สายธารหัวใจ  ตอนที่ 2

สายธารหัวใจ ตอนที่ 2

9 / 21    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

สายธารหัวใจ  ตอนที่ 2

กลับมาถึงวังจงสวัสดิ์ ณรังค์รีบเข้าไปพบแม้นเทพที่กำลังนั่งดื่มสบายๆในห้องทำงานเพื่อพูดตามที่สุนันทาขอ แต่พอเริ่มเกริ่นถึงการเทกโอเว่อร์โรงแรม ท่านถามกลับเขาคิดอย่างไร

“กระหม่อมเห็นว่า ถ้าเราไม่มีเงินทุนมากพอที่จะดำเนินกิจการต่อได้ การขายหุ้นทั้งหมดน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดีกว่าแบกภาระทั้งหมดเอาไว้ อย่างน้อยก็ยังพอเหลือเงิน”

“อย่างนั้นรึ แกพูดเหมือนกับว่า มีคนสนใจจะมาซื้อหุ้นโรงแรมฉัน”

ณรังค์รับว่าใช่ แต่พอเอ่ยชื่อสุนันทาพร็อพเพอร์ตี้เท่านั้น แม้นเทพก็โกรธกราดเกรี้ยวขึ้นทันที...

เสียงปาแก้วแตกดังลั่น ประคอง ชื่นและสีดาทำความสะอาดอยู่แถวนั้นตกใจตัวสั่น ปฐวีกำลังจะออกไปข้างนอกได้ยินหันมองด้วยสายตาตั้งคำถาม ประคองรายงานว่า ณรังค์เข้าไปคุยกับท่านชายไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ปฐวีหวั่นใจเกรงจะเป็นเรื่องของตน

แม้นเทพยังกราดเกรี้ยวใส่ณรังค์ หาว่าสุนันทาเป็นแร้งทึ้งที่หากินกับความสำเร็จของคนอื่น คิดจะมาชุบมือเปิบกิจการที่ตนสร้างมากับมือ ณรังค์แย้งว่าตอนนี้เดอะแกรนด์รอยัลไม่เหมือนก่อน ท่านชายชะงักรู้ว่าจริงแต่ไม่ยอมรับ ประกาศกร้าวว่าตนไม่ขาย แล้วโบ้ยปัญหา

“มีปัญญาคิดออกแค่ให้ฉันขายมันไปให้พ้นๆหรือไง เนี่ยเหรอที่ฉันอุตส่าห์ลงทุนส่งให้แกไปเรียนถึงเมืองนอก”

“กระหม่อมแค่นำข่าวมาบอก ถ้าไม่ต้องพระประสงค์ ของท่านชาย กระหม่อมขอประทานอภัย”

“เออ! จำไว้นะ...วังจงสวัสดิ์และเดอะแกรนด์รอยัลคือศักดิ์ศรีของฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้ตกอยู่ในมือของไอ้อีชั้นต่ำ ที่ทำตัวเป็นแร้งหิวกระหาย อยากครอบครองความสูงศักดิ์ที่พวกมันไม่เคยได้สัมผัสเด็ดขาด หน้าที่แกคือต้องรักษาเกียรติยศของฉัน”

ณรังค์จำต้องรับคำ ก้มหน้าเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายใส่ถาด ในขณะที่แม้นเทพยืนหันหลังวางไม่ลงปลงไม่ได้ โยนปัญหาให้ณรังค์เป็นคนสะสาง

ด้านนอกห้อง ปฐวีกำลังเล่นงานประคอง ชื่นและสีดา หาว่ารายงานเรื่องตนแกล้งละมุล ทั้งสามก้มหน้าปฏิเสธ แต่เธอยังโวยวายชี้หน้าด่ากระทบประคองเต็มๆ

“พวกแกไม่คิดอยากจะอยู่ในที่ที่มีความสุขมากกว่านี้เหรอ กะอีแค่ค่าจ้างไม่กี่บาท อยู่ให้ถูกโขกสับอยู่ได้ หรือว่า...หวังมากกว่านั้น เลยทนอยู่กัน ขอเตือนหน่อยนะ เลิกหวังเถอะ ท่านพ่อฉันไม่มีทางพลาดหน้ามืดคว้าคนใช้มาแก้ขัด ปลดปล่อยอารมณ์ใคร่เป็นครั้งที่สองอีก!”

ประคองสะอึกเจ็บใจอยู่ข้างใน ชื่นกับสีดาครางซี้ดๆในความแรงของเจ้านาย ปฐวียิ้มสะใจเดินออกไป ปล่อยประคองยืนนิ่งข่มความเจ็บปวดและอดเป็นห่วงเรื่องในห้องไม่ได้

ที่หน้าตึกมีก้องชายหนุ่มจอดรถรอรับปฐวี ณรังค์เดินออกมาเห็นนึกสะท้อนใจที่คุณหญิงเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น ยังมีท่านชายอีกคนที่ยืนมองอยู่ข้างบนด้วยสีหน้าเครียดคิดถึงอดีต

แม้นเทพเสียพนันในบ่อนอย่างหนัก เกียรติศักดิ์เต๊ะท่ายื่นเอกสารกู้เงินให้ดูว่าตอนนี้มันมากมายเกินกว่าที่จะใช้คืนภายในสิบวัน แม้นเทพโกรธหาว่าสามหาวกล้าบีบให้ใช้หนี้

“อีกสิบวัน ทันเหรอกระหม่อม แต่คงทันสำหรับการเก็บเสื้อผ้าออกจากวังจงสวัสดิ์ เพราะมันคือสิ่งที่ฝ่าบาทใช้ค้ำประกันเงินกู้ และต้องตกเป็นของผม...แต่เรื่องนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางออก ฝ่าบาทยังมีตัวช่วยนะกระหม่อม เพื่อแลกกับหนี้ทั้งหมด”

แม้นเทพรู้ทัน “ไม่มีทาง! คนอย่างฉันไม่มีทางจะไปดองเป็นญาติกับแร้งอย่างแก”

“แร้งตัวนี้อาจช่วยพญาอินทรีไม่ให้ปีกหัก และยังสามารถบินอยู่อย่างสง่างามกลางท้องฟ้าได้ต่อไป ทรงคิดให้รอบคอบนะกระหม่อม อย่าลืม...อีกสิบวัน” เกียรติศักดิ์ข่มขู่

แม้นเทพคิดเรื่องนี้แล้วเครียด ลังเลว่าจะทำอย่างไรดี ...ค่ำคืนนั้น ณรังค์เห็นละมุลนั่งซึมไม่พูดคุยกับใคร ประคอง เข้ามายืนข้างๆถามว่าน้องคุยด้วยไหม เขาส่ายหน้าอย่างเป็นห่วง ผู้เป็นแม่รู้ว่าลูกสาวไม่อยากมีปัญหากับปฐวีอีก เธอได้รับการตามใจมาตั้งแต่เล็กไม่เคยโดนขัดใจ

“ดูมีค่ายังไงไม่รู้นะครับแม่” ณรังค์พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“ณะมีค่านะลูก ถึงใครไม่เห็น แม่ ละมุลมองเห็นและเชื่อว่าท่านชายก็กำลังจะมองเห็น ไม่อย่างนั้นท่าน คงไม่ไว้ใจให้ณะดูแลโรงแรม”
ณรังค์ยิ้มหยันให้ตัวเอง “จะพยายามเชื่ออย่างนั้นนะครับแม่ ทั้งที่ความจริงแล้วท่านอาจจะคิดกับผมเป็นแค่...ลูกจ้างที่ต้องทำงานให้คุ้มเงินที่ท่านจ่ายไป”

ประคองยิ้มปลอบแล้วถามถึงเรื่องที่ท่านชายกริ้วเมื่อเย็น ณรังค์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ประคองเห็นว่าเขาควรช่วยท่านชายรักษาโรงแรมไว้ ชายหนุ่มถอนใจพยายามคิดหาทางช่วย...ละมุลเดินเข้ามา ณรังค์หันไปยั่วให้หญิงสาว ยิ้มบ้าง แต่เธอกลับให้เขาไปอยู่ห่างๆ อย่าร่วมชายคากันยิ่งดี ประคองปรามลูกสาว ณรังค์เข้าใจสัญญาจะไม่ให้คุณหญิงทำอะไรละมุลอีก

“พี่ณะจะทำอะไรเขาได้”

“พี่ไม่ทำอะไรเขาหรอก พี่แค่ยืนหยัดจุดยืนของตัวเอง พี่ไม่ใช่เครื่องมือแก้แค้นท่านพ่อของเขาอีกแล้ว”

ละมุลยิ้มออกโผกอดขอบคุณผู้เป็นเหมือนพี่ชาย รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ประคองมองภาพลูกทั้งสอง ยิ้มด้วยความสุข ลึกๆคิดเลยไปมากกว่านั้น

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกัน สิริกันยาในชุดอยู่บ้านกะโปโลวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เพราะสุนันทาโทร.ไปตามให้ออกมาพบ เธอจึงรีบมาโดย

ไม่สนใจการแต่งตัวของตัวเอง มาถึงก็โทรศัพท์รายงานสุนันทา จังหวะนั้นชนโครมเข้ากับใครคนหนึ่ง รีบลุกขึ้นมาจะขอโทษ

เสียงคุ้นเคยโวยวายด้วยคำดูถูกดูแคลน สิริกันยามองหน้าถึงกับผงะที่เป็นคู่ปรับเก่าคุณหญิงจอมวีนนี่เอง ก้องเพื่อนชายถือถุงพะรุงพะรังตามมา เข้าช่วยปฐวีอย่างสนิทชิดเชื้อและด่าว่าสิริกันยาเป็นพวกสิบแปดมงกุฎแกล้งชนเพื่อจะล้วงกระเป๋า

