่เธอเห็น เขาแต่งตัวดีมาก มาวันนี้ใส่เสื้อผ้าขาดจนปะ ธงหรือวิมานบอกไผ่ว่าวันนี้เขาบาปที่โกหกพระว่าบ้านเธอนิมนต์รับบิณฑบาตร ขอให้ไผ่ช่วยไถ่บาปให้ แล้วเลยมัดมือชกบอกว่าพระจะมาบิณฑบาตรที่บ้านนี้ทุกวัน และบอกให้ไผ่คิดถึงธงด้วย ไผ่รู้สึกว่าจิตใจเธอหวั่นไหวมาก ที่บ้านนานอกมีนักเลงหัวไม้ชื่อ เย็น มาชอบไผ่และคอยตามลวนลามหนักข้อขึ้นทุกที จนวันหนึ่งวิมานมาเจอและช่วยไผ่จนเกิดชกต่อยกับเย็นและลูกน้องนักเลง พวกของเย็นแตกกระเจิงไป ไผ่ซึ่งเคยเก๊กกับวิมานก็ค่อยหายเก๊กและญาติดีกับเขา สัมพันธภาพของไผ่กับธงงอกงามขึ้นเป็นความรัก และกระชับแน่นขึ้นตามวันเวลา วิมานบอกรักไผ่และขอให้ไผ่รับรัก ไผ่บอกว่าสักวันจะบอกว่าจะรับหรือไม่รับ จนถึงวันที่ธงนัดพบกับเธอ เธอคิดว่าจะบอกไผ่ไปตามนัดด้วยความสุขเต็มหัวใจที่จะรับรักเขา แต่ธงไม่มาตามนัด ไผ่เสียใจมาก รุ่งเช้าหลวงน้าที่มาบิณฑบาตบอกไผ่ว่าธงถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ไผ่ขอกำไลไปเยี่ยม กำไลไปด้วย นพ.สินสิริเห็นไผ่แล้วรู้ทันทีว่านี่คือหญิงที่วิมานรักและเธอรักวิมานจริง การที่เธอเรียกวิมานว่าธงซึ่งเป็นชื่อที่วิมานใช้ปลอมเป็นเด็กวัด แสดงว่าเธอไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของวิมาน นพ.สินสิริบอกว่าคนที่ทำร้ายธงคือเอียด และตำรวจกำลังตามล่าอยู่ ส่วนธงถูกส่งไปรักษาที่กรุงเทพแล้วเพราะอาการหนักมาก แต่หากไผ่จะไปเยี่ยมก็ขอให้ไปถามหาคนไข้ชื่อวิมาน มหศักดิ์สุนทร ไผ่และกำไลงง นพ.สินสิริว่าเขาบอกได้แค่นี้ ส่วนเรื่องอื่นให้ถามจากวิมานเองไผ่ร้องไห้ขอร้องให้กำไลพาเข้ากรุงเทพฯ เธอสารภาพว่ารักธงมาก ทั้งสองเอาลออไปด้วย เมื่อไปถึงห้องที่วิมานพักรักษาตัว ไผ่พบกับโลมตาซึ่งเฝ้าไข้อยู่ โลมตาไม่ยอมให้ไผ่เยี่ยมวิมาน เมื่อไผ่บอกว่าเธอเป็นคนรักของเขา โลมตาเหยียดเย้ยไผ่ว่าวิมานไม่มีวันมีคนรักเป็นสาวบ้านนอกเป็นอันขาด ไผ่และกำไลแทบช็อกเมื่อรู้ว่าหนุ่มที่คิดมาตลอดว่าชื่อธงและเป็นเด็กวัดนั้นแท้ที่จริงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกลูกมหาเศรษฐี โลมตาบอกว่าวิมานกำลังจะแต่งงานกับเธอ ไผ่ร้องไห้ชวนกำไลกลับ โลมตาเล่าเรื่องไผ่ให้ถวิลและสารภีฟัง สารภีคิดว่าสาวบ้านนอกนั้นเป็นลูกสาวของกำไลน้องสาวของเธอ โดยที่เธอคิดไปไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วไผ่คือลูกสาวของเธอที่เกิดกับลอย สารภีจึงจะช่วยโลมตาซึ่งเป็นลูกเลี้ยงอย่างเต็มที่ และให้ตามเอียดคนที่ทำร้ายวิมานมาพบและให้ตามทำร้ายไผ่และกำไลขั้นรุนแรง ในขณะที่โลมตาก็ตามรังควานไผ่อีกทาง วิมานออกจากโรงพยาบาลได้ก็เริ่มออกตามหาไผ่ กำไลได้งานทำที่บ้านฝรั่ง เอียดลอบวางยาไผ่และกำไลจนหมดสติแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน แต่ฝนตกลงมาอย่างหนักมาดับไฟก่อนที่จะไหม้สองแม่ลูก ถวิลและสารภีจึงวางแผนใหม่โดยให้เอียดไปดักยิงไผ่ที่ป้ายรถเมล์ แต่ยิงผิดตัว ไปยิงนักเรียนหญิงคนอื่นเสียชีวิต เอียดหลบหนีไป วิมานมาที่ที่เกิดเหตุเพราะคิดว่าเป็นไผ่ และโล่งใจที่ไม่ใช่ วิมานไม่สามารถตามหาไผ่เจอได้ เขาจึงลงประกาศหนังสือพิมพ์ขอให้ไผ่ไปพบธงที่บ้านมหศักดิ์สุนทร กำไลเห็นประกาศ เธอดีใจมากว่าวิมานยังต้องการไผ่ เธอให้ไผ่ไปหาวิมาน แต่ไผ่เฉย กำไลจึงไปหาแทน วันที่กำไลไป วิมานออกไปธุระข้างนอก แต่ ละเมอ คนขับรถคู่หูของวิมานรู้เรื่องดีให้กำไลคอยพบวิมาน กำไลจึงได้เจอฤทธิ์เดชของคุณหญิงแม่ของวิมานเข้าเต็มๆ คุณหญิงไล่กำไลเหมือนไล่หมูหมา กำไลกลับไปหลั่งน้ำตาที่บ้าน

