บทที่10(1/2) แค่ชดใช้

บทที่10(1/2) แค่ชดใช้

5 / 151    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

ราวกับดินแดนนักโทษฉกรรจ์ ประหนึ่งอยู่ลานไต่สวน รอบข้างเต็มไปด้วยทหารร่างใหญ่ยืนตระหง่านรายล้อมรอบเสี่ยวหวน เสมือนเป็นประการกักขังมิให้นางหลุดรอดไปได้

 

นางคุกเข่ากลางลานจวน มีคุณหนูชิงสุ่ยและป้าฮัวยืนกำกับครั้งนี้ ตรงกลางพวกนางมีเยียนอิ่งนั่งประชิดแม่ทัพซานหลาง สายตาต่างเพ่งเล็งไปยังสาวใช้ที่ละเลยในหน้าที่ กล้าปล่อยยุ่นฉานหนีหายไร้แม้กระทั่งรอยเท้า

 

ครั้งนี้มิสั่งสอนให้รู้สำนึกคงมิได้ เกินเหตุร้ายเพียงนี้ควรจะตีให้ตาย

 

ชิงสุ่ยลอบเหยียดยิ้มสบายใจ อย่างน้อยมันผู้หนึ่งก็หายไปจากชีวิต เดาได้ว่าคนร้ายพวกนั้นคงกำจัดนางสิ้นซากไปเป็นที่เรียบร้อย

 

เพราะถามไถ่จากเสี่ยวหวน นางมิอาจตอบได้ว่ายุ่นฉานตายหรือรอด ในเมื่อเป็นเหตุชุลมุนชาวบ้านหนีหายกันทางใครทางมัน มิมีผู้ใดอยู่ดูชม

 

 

 

ไร้คำตอบจะบอกกล่าว สาวความใดไม่พบ เหตุนี้แล้ว ทั้งบ้านตระกูลเฝิงต่างออกมาออล้อมชมดูวิธีลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง เผื่อโอกาสหน้ามันผู้ใดกล้าหือจะได้ตรึกตรองให้ถี่ถ้วน

 

เสี่ยวหวนนั่งหน้าซีดก้มหน้าก้มตาสั่นงึกๆ มองดูสภาพตนเองเดาไว้อย่างไรก็ไม่ผิด ต้องถูกลงทัณฑ์อะไรสักอย่าง ไม่ตายก็ปางตาย ถึงจะเตรียมใจยอมรับเรื่องนี้จนสุดสามารถแล้ว ยังหวาดกลัวอยู่ดี นํ้าตาความสิ้นหวังหยดแหมะลงหลังมือที่วางบนหน้าตัก บีบบี้กันจนชํ้า

 

แม่ทัพผู้ไร้พ่ายในแคว้นสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วส่งเสียงดังกังวานดุจระฆังลั่น สอบถามสาวใช้กำลังหวาดผวาต่อผลที่บังเกิดกับตัวเอง "บอกมาว่าเจ้าปล่อยนางหนีไปหรือ! "

 

เสี่ยวหวนสะดุ้งวาบ รีบยืดหลังตรงซีดเผือดเขียวคลํ้าไปทั้งตัว รีบขยับปากสั่นระริกกล่าวกับนาย "ข้าน้อยมิได้ปล่อยนางนะเจ้าคะ นางถูกคนเข้ามาทำร้ายใช้มีดเสียบแทง ถึงคุณหนูจะพยายามสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่นางก็ยังถูกคนอีกหลายคนรุม" สาวใช้ก้มตัวแนบพื้น ค้อมศีรษะจนหน้าผากแนบธรณีหมายจะให้พวกเขาเชื่อในสิ่งที่พูด "ข้าน้อยเห็นว่านางเสียเปรียบจึงคิดไปเรียกคนที่รถม้ามา แต่พอกลับมาก็ไม่เห็นนางแล้ว"

 

"เฮอะ! " ชิงสุ่ยแสยะยิ้มแค่นเสียงเหน็บประชด "เจ้านั้นมันโง่ นางมีแผนจะหนีแต่แรกแล้วยังกล้าทิ้งไว้อีก"

 

เสี่ยวหวนส่ายหน้าระคนไม่เชื่อ "ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดเถอะนะเจ้าคะ ช้าเห็นนางถูกแทงเต็มตา หากเป็นแผน ไม่เท่ากับเอาชีวิตแลกหรือเจ้าค่ะ"

 

เยียนอิ่งนิ่งเงียบมานานเริ่มขยับกายอย่างเฉื่อยชา เดินหาสาวใช้ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกจะหยั่งถึง ในซอกนิ้วแฝงเข็มสามเล่มหนีบซุกซ่อน แล้วตบฉาดลงหน้านางอย่างแรง