“เฮ้ย! ไม่ใช่สิบแปดมงกุฎว่ะ เป็นคนธรรมดาหากินสุจริต”

ก้องไม่เชื่อตรวจเช็กว่าของในกระเป๋าปฐวีมีอะไรหายบ้าง ปฐวีด่าทอสิริกันยาเป็นคนชั้นต่ำเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ

ก้องสั่งให้ขอโทษ สิริกันยาสวน

“ให้แฟนนายที่เป็นแฟนของคนอื่นขอโทษฉันด้วยสิ เพราะต่างคนต่างผิดที่เดินไม่ดูทาง”

ก้องชะงักให้พูดอีกครั้ง ปฐวีหน้าเสียตวาดกร้าวพูดอะไรของเธอ สิริกันยาคิดเอาคืนบ้าง

“พูดความจริงไง ว่าหม่อมราชวงศ์ปฐวี จงสวัสดิ์ ชื่อที่ฉันจำได้ขึ้นใจคนนี้ เป็นแฟนของคนอื่นที่ไม่ใช่ไอ้หน้าปลวกคนนี้ คืนนั้นในงานผู้ชายยังเกือบจะต่อยกัน เพราะคุณเป็นต้นเหตุอยู่เลย...รู้ยัง”

ปฐวีโกรธเลือดขึ้นหน้าตวาดให้หยุด ก้องต้องการคำอธิบาย ไหนบอกว่าคบกับตนคนเดียว สิริกันยายิ้มย่องให้เคลียร์กันตามสบาย ขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้ได้เจอกัน ถือว่าเจ๊ากันจบกัน แล้วจะเดินไป ปฐวีแค้นใจจะเอาเรื่องแต่ถูกก้องรั้งไว้ซักไซ้ เธอเริ่มอายสายตาคนที่เดินผ่านไปมา...ห่างออกมาสุนันทายืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างพอใจ
สิริกันยาวิ่งมาหายกมือไหว้สุนันทา เธอยิ้มกระเซ้า “ฉันคงมีดวงจะได้เห็นเธอมีเรื่องกับยัยคุณหญิงเปลือกหนานั่นทุกครั้งเลยนะ”

“บอสเห็น...”

“อืม เห็นตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนคราวที่แล้ว แต่คราวนี้เธอเป็นฝ่ายเอาคืน”

“ก็ไม่ได้อยากจะมีเรื่องหรอกค่ะ ถ้าพวกเขาไม่ดูถูกหนูก่อน”

“เธอทำถูกแล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องตำหนิ คนอย่างคุณหญิงปฐวีต่างหากที่ควรถูกตำหนิ และเอาคืนซะบ้าง ไม่งั้นก็เที่ยวได้ดูถูกคนอื่นทั่วไป ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”

สิริกันยารู้สึกเหมือนสุนันทาเคยโดนทำร้ายมาก่อน

ผู้เป็นเจ้านายยอมรับกลายๆ แต่เพราะความที่เป็นผู้ใหญ่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะจะกลายเป็นการรังแกเด็ก แต่ตอนนี้รู้สึกดีที่มีคนทำแทน สิริกันยาหวังให้จบแค่นี้ไม่อยากประสาทเสียอีก สุนันทาบอกโลกแคบกว่าที่คิดแต่ตนเชียร์เธอ แล้วนึกได้เร่งให้ไปด้วยกันก่อนที่ร้านรวง จะปิดเสียก่อน

ด้านปฐวียังโดนก้องซักไซ้เรื่องที่คบชายอื่นซ้อน หญิงสาวเริ่มโกรธเหวี่ยงวีนใส่ว่าคนอย่างตนต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ก้องเสียใจไม่คิดว่าจะหลอกกัน เดินจากไป ปล่อยให้ปฐวียืนเจ็บแค้นสิริกันยามากยิ่งขึ้น สักพักเธอก็นึกได้มองถุงข้าวของที่กองอยู่ ว่าตนจะกลับอย่างไร

ณรังค์นั่งทำงานอยู่ในห้องนอน ได้รับโทรศัพท์จากปฐวีให้ขับรถไปรับที่ศูนย์การค้า เขารู้สึกไม่ชอบมา พากล ตัดสินใจส่งบรรจงขับรถไปรับแทน...พอบรรจงเดินนอบน้อมเข้าไปหาปฐวีที่ยืนคอแข็งรออยู่ พอเธอเห็นว่าไม่ใช่ณรังค์ก็ตากร้าวเสียงเขียวทันที

“ทำไมณรังค์ไม่มารับตามคำสั่ง! ทำไมเป็นแก!”

“เอ่อ ผมเองก็...เอ่อ...ทำตามคำสั่งคุณณะมาอีกทีน่ะครับ” บรรจงเสียงสั่นด้วยความกลัว

ต่างจากสิริกันยาที่ได้รับความเมตตาจากเจ้านาย ซื้อชุดสำหรับใส่ไปทำงานให้หลายชุดและยังมาส่งถึงบ้านด้วยความเอ็นดู สร้างความตื้นตันให้แก่เธออย่างมาก

ooooooo

เช้าวันใหม่ ประคองแปลกใจลอบมองแม้นเทพที่วันนี้ดูมีสติสีหน้าสดชื่น ด้วยความรักและบูชา ท่านชายหันมาเห็นถามตนมีอะไรติดหน้าหรืออย่างไร

“มิได้เพคะ คองแค่รู้สึกว่าเช้านี้ฝ่าบาททรงดูอารมณ์ดีมากกว่าทุกวัน”

“แกจะบอกว่า ทุกวันฉันเอาแต่เมาหัวราน้ำงั้นสิ”

ประคองลนลานปฏิเสธ ท่านชายหัวเราะเบาๆ

ยอมรับว่าวันนี้ตนมีสติดีกว่าทุกวัน เพราะมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำ แล้วถามถึงปฐวีว่าเมื่อคืนกลับดึกแค่ไหน ประคองรายงานว่าบรรจงไปรับกลับไม่ดึกเท่าไหร่ ท่านชาย แปลกใจทำไมกลับกับบรรจง

“คงจะทะเลาะกับเพื่อนเพคะ ตอนแรกสั่งให้ตาณะไปรับ แต่ตาณะให้บรรจงไปแทนเพคะ เพราะไม่อยากให้คุณหญิงหรือใครเข้าใจผิด”

“แกกำลังบอกฉันว่า ไอ้ณะมันไม่ได้คิดอะไรกับหญิงวีแล้วอย่างนั้นรึ”

“เพคะ และหม่อมฉันก็เชื่อตาณะ เด็กคนนี้ยึดถือความกตัญญูเป็นที่ตั้งนะเพคะ”

แม้นเทพครุ่นคิด ประคองแอบมองลุ้นว่าท่านจะเชื่อสิ่งที่ตนพูด ไม่ทันไรปฐวีเดินลิ่วลงมาในชุดนอนผ่านโต๊ะที่ท่านชายนั่งอยู่ไปอย่างไม่ทักทาย ทั้งท่านชายและประคองแปลกใจ

ระหว่างนั้นณรังค์กับละมุลเดินออกจากเรือนจะไปทำงาน ละมุลยังมีสีหน้าหวาดระแวงเดินห่างๆณรังค์ จะเลิกกลัวต่อเมื่อเขาออกไปอยู่ที่อื่น หรือไม่ก็คุณหญิงแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ณรังค์พยายามปลอบให้เลิกกลัว ไม่ทันขาดคำ ปฐวีปรี่เข้ามากระชากละมุลไปตบ

อย่างเดือดดาล หาว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้ณรังค์ไม่ไปรับตนเมื่อคืน

ณรังค์ตั้งสติได้ดึงมือปฐวีไว้แล้วผลักเธอเซไป แม้นเทพเข้ารับตัวลูกสาวไว้ทัน ถามเสียงกร้าวว่านี่มันอะไรกัน ปฐวีโวยวายให้ท่านพ่อลงโทษณรังค์กับละมุล ประคองเข้ากอดละมุลที่ร้องไห้หน้าตาแดงเป็นรอยนิ้วมือ ทนไม่ไหวที่ทำกับลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงทูลฟ้องบ้าง

“คุณหญิงทำร้ายละมุลมันทำไมอีกคะ คราวที่แล้วยังไม่พออีกเหรอคะ ละมุลไปทำอะไรให้นักหนา”

“นังคอง! อย่ามาพูดให้ขาวเป็นดำ” ปฐวีกราดเกรี้ยวใส่

“ดิฉันพูดความจริง ไม่ได้พูดบิดเบือนอะไรเลย คุณหญิงทำร้ายละมุลครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่เด็กจนโต เหมือนไม่ใช่น้องเลือดพ่อเดียวกัน”

“ฉันไม่เคยนับมันเป็นน้อง ฉันเกลียดมัน ท่านพ่อทรงฟังหญิงเอาไว้นะเพคะ นังละมุลคือต้นเหตุทำให้ณะขัดคำสั่งหญิง

คราวที่แล้วที่หญิงลงโทษมันเพราะมันระริกระรี้ตัวสั่นเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายจนดูน่าทุเรศ คราวนี้มันคงจะตั้งใจยั่วยวนจนณะไม่อยากออกไปไหน แม่มันก็คงเป็นใจอยากให้ลูกมีผัว โดยเฉพาะผู้ชายที่เคยรักหญิง มันคงคิดจะทำให้หญิงเจ็บใจ”