       

       ทนายของโฉมแจ้งสารภีว่าโฉมได้ทำพินัยกรรมยกเงินจำนวนมากให้ลอย สารภีดีใจจนเนื้อเต้น บอกว่าลอยตายแล้ว เธอจะรับแทนในฐานะภรรยาลอย ทนายบอกว่าสารภีไม่มีสิทธิ์เพราะเธอแต่งงานใหม่ มรดกจึงจะตกเป็นของลูกลอย สารภีบอกว่าลอยไม่มีลูก แต่ทนายบอกว่าสืบมาแล้วว่าลอยมีลูกสาวกับสารภีชื่อไผ่และให้สารภีตามไผ่มายืนยัน สารภีอ้อนวอนขอไผ่คืนจากกำไล แต่กำไลปฏิเสธและด่าให้ด้วยอย่างเจ็บแสบ สารภีหว่านล้อมให้เห็นแก่อนาคตของไผ่ กำไลขอสารภีพบพ่อ อยากกราบเท้าขอ อภัยพ่อ แต่สารภีโกหกว่าพ่อไม่เคยอยากพบกำไล พ่อไม่ยกโทษให้กำไล ทั้งๆที่นายคล้อยพูดตลอดเวลาที่มาอยู่กรุงเทพว่าอยากพบกำไลและไม่ถือโทษกำไลแล้ว สารภีทิ้งพ่อให้อยู่บ้านพักคนชรา และไม่ค่อยไปเยี่ยม นายคล้อยขอให้สารภีตามกำไลมาพบ สารภีใส่ร้ายว่ากำไลไม่สนใจ คล้อยขอให้สารภีมาเยี่ยมบ่อยๆ สารภีบอกว่าไม่มีเวลา คล้อยเหงาและว้าเหว่ที่สุด แกบอกว่าเมื่อสารภีแก่ตัวสารภีจะรู้ว่าสิ่งที่คนวัยนั้นต้องการมากที่สุดคือการได้อยู่ใกล้ลูก ได้รับความรักความเอาใจใส่จากลูก แต่สารภีไม่สนใจคำพ่อเลย กำไลเล่าความจริงเรื่องแม่ให้ไผ่ฟัง ไผ่ไม่เชื่อ กำไลเห็นแก่อนาคตของไผ่ จึงแกล้งไล่ไผ่และพูดไม่ดีต่างๆนานากับไผ่ แต่ไผ่ไม่โกรธ ไผ่ร้องไห้อ้อนวอนน่าสงสารว่ากำไลคือแม่คนเดียวของไผ่ ไผ่ไม่มีแม่อื่นอีก กำไลสงสารไผ่นักแต่พยายามไม่ใจอ่อน อ้างว่าเลี้ยงไผ่เพื่อแก้แค้นสารภีและถึงกับลงทุนตบไผ่ แต่ไผ่ไม่โกรธ กลายเป็นกำไลที่ต้องหนีเข้าห้องร้องไห้ด้วยความเสียใจและสะเทือนใจ กำไลตัดสินใจหนีไปจากไผ่ ทิ้งจดหมายที่เขียนด้วยถ้อยคำที่ไร้เยื่อใย และให้นามบัตรของสารภีไว้ด้วย สั่งให้ไผ่ไปอยู่กับสารภี กำไลเดินทางโดยทางเรือ พายุฝนฟ้าคะนองหนักมาก จนเรือที่กำไลโดยสารถูกพายุพัดจมทะเล