 

เสี่ยวหวนอื้ออึงไปชั่ววูบ ถึงจะเคยถูกตบมาจากป้าฮัวหนึ่งครั้งก็ไม่รู้สึกเจ็บจนชาอย่างหน้าประหลาดเช่นนี้ นางยกมือขึ้นมาจับแก้มเจ็บแปลบราวเข็มแทงไว้ พลันแตะจุดเจ็บแล้วมองดูเลือดที่ปลายนิ้วมือ ดวงตาดำกลมเบิกกว้างตกตะลึง นัยน์ตาสั่นระริกหนักเท่าทวี

 

เยียนอิ่งบอกนางอย่างแผ่วเบา "กล้าอวดฉลาดก็อย่างนี้แหละ" ฮูหยินหมุนตัวออกจากนางกำลังอึ้งตะลึงตะไลกับรอยตีที่คาดไม่ถึงอยู่ก็นั้น เยียนอิ่งพูดมาอีกอย่างหนึ่ง "เจ้านั้นมันโง่อย่างไรก็โง่อยู่อย่างนั้น หาได้มีสติปัญญาปราดเปรื่อง คนใช้ตํ่าต้อยกล้าเสนอตัวขึ้นว่ากว่าด้านความคิดรึ ข้าจะบอกให้นะเสี่ยวหวน ถ้าเจ็บปางตายแต่หนีได้ตลอดกาล เจ็บแค่นั้นมันก็ยอม เพราะอย่างนั้นต่อให้คนร้ายเป็นใคร พวกของนางหรือไม่ข้าไม่สน ตอนนี้นางหนีไปแล้วจะชดเชยอย่างไร"

 

สาวใช้แข็งทื่อไปแล้ว นางไม่กล้าบังอาจสิ่งใดได้อีก ยอมรับชะตามากกว่าจะต่อสู้ หากฮูหยินผู้นี้จะฆ่าแกงแล้ว ต่อให้มีคำพูดร้อยพันคำก็มิอาจยื้อชีวิต จึงเงียบกริบ น้อมตัวลงกับพื้นในท่าหมอบยอบกายปิดปากสนิทสั่นสะท้านหลั่งหยาดนํ้าตาไม่อาจระงับ

 

ซานหลางฟังมาครู่หนึ่งก็ได้คำตอบจากฮูหยินแล้วกวักมือเรียกทหารมาจับเสี่ยวหวน สั่งว่า "โบยนางห้าสิบไม้ จะอยู่จะตายแล้วแต่วาสนา แล้วสั่งคนออกตามหาเด็กคนนั้นมาให้จงได้! " ทหารรับทราบคำสั่งมันค้อมศีรษะประสานมือแล้วลากเสี่ยวหวนไม่ยอมปริปากไปโบย

 

ซานหลางเอ่ยกับฮูหยินตนว่า "เรื่องที่ชิงสุ่ยหลานสาวข้าทำผิดกล้าให้นางออกจากจวน ก็สุดแล้วแต่เจ้าเถอะ"

 

ชิงสุ่ยปราดสายตามองเยียนอิ่ง คำพูดของท่านลุงตนเองนั้นประหนึ่งปล่อยให้อสนีบาตฟาดลงกลางหัว ใจชาวาบเมื่อทราบถึงอันตรายรู้ว่าตนมีภัย รีบคุกเข่าแสร้งบีบนํ้าตา อ้อนวอนขอความเมตตา "ฮือ ท่านป้า ท่านตีข้าเถอะ ขังข้าก็ได้ ข้าผิดเองที่หวังดีให้นางใช้แป้ง แต่คาดไม่ถึงว่านางจะปาทิ้งลงพื้น" ชิงสุ่ยคลานเข่าหาเยียนอิ่ง แล้วกอดขานางแน่น "ท่านป้าผิดที่ข้าใจดี ไม่ถามท่านเสียก่อน พอนางทิ้งแป้งข้าจนหมดแล้วนางก็อาสาออกไปหามาให้ใหม่ ข้านึกว่านางจะไม่ตระบัดสัตย์แต่กลับเป็นอย่างนี้ นางช่างไม่เหมือนน้องซินจิงของข้าเลย เหตุใดน้องซินจิงถึงได้ด่วนจากข้าไป ฮือ มิเช่นนั้นพวกเราคงไม่ต้องลำบากนำงูพิษมาเลี้ยง"

 