ณรังค์แทรกให้หยุดพูดเสียที ปฐวีท้าจะทำอะไรถ้าตนไม่หยุด ณรังค์หันไปมองแม้นเทพด้วยสายตาวิงวอน

“กระหม่อมอาจจะไม่ได้อยู่ทดแทนพระคุณของฝ่าบาท กระหม่อมอาจจะต้องจำใจยอมให้ฝ่าบาทด่าว่าเป็นคนเนรคุณ”

แม้นเทพอึ้งครุ่นคิด ปฐวีโวยหาว่าณรังค์กล้าขู่ท่านพ่อกับตน หันไปจิกด่าละมุลว่ายอมนอนกับณรังค์

กี่ครั้งแล้วเขาถึงได้หลงจนหูหนวกตาบอดแบบนี้ แล้วปราดเข้าจะตบอีกครั้ง ประคองเข้าขวางจึงโดนตบแทนเต็มๆ ละมุลกับณรังค์ตกใจกันปฐวีให้ออกไป ละมุลโอบกอดประคองถอยห่าง คุณหญิงยังกราดเกรี้ยวไม่หยุด ด่าว่าสาดเสียเทเสียจนแม้นเทพทนไม่ไหว ดึงลูกสาวมาตบหน้าอย่างแรงเพื่อให้สงบสติอารมณ์ ปฐวีช็อก

ไม่เคยโดนตีมาก่อน น้ำตาไหลพราก

“กลับไปรอพ่อที่ห้องแล้วห้ามออกไปไหนจนกว่าพ่อจะกลับมา และถ้าหญิงไม่เชื่อพ่อ หญิงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

แม้นเทพสั่งบรรจงใส่กุญแจขังคุณหญิงไว้ แล้วไปเอารถออก

ปฐวีร้องไห้วิ่งไปโดยไม่กล้าขัดคำสั่งท่านพ่อ แต่ก็ไม่วายอาละวาดขว้างปาข้าวของในห้องเสียงดังโครมคราม ท่านชายยังสั่งณรังค์ให้ออกไปเดอะแกรนด์รอยัล

ด้วยกันแล้วเดินไป ณรังค์หันมาขอโทษละมุลที่คุ้มครองเธอไม่ได้ ละมุลส่ายหน้า

“ไม่ใช่ความผิดของพี่ณะ ไม่มีใครคิดว่าคุณหญิงจะคลั่งได้ถึงขนาดนี้ พี่ณะเถอะ หนูว่าคุณหญิงคงไม่กล้าทำอะไรพวกเราอีกแล้วล่ะ สมน้ำหน้า”

ประคองเอ็ด “ละมุล อย่าซ้ำเติมคุณหญิงเลย เกิดมาไม่เคยถูกท่านพ่อลงโทษ ตีสักนิดยังไม่เคย คุณหญิงคงเสียใจมาก”

“แม่อย่าเป็นคนดีให้มากนักเลย หนูจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

“พี่บอกแล้วไงว่าให้อดทนไว้ เห็นไหมมันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี...อย่าคิดมาก ทำหน้าที่ของเราต่อไปก็พอ พี่ไปก่อนนะ ผมไปก่อนนะครับแม่”

ละมุลไม่อยากเชื่อ แต่ประคองให้เชื่อ มันกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี อย่างน้อยวันนี้ท่านชายก็ปกป้องลูก ละมุลน้ำตาร่วง หวังให้เป็นอย่างที่แม่พูดจริงๆเสียที

ooooooo

เช้าวันนั้น เสี่ยกำธรพ่อของเกียรติศักดิ์ เตือนลูกชายอย่าชะล่าใจ ท่านชายแม้นเทพไม่ใช่หมู อย่าคิดว่าจะรอเก็บเกี่ยวผลจากเมล็ดที่หว่านไปได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ผู้เป็นลูกมั่นใจว่าท่านเป็นหมูชรารอวันขึ้นเขียงให้เชือด

“จะยังไงก็อย่าประมาท มันเป็นคนฉลาด ไม่ยอมถูกแกไล่ต้อนให้จนมุมง่ายๆแน่”

“ผมก็มั่นใจในวิธีการของผม หนี้การพนันมหาศาลต้องใช้คืนภายในสิบวัน ต่อให้ขายโรงแรมโทรมๆมาใช้ ก็ไม่มีทางทัน นอกจากขายลูกกินวิธีเดียวเท่านั้น”

“แน่ใจรึ ว่าที่แกลงทุนไปกับผู้หญิงที่มีดีแค่คำนำหน้าชื่อและนามสกุลคนนั้นมันจะให้ผลคุ้มค่า”

“นอกจากนามสกุลมันจะเป็นใหญ่เป็นโตในวงราชการ ซึ่งถ้าเราดองเป็นญาติ ย่อมได้รับความสะดวกต่อการทำธุรกิจไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ไม่นับวังจงสวัสดิ์และโรงแรมนั่น มันคือสุดยอดความคลาสสิกมูลค่ามหาศาล ที่หลายคนช่วงชิง ใครได้ไปก็จะมีแต่คนก้มหัวให้การยอมรับ ตรงนี้แหละที่ผมถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

เสี่ยกำธรเตือนอีกครั้งในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ว่าธุรกิจมีการชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา ฉะนั้นอย่าประมาท เกียรติศักดิ์เริ่มไม่สบายใจขึ้นมานิดๆ...

จริงอย่างที่เสี่ยกำธรคาดคิด แม้นเทพไม่ใช่หมูที่รอถูกเชือด เขาบอกณรังค์ว่าต้องการเจรจากับสุนันทา ณรังค์ตกใจกับการตัดสินใจปัจจุบันทันด่วนของท่านชาย ในขณะที่เกียรติศักดิ์พยายามโทร.หาปฐวีแต่เธอไม่มีแก่ใจจะรับสาย ทำให้เขาหงุดหงิดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงโทร.เข้าเบอร์ของวัง ชื่นรับสายอึกๆอักๆไม่กล้าพูดอะไร ประคองดึงโทรศัพท์มาจะคุยเอง

ไล่ชื่นให้กลับไปทำงาน กำชับห้ามเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ใครฟัง เกียรติศักดิ์ให้ตามปฐวีมาพูดสาย

“คงไม่ได้ค่ะ เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่นี่”

“ไปไหน?”

ประคองคิดแก้แค้น พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่าคุณหญิงไปไหนไม่เคยบอกตน แต่ที่เห็นเมื่อคืนกลับมาอาการไม่ค่อยดี

หลังจากออกไปเที่ยวกับเพื่อนชายคนสนิท พอเกียรติศักดิ์ร้อนใจถามว่าใครคือเพื่อนสนิท ประคองยิ่งยั่วยุว่าตนไม่รู้เพราะเธอไม่เคยบอกแต่ที่คิดว่าสนิทเพราะมารับมาส่งกันบ่อยครั้ง เกียรติศักดิ์โกรธต้องการพูด กับแม้นเทพแทน

“ท่านเสด็จไปทรงงานที่โรงแรมแต่เช้าแล้วค่ะ ถ้าอยากจะคุยกับท่าน รบกวนไปเจอองค์ที่โรงแรมดีกว่านะคะ ทำแบบนี้เสียมารยาทกับผู้ใหญ่ สวัสดีค่ะ” ประคองตัดบทวางสายยิ้มสมใจ

เกียรติศักดิ์โกรธจนแทบปามือถือทิ้ง ด่าคนที่วังไม่มีมารยาท จองหองตั้งแต่หัวยันหาง ได้แต่งงานเมื่อไหร่จะเฉดหัวออกจากวังให้หมด พลันฉุกคิดว่าแม้นเทพลุกขึ้นมาทำงานทำไม

ooooooo

บริษัทสุนันทา อ๋องเดินอ่านเอกสารเพลินชนเข้ากับสิริกันยาที่หอบแฟ้มกองโตล้มก้นจ้ำหน้าตาเหยเกด้วยความเจ็บ เขารีบขอโทษและจะช่วยพยุง แต่เธอดีดตัวเองขึ้นเก็บแฟ้ม บอกเขาว่าเจ็บนานไม่ได้เสียเวลาทำงาน อ๋องขำท่าทางเธอจะช่วยหอบของไปส่งที่โต๊ะ

“ไม่ต้องๆฉันไปเองได้ คุณไปทำงานเถอะ อย่ามาทำเป็นอู้งานด้วยการเดินไปส่งฉันที่โต๊ะ ถึงบอสจะใจดีแต่คงไม่ปลื้มถ้ารู้ว่าพนักงานเอาเวลางานมาเดินเล่น”

อ๋องหน้าเหวอที่สิริกันยาคิดว่าเขาเป็นพนักงานคนหนึ่ง มองเธอเดินหอบแฟ้มไปอย่างประทับใจ... ระหว่างนั้น ยิ่งยศไดรฟ์กอล์ฟอยู่กับเสี่ยกำธร แต่เลี่ยงมาคุยโทรศัพท์กับสุนันทา ว่าแม้นเทพอาจจะยอมขายโรงแรมให้เธอเพราะกำลังดิ้นรนเอาตัวรอดจากการถูกบีบคั้น

“เสี่ยกำธรมันมาพูดเปรยๆว่าอีกไม่นานอาจจะต้องเรียกมันว่าพระญาติ...ท่านชายแม้นเทพอาจจะขายลูกกินจริงๆอย่างที่เราคาดเดา แต่คนอย่างท่านชายต้องหาทางหนีทีไล่ก่อนจะทำอย่างนั้นแน่นอน ไม่อย่างนั้นไม่เรียกคุณเจรจาแน่ เพียงแต่จะออกมาในรูปไหนเท่านั้นเอง”