       เป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไผ่ร้องไห้ปิ้มว่าจะขาดใจ สารภีปลอบใจไผ่ ส่วนโลมตาพูดดูถูกกำไลจนไผ่ทนไม่ได้บอกว่าถ้าโลมตาว่ากำไลอีกเธอจะตบ สารภีใส่ร้ายกำไลและพูดให้ไผ่เห็นกับตนที่มีหน้ามีตาในสังคมและเป็นแม่ที่แท้จริงของไผ่ ไผ่บอกว่ากำไลคือแม่ของเธอและเธอเชื่อว่ากำไลยังไม่ตาย เธอเชื่อว่าพระต้องคุ้มครองกำไลซึ่งเป็นคนดี สารภีแสร้งทำเป็นรักและหวังดีกับไผ่ แต่ไผ่ไม่อาจทำใจให้รับและรักสารภีอย่างแม่ได้ สารภีเผยเรื่องมรดกและให้ไผ่ยืนยันกับทนายของโฉมว่าไผ่เป็นลูกสารภีกับลอย เพื่อจะได้เงินมรดกห้าล้านบาท ไผ่ไม่ทำ เธอไม่ต้องการเงินทองใดๆมากไปกว่าแม่กำไลของเธอ สารภีโกรธเป็นที่สุด เธอจิกใช้งานหนักสารพัดเพื่อให้ไผ่ทนไม่ได้ยอมรับว่าเธอเป็นแม่จะได้พ้นงานหนัก แต่ไผ่ก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่นเลย โลมตา สารภีและถวิลจึงวางแผนใหม่ โดยให้ถวิลปล้ำไผ่ ไผ่ต่อสู้จึงถูกทำร้ายจนสลบ วิมานมาช่วยไผ่ไว้ทันเพราะลออโทรบอก ถวิลถูกวิมานทำร้ายจนสลบไป วิมานสารภาพรักกับร่างของไผ่ที่ยังสลบ ไผ่ฟื้นมาทันได้ยินแสร้งบอกว่ารักธงและจะแต่งงานกับธงเพราะฐานะเท่าเทียมกันกับเธอ แต่วิมานฐานะแตกต่างกับเธอมาก วิมานขอให้ไผ่เห็นใจ ถ้าไผ่ไม่แต่งงานกับเขาเพราะความร่ำรวย เขาจะไม่รับมรดกของพ่อ เขาจะไปอยู่บ้านนานอกกับไผ่ สารภีมาได้ยินจึงแสร้งด่าถวิล ถวิลขอให้ไผ่ยกโทษให้ สารภีแสร้งไล่ถวิลออกจากบ้าน วิมานจะพาไผ่ไปหาที่อยู่ใหม่ สารภีไม่ยอม ไผ่ขอให้วิมานกลับไปก่อน วิมานขอไผ่แต่งงานแต่ไผ่ปฏิเสธ

       สารภี ถวิล และโลมตาวางแผนใหม่อีกเพื่อให้วิมานกับไผ่เลิกกัน โดยให้สารภีพาไผ่ไปพักผ่อนที่บางแสนแล้วบังเอิญไปพบวิมานกับโลมตานอนอยู่ด้วยกันที่บังกะโล สารภีพูดให้ไผ่เกลียดวิมาน แต่ไผ่ให้อภัยวิมาน โลมตาผิดหวังมาก เธอขอร้องให้วิมานแต่งงานด้วยแต่วิมานปฏิเสธ เขามาง้อไผ่และบอกทำไปเพราะน้อยใจที่ไผ่ปฏิเสธการแต่งงาน ไผ่บอกว่าเธอต้องการแม่กำไล ถ้าไม่เจอไผ่จะไม่แต่งงาน เธอเชื่อว่าแม่กำไลยังไม่ตาย ไผ่กลับนครศรีธรรมราชกับวิมาน มาที่โบสถ์ร้างและเห็นดอกบัวที่หน้าพระ จึงรู้ว่าแม่กำไลยังไม่ตาย ไผ่รีบไปที่บ้านนานอก กำไลได้ยินสียงไผ่จึงไปซ่อนตัว แต่ไผ่เห็นจนได้ ไผ่ร้องไห้กราบเท้ากำไลด้วยความดีใจ กำไลใจอ่อนและสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งไผ่อีก