ชิงสุ่ยได้ตบตาเล่นละครเสแสร้งคั้นนํ้าตาเอ่อคลอ เปลี่ยนใจเยียนอิ่งที่กำลังเดือดดาลเป็นเบาลงไปอย่างง่ายดาย หากพูดถึงบุตรสาวที่ตายไปเมื่อไหร่ เป็นต้องนิ่งงันลงไปราวกับศพเดินได้ทุกครั้ง คิดว่าครั้งนี้ต้องสำเร็จไม่โดนลงโทษอย่างนั้นแน่

 

"คราวหน้าคราวหลังอย่าโง่อีก! " เยียนอิ่งเองลงโทษไม่ลง เมื่อตกหลุมห้วงความรักคนเป็นแม่ ก็พลันจุกอกจนไม่อาจทำอย่างอื่นได้อีก แต่ทิ้งคำแสบสันไว้ทิ่มแทงใจแทน

 

พอนางหันหลังจากไปแล้วก็ลุกขึ้นกระทืบเท้า แววตาถมึงทึงราวกับผึ้งแตกรัง อยากไปเข้ารุมต่อยหน้าให้บวมเจ่อจนไม่มีหน้าพบผู้คนได้อีก นางเก็บงำโทสะลงไว้ใส่กล่องความอดทน เตรียมเปิดทีเดียวในวันข้างหน้า

 

"มันไม่กลับมาหรอก ลูกสาวเจ้าด้วย งานสมรสนี้จะเป็นของข้า ต่อให้ลากลูกสาวชาวบ้านมากี่สิบคน ข้าจะฆ่าพวกนางเอง"

 

ตระกูลเฝิงเร่งรุดออกหาตัวยุ่นฉาน

 

 

 

แต่ในวันนี้เทียนหยาจะออกเดินทางไปหาบุตรสาวที่จะเกี่ยวดองอีกไม่กี่วันข้างหน้า มาติดขัดตรงที่ว่าอิสตรีเด็ดเดี่ยวผู้นี้ทำอาภรณ์เขาเปรอะเลือด จึงเปลี่ยนใจกะทันหัน

 

ครบสามวันสลบเหมือดเหมือนคนจะไม่ตื่นมาอีกรอบที่สองและสาม แต่สุดท้ายนางก็สะดุ้งตื่นจากการฝันถึงวินาทีที่ถูกต้าจุนผลักร่างออกห่างจากตัวเขา แล้วชายผู้หวังดีเหลือชีวิตนางไว้สลายหายไปต่อตา

 

พอผุดลุกนั่งเหงื่อซึมเม็ดโตบนหน้าผาก ใจเต้นราวกับพายุโถมกระหนํ่า กว่าจะสงบลงได้ก็หายใจหอบไปนานพักใหญ่ หน้าท้องปวดหนึบแสบจนต้องนิ่วหน้ากุมจุดเจ็บปวดไว้เพื่อให้บรรเทา จากนั้นก็กวาดสายตามองรอบห้อง มิใช่ห้องที่นางตื่นมาเมื่อครั้งก่อนแน่ ที่นี่ไร้เสียงเกลียวม่านไข่มุก มีแต่เสียงนกร้องพอเบาๆ นางขยับเขยื้อนตัวออกจากเตียง ค่อยๆ ก้าวสำรวจพื้นที่อย่างเชื่องช้า จนมาถึงห้องหนึ่งมิได้ปิดประตู มิมีม่านบดบัง คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเขียนพู่กันตัวนั้นทำนางเอียงคอฉงน

 

ทบทวนเรื่องราวก่อนนั้นเรียกว่าตาฝาดไปหรือ เขาผู้นี้ที่ช่วยนางไว้จากกองเลือดของตัวเอง คนที่เห็นในวันนั้นคือต้าจุนไม่ผิด แต่นี่ถึงจะคลับคล้ายคลับคลามาเหมือนราวกับภาพวาด แต่ดูอย่างไรก็เหมือนไม่ใช่ เขามีใบหน้าที่คล้ายคลึง แต่อิริยาบถที่เหลือบตามองจากกระดาษบนโต๊ะอย่างไรก็ไม่ใช่

 

เทียนหยาจ้องนางอยู่อึดใจ เป็นยุ่นฉานที่จะอดใจถามก่อนมิได้ “ท่านช่วยข้าหรือ”

 

“เปล่า…” จากนั้นก็ก้มหน้าลงไปเขียนอะไรบางอย่างต่อ ไม่นานก็พูดกลับ “เจ้าทำผ้าข้าเลอะเลือด แค่เก็บเจ้ามาเผื่อเอาไปขายแลกผ้าผืนใหม่”

 

ใต้ตานางพลันกระตุก เส้นเลือดปูดขึ้นขมับ ลามไปทั้งหน้าผาก

 

ปากหรือนั่น! ....

 


แสดงความคิดเห็น

emotion