“ค่ะ ฉันจะลองวางแผนดู”

“แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหน คุณไม่มีทางเสีย แต่อาจจะได้ไม่เท่ากับที่คาดหวัง”

“ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ” สุนันทายิ้ม ถึงยิ่งยศจะเป็นสามีที่ไม่ค่อยดีแต่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีเสมอ

ในขณะเดียวกัน ณรังค์เดินตามแม้นเทพมาตามล็อบบี้ เขาสังเกตเห็นความทรุดโทรมของโรงแรมแม้จะคงความคลาสสิกและหรูหราไว้ จู่ๆแม้นเทพก็ถามขึ้นว่าเขาคิดอย่างไรกับปฐวี

“กระหม่อมไม่มีทางทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง”

ณรังค์ตอบอย่างจริงจัง

“ที่แกกลับมาไม่ใช่ต้องการแก้แค้นฉันหรอกรึ แกอาจจะแกล้งทำให้ฉันต้องฉิบหายหมดตัว ให้สมกับที่ฉันขัดขวางความรักของแก”

ณรังค์กลับขอบพระทัยท่านชายที่ทำให้หลุดพ้นจากภาพลวงตาที่คุณหญิงสร้างไว้หลอกให้ตนเชื่อว่ารัก ท่านชายหัวเราะหยันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำไป

“แกรู้แล้วสินะว่าหญิงวีไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง”

“คุณหญิงคือประติมากรรมที่ฝ่าบาททรงสร้างโดยถอดแบบมาจากองค์เอง” ณรังค์พึมพำก่อนจะเดินตามไป

พอเข้ามาในลิฟต์ ท่านชายก็ถามขึ้นว่า จะมีทางที่ไม่ต้องเสียโรงแรมให้แร้งทึ้งอย่างสุนันทาไหม ณรังค์แนะนำให้ขายหุ้นเพียงครึ่งเดียว เพื่อยังมีสิทธิ์ในการบริหาร ใช้เงินและคอนเนกชั่นของเธอเป็นทุนพัฒนาโรงแรม ท่านชายพอใจในข้อเสนอนี้มากแต่เกรงสุนันทาจะไม่เห็นด้วย

“ให้ผมเดาใจ คุณสุนันทาเป็นนักธุรกิจที่ไม่บุ่มบ่าม เธอจะรอคอยอย่างใจเย็น อย่างน้อยการก้าวเข้ามาก่อนหนึ่งขา ก็เป็นโอกาสที่จะได้ก้าวเข้ามาอีกขาหนึ่งในอนาคต ถ้าเรา...อ่อนแอ”

“แต่ถ้าเราแข็งแรงและไม่ยอมให้มันกลืนกินเราทั้งหมด...”

“เธอก็อาจจะขายหุ้นคืนในราคาที่สูงกว่าตอนซื้อมา งานนี้ไม่มีคำว่าขาดทุนสำหรับคุณสุนันทา แต่สำหรับเรา...แค่ขาดทุนกำไร วิธีนี้บวกกันทั้งสองฝ่ายกระหม่อม”

แม้นเทพไม่สนใครจะบวกใครจะลบ สนแค่ไม่ให้เสียอะไรแก่พวกแร้ง แต่ถ้ามันจำเป็นต้องเสียก็ต้องส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ ณรังค์ไม่เข้าใจท่านหมายถึงอะไร...

เมื่อเข้ามาในห้องประชุม สักพักวิเชียรผู้จัดการทั่วไปกับไพโรจน์หัวหน้าฝ่ายการเงินและบัญชีตามเข้ามา แม้นเทพแนะนำให้ทั้งสองรู้จักณรังค์ในฐานะผู้ช่วยบริหาร ทั้งสองจึงให้ความเคารพ...

ใจดีเดินนำสิริกันยาเข้ามาในห้องทำงาน สุนันทาให้ทั้งสองไปเดอะแกรนด์รอยัลด้วยและจะคุยรายละเอียดในรถพร้อมลูกชายที่มาช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ ขาดคำอ๋องเดินเข้ามา สิริกันยาตาโพลงตกใจที่ตัวเองปล่อยไก่ไปเมื่อครู่ อ๋องลอบมองขำๆยิ่งประทับใจในความซื่อตรงของเธอ

มาถึงเดอะแกรนด์รอยัล ระหว่างเดินตามกันมา สุนันทาเจอกับเกียรติศักดิ์กลางล็อบบี้ ต่างฝ่ายยิ้มให้กันทำนองไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เกียรติศักดิ์วางมาดประหลาดใจที่เห็นเธอที่นี่

“แต่ดิฉันไม่ประหลาดใจที่เห็นคุณที่นี่ คงจะมาสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่ที่อาจจะไม่ได้เป็นของตัวเอง...ขอตัวนะคะ ท่านชายแม้นเทพเรียกดิฉันมาคุยเรื่องสำคัญ คงไม่มีเวลาเสวนากับคุณมากนัก ขอโทษด้วย” สุนันทายิ้มเย้ยเดินผ่านไป สิริกันยาสะใจจำเขาได้ที่มีเรื่องกับณรังค์

ไม่ทันไร ขณะนั่งรอเข้าพบ สิริกันยาเห็นณรังค์เดินมาก็อุทานเสียงดัง ทุกคนหันมอง ใจดีถามเป็นอะไร เธอชี้ไปที่ณรังค์ ใจดีร้องอ๋อ...คนส่งพิซซ่า แต่สุนันทากับอ๋องกลับลุกขึ้นทักทาย ใจดีหน้าเสีย ตำหนิสิริกันยาที่ทำตนปล่อยไก่ไปด้วย ณรังค์ปรายตามองสิริกันยา

แต่ไม่สนใจ

ด้านนอก เกียรติศักดิ์นั่งรอนานจนลุกขึ้นโวยวายกับพนักงานที่ให้รอทั้งที่ตนมีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านชายแม้นเทพ สุนันทาประชุมเสร็จเดินออกมาแกล้งเหน็บเสียงดัง

“อะไรกันคะคุณเกียรติศักดิ์ ดิฉันคุยกับท่านชายเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ต้องโวยวาย รอนิดรอหน่อยแค่นี้เองงอแงไปได้”

เกียรติศักดิ์โกรธจะเอาเรื่องที่ทำเหมือนตน

เป็นเด็กอมมือ ณรังค์กับอ๋องรีบเข้าไปขวาง เขายิ่งของขึ้นหาว่าเด็กในบ้านเสนอหน้ามาทำไม ณรังค์ย้อนให้เขารู้สึกตัวว่าไม่ควรทำกิริยาไม่ดีกับสุภาพสตรี เกียรติศักดิ์ยิ่งโกรธผลักอกณรังค์และจะเข้าชก เสียงแม้นเทพดังขัดให้หยุด ถ้าไม่รักษามารยาทตนจะไม่เกรงใจ เกียรติศักดิ์กลับยืดอกคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า

“ฝ่าบาทต่างหากที่ต้องเกรงใจกระหม่อม ในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้ของฝ่าบาท และกำลังจะมีสิทธิ์ในทุกตารางนิ้วที่นี่”

“ผิดแล้ว เพราะฉันกำลังจะใช้หนี้ให้แกทุกบาททุกสตางค์ก่อนกำหนด”

เกียรติศักดิ์อึ้ง ไม่รู้ว่าท่านชายจะเดินเกมอะไร...

สุนันทาเดินคุยมากับลูกชายว่าข้อเสนอแม้นเทพเป็นอย่างที่คิด อ๋องชื่นชมความเก่งของแม่จะต้องเรียนรู้จากแม่ให้มากๆ ผู้เป็นแม่บอกว่าประสบการณ์และสัญชาตญาณจะเป็นคนสอนเขาเอง ตนจะคอยเป็นแบ็กอัพให้ อ๋องดีใจที่จะได้ทำงานร่วมกับเพื่อนรัก จะทำที่นี่ให้เจริญขึ้นในเวลาไม่นาน สิริกันยาพึมพำ คนเก่งแต่ไม่มีศีลธรรมจะเจริญได้อย่างไร ใจดีกระซิบถามบ่นอะไร เธอรีบปัดว่าไม่มีอะไร

ไม่ทันไรสุนันทาหันมาสั่งสิริกันยาว่าให้ไปเป็นเลขาอ๋อง ส่วนตนจะหาคนใหม่ เพราะเธอเรียนจบด้านการเงิน ความรู้นั้นจะช่วยอ๋องได้มาก อ๋องแอบดีใจที่จะได้ใกล้ชิดเธอ

ด้านแม้นเทพเดินนำเกียรติศักดิ์เข้ามาในห้องทำงาน ณรังค์รอปิดประตูแล้วตามเข้ามา ท่านชายเชิญให้เกียรติศักดิ์นั่ง เขาเชิดหน้ามองณรังค์ด้วยสายตาดูถูก

“กระหม่อมไม่นั่ง! ควรจะให้เด็กในบ้านออกไปก่อนดีไหมกระหม่อม ถ้าเราจะคุยกันอย่างสบายๆก็ไม่ควรมีส่วนเกิน”

“แต่มันเป็นเด็กในบ้านที่ฉันเพิ่งจะมอบหมายให้ช่วยฉันจัดการเรื่องทั้งหมดในตอนนี้...ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องหนี้สินระหว่างนายกับฉัน และการบริหารโรงแรมร่วมกับสุนันทาที่เพิ่งจะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับฉันในสัดส่วน 49 เปอร์เซ็นต์”