       

       โลมตา สารภี และถวิลตามมา โลมตาไล่ยิงไผ่ สารภีห้ามแต่โลมตาไม่ฟัง สารภีจึงยิงโลมตาโดยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่โลมตาตาย ถวิลจึงยิงสารภี วิมานพากำไลและไผ่หลบการไล่ยิงของถวิล วิมาน

       

       และถวิลต่อสู้กัน ถวิลจะยิงวิมานแต่กระสุนหมด ทั้งคู่จึงต่อสู้กันด้วยกำลัง ถวิลสู้วิมานไม่ได้ ลอยปรากฏตัว สารภีสำนึกผิด แต่ก็สายเสียแล้ว ลอยเหมือนคนใจเหี้ยม สารภีขอให้ลอยบอกว่าไผ่คือลูกของเธอ ลอยบอกว่าไม่ใช่ ไผ่เป็นลูกของกำไล สารภีตายไปทั้งๆยังพร่ำหาลูก ส่วนถวิลถูกตำรวจจับ

       

       ลอยบอกกำไลว่าหลังจากหนีกำไลไปเขาไปเจอพ่อค้าจีนพาเขาไปรักษาตัวที่ไต้หวัน และรับเขาเป็นลูกบุญธรรม เมื่อพ่อค้าจีนตายได้ยกมรดกให้ เขาจึงกลับมา กำไลแนะนำให้ไผ่รู้จักลอย พ่อลูกโผเข้าหากัน ลอยโอบไผ่ไว้ข้างหนึ่ง โอบกำไลอีกข้างหนึ่ง ครอบครัวมีครบบริบูรณ์ พ่อ - แม่ - ลูก

       

       รายชื่อนักแสดง 

       

       1. เขตต์ ฐานทัพ - ลอย บุญลือ

       

       2. อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ - กำไล 

       

       3. อธิชนัน ศรีเสวก - สารภี 

        

       4. วรพล จินตโกศล - วิมาน

        

       5. คริษฐา สังสะโอภาส - ไผ่

       

       6. ภาณุ สุวรรณโณ - ถวิล

       

       8. ฉัตรดาว สิทธิผล - โลมตา 

       

       9. สมิท ธนโชติ - นายอำเภอบุญสม

       

       10. เมตตา รุ่งรัตน์ - ย่าจันทร์

       

       11. วันชัย เผ่าวิบูล - ผู้ใหญ่คล้อย

       

       12. วรารัตน์ เทพโสธร - นางผ่อง

       

       13. ตฤณ เศรษฐโชค - พลตรีมหศักดิ์สุนทร 

        

       14. สุรัตนา ข้องตระกูล - คุณหญิง

       

       15. นคินธร ภาษยวรรณ์ - นายแพทย์ สินธร

       

       16. ศรุฒ สุวรรณภักดี - เย็น

       

       17. ปิยะดา เพ็ญจินดา - โฉม 

       

       18. แคนดี้ เอเวอรี่ - แน่งน้อย

       

       19. ประสาท ทองอร่าม (ครูมืด) - แม้น

       

       20. อัมรินทร์ สิมะโรจน์ - เสี่ย

       

       21. ฉัตรมงคล บำเพ็ญ - เอียด

       

       22. พิเชษฐ ศรีราชา - ครูบุญทิ้ง

       

       23. เติมมงคล หวังในธรรม - ละออ

       

 

       24. วรพรต ชะเอม - สมพงษ์ 

 

เรื่องย่อ อกธรณี

 

 

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี

 

เรื่องย่อ อกธรณี

 

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี
        

เรื่องย่อ อกธรณี

 

เรื่องย่อ อกธรณี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จาก   ละครออนไลน์


แสดงความคิดเห็น

emotion