ณรังค์คาดไม่ถึงว่าท่านชายจะไว้ใจตนขนาดนั้น เกียรติศักดิ์เดือดดาลไม่ยอมแพ้ หาว่าแม้นเทพคงสมองเสื่อมเพราะพิษสุรา คำนวณดูคร่าวๆมูลค่าหุ้นที่ขาย

ไม่มีทางพอกับหนี้สิน ท่านชายสวนว่าวันนี้ตนสติสัมปชัญญะสมบูรณ์พอจะรู้ว่ากำลังคุยอะไรกับใคร

“เงินที่ฉันได้มาบวกกับค่าสินสอดที่ฉันจะเรียกจากนาย” ทั้งณรังค์และเกียรติศักดิ์ตกใจ “ใช่ ฉันยอมให้หญิงปฐวีแต่งงานกับนายภายใต้ข้อแม้...หนี้ทั้งหมดเป็นโมฆะ”

“ค่าตัวคุณหญิงดูจะมหาศาลเกินไปนะกระหม่อม”

“ก็คุ้มกับผลประโยชน์ที่นายจะได้รับเมื่อดองกับจงสวัสดิ์ไม่ใช่รึ นับว่าได้กำไรมหาศาลอีกต่างหาก ตัววังกับโรงแรมมันก็แค่ของเล็กๆ ไม่ต้องได้ไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร”

เกียรติศักดิ์ยิ้มหยัน “พ่อของกระหม่อมพูดอะไรไว้ไม่ผิดเลยจริงๆ ฝ่าบาททรงเป็นนักธุรกิจที่เรียกได้ว่าไม่หมู”

แม้นเทพยิ้มรับที่ทำให้เจ้าหนี้อย่างเกียรติศักดิ์จำยอมรับข้อเสนอนี้ ณรังค์ไม่ชอบใจกับการกระทำเช่นนี้ของแม้นเทพเลย...พอมีโอกาสอยู่กันลำพัง จึงทูลเตือนว่าสังคมจะพูดถึงเรื่องนี้ ท่านชายดักคอคิดว่าตนขายลูกกินใช่ไหม ที่ผ่านมา

สังคมไม่เคยพูดถึงตนในแง่ดีอยู่แล้ว และที่สำคัญสังคมไม่สามารถใช้หนี้แทนตนได้ แล้วจะแคร์ทำไม

“ไม่แคร์ศักดิ์ศรีด้วยเหรอกระหม่อม”

“อย่าบังอาจมาสั่งสอนฉัน!”

“แต่ฝ่าบาทสั่งให้กระหม่อมรักษาศักดิ์ศรีของจงสวัสดิ์ กระหม่อมกำลังทำอยู่ ถ้าฝ่าบาทบอกกระหม่อมเรื่องหนี้พนันจำนวนนั้น กระหม่อมอาจจะหาทางออกอื่นโดยไม่จำเป็นต้องให้คุณหญิงแต่งงาน”

ท่านชายบอกนี่เป็นการรักษาศักดิ์ศรีวังและโรงแรมของตน แม้จะเสียอะไรไปบ้างก็รักษาส่วนใหญ่ไว้ได้ ณรังค์ไม่คิดว่าท่านชายจะไม่สนใจความรู้สึกของลูกแท้ๆ แถมคิดว่าเป็นหน้าที่ของจงสวัสดิ์ทุกคนที่ต้องทำตามคำสั่ง แม้แต่เขาก็อย่าสะเออะมาเถียงอะไรอีก จงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ณรังค์จำต้องรับคำด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจ สงสารปฐวีขึ้นมาจับใจ

ooooooo

ขณะที่สิริกันยาเก็บของเพื่อย้ายที่ทำงาน อ๋องเข้ามาบอกว่าเย็นนี้อย่าเพิ่งรีบกลับบ้าน เพราะณรังค์อยากคุยกับเธอและตนก่อนจะเริ่มทำงานด้วยกัน เป็นการทำลายกำแพงก่อนร่วมงาน

“กำแพงฉันหนาค่ะ นายนั่นทะลุมาไม่ได้หรอกค่ะ” สิริกันยาลืมตัวพูดออกไป

อ๋องทำหน้างง หญิงสาวรีบแก้ตัวหมายถึงกำแพง

ตนหนาต้องอาศัยเจ้านายทำให้ทะลุ อ๋องยิ้มปลื้มยินดีอย่างมากถ้าเราจะไม่มีกำแพงต่อกัน สิริกันยาไม่ได้สนใจคำพูดกำกวมของอ๋อง หลบมาโทรศัพท์รายงานศรีนวลว่าคืนนี้มีงานต้องกลับดึก ได้ยินเสียงเจ๊หวานเพื่อนข้างบ้านที่ฝากให้ดูแลย่าส่งเสียงถามจะแทงหวยเท่าไหร่ จึงกำชับย่าห้ามแทงเกินยี่สิบบาท...จากนั้นเดินกลับมาหาอ๋องที่รออยู่ ทั้งสองพากันเดินออกไป สุนันทายืนมองจากมุมหนึ่งด้วยความกังวลใจ

แต่แล้วแม้นเทพกลับสั่งณรังค์ให้กลับวังด้วยกันเพื่อคอยช่วยเวลาที่ตนพูดกับปฐวีแล้วเธออาละวาดขึ้นมา ณรังค์จึงขอตัวไปสั่งการ

วิเชียร...พรุ่งนี้ขอประชุมหัวหน้าแผนกทุกแผนก เกียรติศักดิ์นั่งดื่มอยู่ที่ล็อบบี้ เห็นณรังค์ก็หมั่นไส้ ลุกขึ้นไปขวางหน้าเข่นเขี้ยวที่เขาไม่ใช่เด็กในบ้านธรรมดาๆ ณรังค์จึงย้อนถามว่ากลัวอะไร เกียรติศักดิ์ปรี๊ดกระชากคอเสื้อณรังค์พูดใส่หน้าให้จำใส่กะโหลกไว้ว่าเขากับตนมันคนละชั้น

“ครับ ผมจะจำไว้ว่าแม้กระทั่งเด็กในบ้านอย่างผม คุณก็ยังกลัวถึงขนาดต้องเสียเวลามารอ เพื่อที่จะคุยด้วย”

เกียรติศักดิ์ยิ่งแค้น พอดีวิเชียรเข้ามาขัดจังหวะมองด้วยหน้าตาดุดัน ทำให้ขยาดต้องถอยหนี วิเชียรถามว่าเราควรมีปัญหากับคนคนนี้หรือไม่ ณรังค์ส่ายหน้าถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ต้องมั่นใจว่าเราเอาอยู่ วิเชียรพยักหน้ารับทราบ

เย็นวันนั้น ละมุลท่าทางไม่อยากกลับบ้าน สวัสดิ์เห็นเข้ามาขอไปส่งแต่เธอกลับปัดไม่ต้อง อยากอยู่คนเดียว เขาจึงได้แต่มองตามตาละห้อย ครูต้อยหน่ายใจเข้ามาแนะนำสวัสดิ์ ถ้ามัวเอาแต่มองไม่กล้าแล้วจะคว้าเธอมาได้อย่างไร สวัสดิ์หน้าเจื่อนบอกครูรุ่นพี่ว่าถึงอย่างไรตนก็จะไม่ถอยไม่หนีไปไหน ครูต้อยทึ่งไม่คิดว่าจะมีผู้ชายดีๆแบบนี้ในยุคสมัยนี้อีก

อ๋องพาสิริกันยาเข้ามานั่งในร้านอาหารหรู เธอตัวเกร็งกับบรรยากาศรอบข้าง พออ๋องคุยโทรศัพท์กับณรังค์แล้วบอกเธอว่า ณรังค์ติดธุระด่วนสำคัญแต่จะรีบมาให้เร็วที่สุด ให้เราทานกันไปก่อน หญิงสาวเบ้หน้าไม่กล้าแม้จะเลือกอะไรในเมนูอาหาร อ๋องขำกับท่าทางของเธอ พลันมีสาวสวยไฮโซเดินเข้ามาหยุดมองด้วยสายตาขุ่นเคือง พออ๋องหันมองก็มีสีหน้าตกใจ

กนกอร...แฟนเก่าอ๋องตอนอยู่อเมริกา ปรายตามองสิริกันยาแล้วพูดอย่างดูถูกว่าจะหาแฟนใหม่ที่ดีกว่าตนไม่ได้หรือ สิริกันยาพยายามสะกดอารมณ์ไม่ให้ปรี๊ด อ๋องรีบอธิบายว่าเธอเป็นเลขาไม่ใช่แฟน แต่กนกอรยังเหยียดว่า ดูท่าไม่พ้นเอาเต้าไต่ หูตาแพรวพราวเหลือเกิน

สิริกันยาหมดความอดทน ขอโทษอ๋องก่อนที่จะพูดกับกนกอรแล้วหันไปถามคนอื่นในร้าน “อะไรของคุณเนี่ย มายืนด่าอะไรฟังไม่รู้เรื่อง...รู้จักเขาป่ะคะ”

กนกอรหน้าชาที่คนในร้านมอง ด่าว่าสิริกันยามารยาทต่ำ เธอตอกกลับทันที แล้วที่มายืนด่าดูถูกคนที่ไม่รู้จักกัน มีมารยาทนักหรือ ก่อนจะบอกอ๋องคิดถูกแล้วที่เลิกกับผู้หญิงแบบนี้ กนกอรกรี๊ดลั่นร้าน ทุกคนต้องเอามืออุดหู สิริกันยาสะกิดเตือน คนมอง ไม่มีมารยาทก็ควรมียางอายบ้าง หญิงสาวเริ่มอายสะบัดหน้าค้อนอ๋องก่อนจะเดินเชิดออกไป สิริกันยาโล่งอก

“ขอโทษอีกทีนะคะคุณอ๋อง แต่ของมันขึ้นจริงๆค่ะ อะไรฉันก็ทนได้นะคะ แต่ให้ทนคนดูถูกคนด้วยกันเองเนี่ย ฉันไม่ทน”

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอก ผมต้องขอบคุณต่างหาก คุณพูดถูก ดีแล้วที่ผมเลิกกับเขามาได้ กนกอรเป็นผู้หญิงที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม ผมสั่งอาหารดีกว่า มื้อนี้น่าจะเจริญอาหาร” อ๋องชอบใจ

ทางด้านวังจงสวัสดิ์ ประคองแนบหูฟังกับประตูห้องปฐวีเพราะเห็นเธอเงียบไปนาน แม้นเทพเดินมาพร้อมณรังค์ เคาะประตูเรียกแต่ไม่มีการตอบรับ ประคองรีบเอากุญแจมาไขให้ แต่ก็ยังติดกลอนด้านใน ท่านชายสั่งบรรจงพังประตูเข้าไป...พอประตูเปิดโครม เห็นปฐวีในชุดสวยงามยืนมองไปนอกหน้าต่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ท่านชายต่อว่าที่ไม่เปิดประตู เธอย้อนว่า

“สนุกดี ที่ได้เห็นความวุ่นวายเพราะฝีมือของหญิง รู้สึกดี...จะลงโทษอะไรหญิงอีกล่ะเพคะ เอาเลย หญิงจะได้แน่ใจกับตัวเองซะที ว่าท่านพ่อเป็นคนอยุติธรรม”

“จนป่านนี้ก็คิดไม่ได้เลยใช่ไหม ว่าที่ตัวเองทำมันผิด ผิดมาทั้งชีวิต” ปฐวีหันมองถามก็เพราะใคร

“เออ! เพราะฉัน! ฉันมันเลวที่เลี้ยงลูกให้ดีไม่ได้วันนี้ฉันจึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดให้กับชีวิตของเธอ”

ปฐวีถามท่านพ่อจะทำอะไร ท่านทรงรับสั่งว่าให้เธอแต่งงานกับเกียรติศักดิ์เร็วที่สุด ทุกคนตกใจ ปฐวีโวยถูกต้องตรงไหนที่ให้ตนขายตัว แม้นเทพกริ้วจัดถึงกับกุมหน้าอกทรุดฮวบลง ณรังค์กับประคองปรี่เข้ารับองค์ไว้ ท่านชายนิ่งไปแต่ปฐวียังยืนมองด้วยความโกรธเกลียด

ooooooo

ทันทีที่อ๋องรู้ว่าณรังค์มาไม่ได้แล้ว จึงขอโทษสิริกันยาที่ต้องมาเสียเวลา แล้วตั้งใจจะไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาล หญิงสาวหยั่งเชิงถามว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทกับณรังค์จริงหรือ อ๋องแปลกใจรับว่าใช่ มีอะไร เธอจึงเปรยว่าเพื่อนเขาคนนี้อาจมีมุมมืดที่ไม่ดี ชอบยุ่งกับแฟนชาวบ้าน

อ๋องไม่เชื่อท้าให้เธอไปพิสูจน์ด้วยกัน...ระหว่างนั้น ณรังค์พยายามโทร.หาละมุลเพื่อบอกเรื่องแม้นเทพเข้าโรงพยาบาลแต่เธอไม่รับสาย ละมุลเดินเรื่อยเปื่อยไปจนมืดค่ำ ไม่รับโทรศัพท์ทั้งของแม่และณรังค์ เผอิญมีจิ๊กโก๋เข้ามาจะลวนลาม โชคดีที่สวัสดิ์ตามมาช่วยทันเพราะเป็นห่วงโทร.ไปถามคนที่วังว่าเธอกลับมาถึงหรือยัง จึงรู้เรื่องท่านชาย และพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

พอประคองรู้ว่าละมุลกำลังมาก็ดีใจรีบไปรอหน้าโรงพยาบาล บรรจงบ่นกับณรังค์ว่าปฐวีช่างใจดำ ทำท่านชายป่วยขนาดนี้ยังไม่มาดูดำดูดี ณรังค์ถอนใจน่าจะรู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไร

“เวรกรรมของท่านชาย เวรกรรมของคุณหญิง เวรกรรมของคุณณะ เวรกรรมของพวกเราทุกคนที่จงสวัสดิ์” บรรจงถอนใจ

“ถ้ายังหาเหตุผลให้กับสิ่งที่คุณหญิงทำไม่ได้ก็คงต้องคิดแบบลุง” ณรังค์สรุป

ในขณะที่ทุกคนกำลังเครียด ปฐวีกลับนั่งดื่มไวน์ในห้องนอน กดโทรศัพท์หาเกียรติศักดิ์บอกมีเรื่องอยากคุยกับเขา...ระหว่างนั้นอ๋องมาถึงโรงพยาบาล ถามณรังค์ถึงอาการของแม้นเทพ

“เส้นเลือดหัวใจตีบ หมอกำลังผ่าตัดอยู่ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วงนอกจากต้องระวังอย่าให้เครียดมากกับเรื่องเหล้า ไม่งั้นอาจหัวใจวายอีกรอบ” ณรังค์ปรายตามองสิริกันยาแล้วถามอ๋องพามาทำไม ผู้เป็นเพื่อนตอบว่า พามาพิสูจน์ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี ณรังค์ว่าเธอขี้ฟ้อง
สิริกันยาหน้าเสียที่อ๋องพูดตรงต่อหน้า แต่ก็โต้ “ไม่ได้ฟ้อง แค่เตือนไม่อยากให้เจ้านายคบเพื่อนไม่ดี กลัวถูกลากลงต่ำไปด้วย”

ณรังค์ฉุน อ๋องงงไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องอะไรกันมาก่อน ทั้งสามหาที่นั่งเคลียร์กัน อ๋องย้ำกับสิริกันยาว่า ที่เธอเห็นเป็นการเข้าใจผิด ปฐวีเซมาชนณรังค์ทำให้แฟนเธอเข้าใจผิดเหมือนกัน ณรังค์ตอกกลับด้วยคำพูดของเธอบ้างว่า อย่าตัดสินคนแค่เพียงเห็นกันไม่กี่นาที เธอไม่ได้รู้จักตนดีพอ หญิงสาวเบ้หน้าแล้วรีบเก็บอาการเพราะอย่างไรเสียก็เป็นลูกน้อง

“ขอโทษค่ะ ที่เคยเข้าใจผิด แต่ไม่ได้แปลว่าเชื่อ”

อ๋องตัดบทให้จบปัญหาต่อกัน ต่อไปจะไม่มีกำแพงเพื่อการทำงานที่ราบรื่น ณรังค์บอกไม่ถือสาแต่ให้เธอไปอธิบายศรีนวลด้วย เพราะแรงมโนของเธอทำให้เกือบโดนย่าเธอเพ่นกบาล หญิงสาวฝืนรับคำแล้วขอตัวกลับ พอคล้อยหลังก็เบ้ปาก ณรังค์รู้สึกดีที่ได้เอาคืนและข่มเธอบ้าง

ทางด้านหน้าโรงพยาบาล ประคองเห็นสวัสดิ์มาส่งละมุลก็แสดงอาการไม่ชอบ ไม่ต้องการให้คนระดับนี้มายุ่งกับลูกสาว ละมุลยืนยันว่าเขาเป็นแค่เพื่อน ก่อนจะถามแม่ว่าคนที่ก่อเรื่องให้ท่านชายป่วยอยู่ด้วยหรือเปล่า ประคองส่ายหน้า เธอดีใจพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

“หนูอยากเห็นจุดจบของคนแบบนี้จริงๆ ดี...แต่งงานไปซะ จะได้ไปอยู่ไกลๆ”

“อย่าผูกใจเจ็บอะไรคุณหญิงเลยละมุล อีกไม่นานเขาก็ไปแล้ว เห็นไหมว่าท่านพ่อไม่ได้นิ่งเฉย ที่ท่านตัดสินใจให้คุณหญิงแต่งงานก็เพื่อความสุขของเรา”

“เพื่อความสุขของท่านเองด้วยค่ะแม่ ท่านยอมเพราะอยากล้างหนี้ รู้ๆกันอยู่” ละมุลรู้ทัน

ประคองเอ็ดบาปปาก ละมุลหน้าเสียเก็บงำความสะใจเอาไว้ สิริกันยาเดินสวนมา ทั้งสองสบตากันโดยบังเอิญแต่ไม่รู้จักกัน
ค่ำคืนนั้น ปฐวีมานั่งรอที่ผับ กนกอรเดินมานั่งร่วมโต๊ะ บ่นเรื่องอ๋อง ปฐวีถามยังทำใจเรื่องแฟนทิ้งไม่ได้อีกหรือ ผู้เป็นเพื่อนสวนว่าตนทิ้งเขา ไม่ใช่เขา

ทิ้งตน แล้วนึกได้ว่าแม้นเทพเข้าโรงพยาบาลทำไมไม่ไปดูแล ปฐวีหาว่าคนแก่เข้าโรงพยาบาลเป็นเรื่องธรรมดา ทันใดก้องท่าทางเมากรึ่มเข้ามาฉุดมือปฐวีดึงขึ้นมากอด คุณหญิงตกใจผลักไส เขาพล่ามว่าเสียเงินกับเธอไปมากขอถอนทุนบ้าง คุณหญิงโกรธตบหน้าเขาฉาด ก้องผงะหันกลับมาตบคืน ทุกคนในผับตกใจ

ปฐวีโกรธมากคว้าแก้วไวน์ฟาดหัวก้องแตกเลือดอาบ ก้องเดือดปราดจะเข้าทำร้าย เกียรติศักดิ์

โผล่มากระชากเขาไปชกโครมล้มคว่ำ ประกาศกร้าว

“ไอ้หน้าตัวเมีย ถ้าไม่หยุดตอแยคุณหญิงอีก มึงเหลือแต่ชื่อแน่ คุณหญิงกำลังจะแต่งงานกับกู อย่ามาแตะผู้หญิงของกู ไปให้พ้น!”

เพื่อนก้องเข้ามาหิ้วปีกก้องออกไป เกียรติศักดิ์หันไปกระซิบลูกน้อง ก่อนจะชวนปฐวีย้ายไปคุยที่อื่น กนกอรยืนตะลึงไม่คิดว่าเพื่อนผู้สูงศักดิ์กำลังจะเป็นเมียมาเฟีย...พอพากันมาขึ้นรถเกียรติศักดิ์ก็เปิดไฟหน้ารถให้ปฐวีเห็นก้องกำลังโดนลูกน้องตนซ้อมสะบักสะบอมหน้าผับ พร้อมกับบอกว่าใครทำเธอจะโดนเอาคืนสิบเท่า หญิงสาวยิ้มเรี่ยๆขอบคุณที่ทำเพื่อตน

หน้าห้องไอซียู หมอบอกณรังค์ ประคองและละมุลว่าต้องดูอาการแม้นเทพอีกสักคืนถึงจะย้ายไปที่วอร์ดได้ ประคองขอนั่งเฝ้าหน้าห้อง ละมุลพยายามบอกแม่จะทนหลังขดหลังแข็งทำไม พรุ่งนี้ค่อยมาแต่เช้าก็ได้ ณรังค์ช่วยพูดอีกคน ประคองจึงยอม

ด้านสิริกันยากลับมาบ้านเล่าเรื่องณรังค์ให้ย่าฟัง ศรีนวลดีใจที่ณรังค์เป็นคนดี แต่หลานสาวยังไม่เชื่อสนิทใจ ย่าจึงบอกว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่นานก็ต้องโผล่ออกมาให้เห็น

ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวถึงกำลังปลอบใจละมุล คิดว่าเธอจะหนีออกจากบ้านเสียแล้ว ละมุลปาดน้ำตาบอกอยากทำอย่างนั้นแต่ทำไม่ได้ แล้วถามเขาคิดว่าปฐวีจะยอมแต่งงานหรือไม่ ณรังค์ถอนใจคิดว่าต้องยอม เมื่อเธอใจเย็นลงคงคิดได้ว่าไม่ได้โดนฝืนใจอะไรเพราะเกียรติศักดิ์ก็เป็นคนรักของเธออยู่แล้ว แต่ละมุลสังหรณ์ใจว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยณรังค์ไปง่ายๆ

“นั่นมันเป็นปัญหาของคุณหญิง ไม่ใช่ปัญหาของเราที่ต้องเอามาคิดมาก”

“ก็เวลาคุณหญิงมีปัญหา เธอมักจะเอาปัญหามาลงที่เราไม่ใช่เหรอ ไม่คิดมากได้ไง”

“บอกแล้วไง พี่อยู่ทั้งคน พี่จะดูแลปกป้องละมุลกับแม่เอง ทำใจให้สบาย”

ละมุลอุ่นใจขึ้น ซบหัวอิงต้นแขนณรังค์ เขาลูบหัวเธออย่างเอ็นดู ประคองออกมายืนมองเงียบๆ ยิ้มในหน้าตัดสินใจไม่รบกวน ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันลำพัง

ด้านหน้าตึก เกียรติศักดิ์ขับรถมาส่งปฐวี กุมมือเธอขึ้นมาจูบและเรียกคุณหญิงของตน หญิงสาวแย้ง ยังไม่ได้เป็นของเขา จนกว่าเขาจะทำตามที่รับปาก เขารับคำยิ้มอย่างอาลัยอาวรณ์ พอเกียรติศักดิ์กลับไป ปฐวีเปลี่ยนท่าทีมองมือที่ถูกจูบอย่างรังเกียจ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดถู ณรังค์เดินเข้ามาตำหนิว่าเธอน่าจะไปดูอาการท่านชายบ้าง ปฐวีเชิดหน้าอย่างถือดี เดินไปไม่พูด

“ท่านชายประชวรเพราะคุณหญิง” ณรังค์เดินตามตอกย้ำ

ปฐวีหันมาตอบโต้ “ไม่ใช่เพราะหญิง เพราะความจริงที่ท่านพ่อรับไม่ได้ต่างหาก! อย่ามาสั่งว่าหญิงควรหรือไม่ควรทำอะไร ในเมื่อณะเองก็ไม่ได้ไยดีอะไรหญิง แล้วนี่เรื่องการแต่งงานของหญิง ณะเองก็เห็นด้วยกับท่านพ่อใช่ไหม”

“คุณหญิงบอกผมเองว่าคุณเกียรติศักดิ์เป็นคนรัก ถ้าได้แต่งงานกับคนที่รักก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอครับ”

“นั่นสินะ มันเป็นเรื่องที่น่าจะดีใจและยอมรับ งั้นหญิงจะทำตามที่ณะต้องการ ดีไหม”

“เลิกประชดคนรอบข้างซะทีเถอะครับ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เสียใจที่สุดก็คือตัวคุณหญิงเอง ไม่ใช่คนอื่น”

“ไม่ได้ประชด หญิงไม่เคยทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ คอยดูให้ดีแล้วกัน” ปฐวีสำทับยืดอกอย่างนางพญา ถือดีมุ่งมั่นจะเอาชนะเช่นเคย ณรังค์มองอย่างหน่ายใจ

ooooooo

วันต่อมา สิริกันยานำกระเช้าในนามบริษัทมาเยี่ยมแม้นเทพตามคำสั่งอ๋อง เจอปฐวีที่หน้าลิฟต์ จึงถอยมายืนห่างๆไม่อยากมีปัญหา ท่าทางปฐวีหงุดหงิดที่ต้องรอลิฟต์ กดปุ่มรัวๆจนคนแถวนั้นมองตำหนิ สิริกันยาขยับไปกระซิบบอกพยาบาลให้มาเตือน เกรงปุ่มจะพังเสียก่อน

พยาบาลเข้ามาพูดอย่างสุภาพ “คุณคะ...เดี๋ยวลิฟต์ก็มาแล้วค่ะ ใจเย็นๆนะคะ เดี๋ยวมันจะพังเอาค่ะ” เท่านั้นก็โดนสวนกลับถามเป็นใคร? หญิงสาวตอบว่าเป็นพยาบาล

ปฐวีมองเต็มตาแล้วมองเลยไปที่คนอื่นที่จ้องมอง เห็นสิริกันยาอยู่ในกลุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้ เผอิญลิฟต์มาถึง พยาบาลเชิญให้ปฐวีเข้าก่อนแต่เธอกลับยืนเชิดไม่ยอมเข้าไป ทุกคนมองทำนองอะไรนักหนา เห็นรีบแล้วกลับไม่ไป สิริกันยายิ้มโล่งอกไม่ต้องเกร็ง ประสานสายตาจนลิฟต์ปิด
ปฐวีฉุนเฉียวกดปุ่มลิฟต์อีกครั้ง จะกดรัวก็ชะงักมองคนที่มายืนรอใหม่ ไม่อยากโดนตำหนิอีก ได้แต่ยืนเจ็บใจอยู่ตรงนั้น...

ประคอง ณรังค์และละมุลยืนข้างเตียงแม้นเทพที่เพิ่งย้ายมาห้องพักฟื้น ท่านมองนิ่งๆก่อนจะกล่าวอย่างไม่ถนอมน้ำใจใครว่า ตนไม่ได้ใกล้ตาย จะมาเฝ้าหน้าสลอนทำไม มีงานอะไรก็ไปทำ ละมุลน้อยใจ ประคองบีบมือให้กำลังใจลูก ณรังค์สงสารน้องพาออกไป ท่านชายถามหาปฐวี ประคองตอบด้วยความน้อยใจว่าสายๆ แล้วก้มกราบแทบเท้าแม้นเทพ ท่านชายแปลกใจทำทำไม

“กราบขอบพระทัยฝ่าบาทที่ปกป้องหม่อมฉันกับลูกเพคะ...แต่หม่อมฉันกำลังคิดว่า ถ้าคุณหญิงจะเกลียดหม่อมฉันกับลูกมากถึงขนาดนี้ บางทีอาจจะดีกว่าถ้าเราสองคนจะออกจากวัง ไปอยู่ให้พ้นหน้าพ้นตา คุณหญิงจะได้ไม่ต้องทำให้ฝ่าบาททรงไม่สบายพระทัยอีก”

“ไม่ต้องสาระแนคิดเอง!” แม้นเทพตัดบททั้งที่รู้แก่ใจว่าตัวเองปกป้องสมบัติมากกว่าประคองตีเนียนทวงสัญญากรายๆ “เพคะ ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันดีใจเหลือเกิน ดีใจที่ฝ่าบาทยังไม่ทรงลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับหม่อมฉันเพคะ”

“สัญญาอะไร” แม้นเทพจำไม่ได้

“ที่เคยทรงสัญญากับหม่อมฉันว่า จะยกวังจงสวัสดิ์ให้ละมุล เพราะเหตุนี้ฝ่าบาทเลยไม่อยากให้หม่อมฉันกับลูกไปไหน ใช่ไหมเพคะ”

ท่านชายอึ้งไม่เคยคิดจะยกให้ ประคองยังพร่ำบอกว่าจะอยู่รับใช้จนวันตาย แต่ทรงไม่ต้องการฟังเรื่องตาย แล้วบ่นหาปฐวีอีกครั้ง ประคองข่มความน้อยใจเลี่ยงมาปอกผลไม้เงียบๆ

ด้านณรังค์รู้ว่าละมุลน้อยใจ ก็โอบปลอบขยี้หัวอย่างเอ็นดู สิริกันยาถือกระเช้าเดินสวนมาชะงักมองทำนองช่างมีผู้หญิงรอบตัวจริงๆ ณรังค์เห็นแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน พอสิริกันยาได้ยินว่าละมุลเป็นน้องสาวก็ไม่เชื่อ พูดเหน็บว่าเป็นพี่น้องที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย

ณรังค์อธิบายว่าไม่ได้เป็นพี่น้องทางสายเลือด แต่เลี้ยงให้โตมาด้วยกัน ละมุลสำทับว่าณรังค์เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลก สิริกันยารับคำทำหน้าไม่เชื่อถือ ณรังค์รู้ทันบอกละมุล ตนส่งแค่นี้จะพาแขกไปเฝ้าท่าน

พอละมุลเดินไป ณรังค์ก็เสียงแข็งใส่สิริกันยาทันที “ผมรู้นะว่าคุณกำลังคิดอกุศล”

“จะหาเรื่องอะไรฉันอีก หา คุณเจ้านาย” สิริกันยามองตาแข็งตอบโต้

ขณะที่ละมุลยืนรอลิฟต์ ประตูลิฟต์เปิด ปฐวีเดินออกมา ละมุลยืนเกร็งหลบตา ไม่วายโดนแกล้งกระแทกจนเซแล้วกล่าวหาว่ายืนขวาง สั่งให้สบตา พอเห็นสายตาละมุลก็ถามเสียงกร้าวเกลียดตนมากใช่ไหม ผู้ต่ำศักดิ์กว่านิ่ง ปฐวียิ่งหาเรื่อง

“ไม่พูดฉันก็รู้ ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ให้แกเกลียด จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง”

ละมุลใจหายวาบ มองท่าทียิ้มเย้ยของพี่สาวต่างศักดิ์ กลัวจนมือไม้สั่น...ในขณะที่ณรังค์พาสิริกันยาเดินไปยังห้องพักฟื้นท่านชาย อดไม่ได้ที่จะต่อว่าเธอชอบมโนมองคนในแง่ร้าย เธอสวนว่าพฤติกรรมเขาฟ้องทิ่มตา ไม่ได้มโน

“อย่าตัดสินคนแค่สิ่งที่เห็น บอกแล้วไง คุณไม่ได้มารู้จักชีวิตผมเลย”

“คุณไม่จำเป็นต้องมาแก้ตัวกับฉันหรอก เพราะฉันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับคุณ นอกจากเป็นแค่ลูกน้องและไม่ได้สายตรงด้วย จึงไม่จำเป็นต้องรู้จักชีวิตส่วนตัวคุณ การที่ฉันจะมองคุณในแง่ร้าย มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับคุณ เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะ จบไหม”

ณรังค์ขำถามเหนื่อยไหม หญิงสาวเผลอรับคำ เขาจึงพ่นไฟใส่บ้าง “งั้นไม่ต้องพูด ฟัง...ผมก็ไม่ได้อยากให้คุณมารู้จักชีวิตผม แต่หลังจากนี้ไปคุณต้องทำงานกับผม ถ้าเราเข้าใจไม่ตรงกัน มันย่อมมีปัญหากับการทำงาน ซึ่งผมไม่ชอบร่วมงานกับคนที่มีทัศนคติบิดเบี้ยว แล้วพาลไม่ให้ความเคารพผม และอาจทำให้ผมต้องคุยกับอ๋องว่าเรามีปัญหา และอาจทำให้คุณถูกไล่ออก”

สิริกันยาไม่พอใจ หาว่าเขาจะบีบให้อ๋องไล่ตนออก ณรังค์มองตาแล้วถามอยากระเบิดอะไรออกมาก็ได้ จะได้คุยกับอ๋องทีเดียว หญิงสาวอ่อนลงเปลี่ยนท่าที ตนต้องทำงานแบบมืออาชีพ เรื่องความรู้สึกส่วนตัวต้องเก็บไว้...ระหว่างนั้นปฐวีเดินมาเห็นทั้งสองคุยกันสนิทสนมก็ปราดเข้าเล่นงานไม่ฟังคำอธิบาย กระชากกระเช้าในมือ สิริกันยาเหวี่ยงลงพื้น ตวาดเสียงกร้าว

“ไม่จำเป็นต้องรับของจากมัน พวกคนชั้นต่ำ! ไม่ต้องมาเสแสร้ง กลับไป!”

“ไร้มารยาทแบบนี้...สูงหรือต่ำล่ะ” สิริกันยาโกรธมองหัวจดเท้าบ้าง

ปฐวีเชิดใส่บอกสูงหรือต่ำไม่สน แต่ตนเหยียบพวกเธอได้ สิริกันยากำหมัดแน่น ณรังค์กลัวจะมีเรื่องรีบจับมือเธอไว้ ปฐวีเห็นยิ่งโกรธ คว้ามือณรังค์จะเดินไปไม่วายสำทับสิริกันยา

“ไปบอกนายของแก ถ้าจะมาเยี่ยมท่านพ่อ อย่าดูถูกกันด้วยการส่งเลขาหน้าโง่มาเยี่ยม ควรจะมาด้วยตัวเอง...ไปได้แล้วณะ”

ณรังค์มองสิริกันยาด้วยสายตาขอโทษ แต่เธอโกรธจนหน้ามืดพึมพำไล่หลังว่าเขาตามต้อยๆไม่กล้าหือ อยากจะด่ามากกว่านี้ต้องระงับไว้ ก้มเก็บกระเช้าที่หกเกลื่อนในห้องพักฟื้น ประคองกำลังปอกผลไม้อยู่มุมหนึ่ง ปฐวีเดินเข้ามาไหว้แม้นเทพที่นอนอยู่บนเตียง ณรังค์เดินตามมาเข้าไปยืนข้างประคอง ท่านชายเอื้อนเอ่ยมาได้แล้วหรือ ตนยังไม่ตายยังอยู่อีกนาน คุณหญิงขอประทานอภัยที่ทำให้ไม่สบายใจจนประชวร ท่านชายหลงดีใจ

“ดีแล้วที่คิดได้ สิ่งที่พ่อตัดสินใจ ทุกคนมีแต่ได้กับได้ ไม่มีใครเสีย”

“หญิงทราบดีเพคะ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...หญิงจะยอมแต่งงานกับคุณเกียรติศักดิ์ ภายใต้เงื่อนไขสองข้อ ซึ่งหญิงได้ตกลงกับคุณเกียรติศักดิ์เรียบร้อยแล้ว”

“ว่าไงหญิงวี ตกลงอะไรกับเกียรติศักดิ์”

ปฐวีร่ายข้อตกลงให้ฟังว่า ตนจะแต่งงานหลังท่านพ่อหายประชวร ระหว่างนี้เกียรติศักดิ์จะดำเนินการซ่อมแซมวังจงสวัสดิ์ให้สง่างามดังเดิม ท่านชายแปลกใจคนอย่างนั้นยอมทำหรือ

“ค่ะ เพราะหญิงจะขอวังจงสวัสดิ์จากท่านพ่อเป็นเรือนหอของหญิง” ปฐวียิ้มกริ่มปรายตามองประคองที่หน้าเสีย “ตกใจอะไรเหรอประคอง”

ผู้ต่ำศักดิ์กว่าปฏิเสธไม่ได้เป็นอะไร ปฐวียิ้มเหยียดดักคอไม่อยากให้ตนได้วังหรือ แล้วย้ำว่าถ้าท่านพ่อไม่ยกวังให้ ตนก็จะไม่แต่งงาน ทันใดแม้นเทพมีอาการแน่นหน้าอก เสียงเครื่องหัวใจดังเตือน ณรังค์ตกใจรีบกดปุ่มเรียกพยาบาล ประคองต่อว่าคุณหญิงใจร้ายจะฆ่าท่าน

“มันก็ยุติธรรมดีแล้ว กับที่ท่านพ่อฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น” ปฐวีตอบโต้ไม่สำนึก

ณรังค์ไล่ปฐวีให้กลับไปอย่างไม่เกรงใจ หมอ พยาบาลกรูเข้ามาดูอาการแม้นเทพ ปฐวีมองหน้าซีดแต่ด้วยความทิฐิก็เชิดหน้าเดินออกไป

ooooooo

 

 

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จาก  ไทยรัฐ

 

สายธารหัวใจ, สายธารหัวใจ มิ้น, สายธารหัวใจ เจมส์มาร์, สายธารหัวใจ มิ้น เจมส์, สายธารหัวใจย้อนหลัง, ละคร สายธารหัวใจ, เรื่องย่อสายธารหัวใจ, ละครสายธารหัวใจ

แสดงความคิดเห็น

emotion