บทที่9ชะตานำพา(เต็มตอน)

บทที่9ชะตานำพา(เต็มตอน)

5 / 182    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

ตอนที่4

ย่านหวงเหออันครึกครื้นคลาคลํ่าไปด้วยฝูงชนชาวบ้านมาจับจ่ายใช้สอย หาของใช้จำเป็นระหว่างวันกลับเข้าบ้าน ชาวบ้านนับร้อยนับพันเอ่อล้นในตลาดดูคึกคักเป็นพิเศษ เริ่มมีเทศกาลโคมไฟในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เหล่าชาวประชาแคว้นฉีพร้อมใจกันออกมาเพื่อตั้งงาน

และการนี้เพื่อตบตาผู้คนได้ในฝูงชนคนมาก เทียนหยาออกจากจวนมาตามจดหมายที่เหอเยียนซีให้มาพบ ราชโองการจากฮ่องเต้นั้นแพร่สะพัดทั่วหล้า ในเพลาไม่กี่วันก็รู้กันทั่วแคว้น แพร่งพรายสู่แคว้นอื่นอีกต่างหาก และครั้งนี้นางที่อยู่ต่างแคว้นปักใจรักในตัวเทียนหยารู้ถึงข่าวสาร นางเป็นอันทนมิได้จะอยู่เฉื่อยเฉย เร่งส่งข่าวสื่อสารทางวิหคสีขาวบินทะยานข้ามเขตแดนหมายจะพบปะเพื่อสนทนาหาทางออก

เทียนหยานั่งเกี้ยวมาขบวนหนึ่งหยุดที่ร้านนํ้าชาชื่อดังจับจองเหมาทั้งร้านเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

เขาเดินเข้าไปด้านในไม่เท่าใดเถ้าแก่เจ้าของร้านเร่งรุดมาต้อนรับอย่างสมเกียรติของผู้สูงศักดิ์ ยุคสมัยนี้นับการเงินมั่งมีเป็นตั้ง คนยากจนล้วนไร้ค่า กระนั้นแล้วมิมีผู้ใดอาจหาญต่อยุคบ้านเมืองเมื่อยากไร้กล้าถือตนเองเป็นใหญ่

หญิงสาวทั้งตลาดจับกลุ่มก้อนคุยกันเบาพอผะแผ่ว แต่ผู้ถูกสายตารุมล้อมล้วนเข้าใจว่ากำลังกล่าวขวัญในเรื่องอะไร จึงหาจะใส่ใจไม่กลับเห็นคนเหล่านั้นเป็นดั่งอากาศ

ใครพบเห็นเป็นต้องจับตาอยู่แล้ว ว่าด้วยเรื่องรูปลักษณ์ที่งดงามนั้นหาบุรุษเทียบเท่าได้ กับองค์ประกอบดุจเทพเซียนในชุดสีฟ้าอ่อนดุจรูปปั้นประติมากรรมที่ละเมียดละไมปั้นสรรค์

“บางทีอากาศนี้ก็รายรอบตัวจนรู้สึกว่าอึดอัดเสียจริง” บุรุษคมเข้มผิวขาวราวไข่ปอกขยับริมฝีปากได้รูปเอื้อนเอ่ยผ่านเถ้าแก่ บ่งบอกถึงความนัยหนึ่งว่ารำคาญใจ

“คุณชาย ร้านนํ้าชาของเราด้านล่างโปร่งโล่งนัก แต่ด้านบนจะเป็นส่วนตัวกว่า เชิญท่านที่ชั้นสองเถอะ” เถ้าแก่ปรายมือเชื้อเชิญตัวก้มค้อมน้อมกายแล้วนำทาง

หญิงสาวละแวกนั้นเสียดายใจยิ่ง มุ่ยหน้าขยี้เท้าให้เติ้งหลุนเถ้าแก่ร้านอย่างเจ็บใจ เมื่อร่างสูงโปร่งนั้นพลิ้วเข้าด้านในหายลับไปมิได้แลมอง พวกนางอยากให้เทียนหยาหันเหมาสนใจบ้างสักนิดก็ยังดี เผื่อจะได้เป็นอนุผู้เขียนอักษรในราชวัง

แม้จะมีหญิงสาวมากมายให้เลือกหา แต่ว่าเทียนหยากลับใฝ่ตำราที่หออักษรเขียนทรงอักษรแทนฮ่องเต้เวลาสำคัญมากกว่า อีกทั้งฝ่ายบิดาก็หาคู่ให้แล้ว ถึงจะมิใช่คนที่ตั้งใจไว้ก็ตามแต่หามาได้กำจัดได้

บนถนนสายใหญ่ใจกลางเมือง

ชาวบ้านเริ่มนำไผ่ลำใหญ่มาก่อสาน เตรียมจัดงานแขวนโคม หน้าร้านมีจัดแต่งไปแล้วหลายส่วนดูอึกทึกครึกโครม

ยุ่นฉานหาได้ใฝ่กวาดสายตาแลรอบข้าง เอาแต่สังเกตแผ่นหลังกับชายสองคนเดินตามต้อยๆ ผ่านลาดไหล่บางจะพบชายทหารประจำจวนแม่ทัพเฝิง มันติดตามอยู่ไม่ห่างกาย เป้าหมายนั่นเป็นเพียงคนคอยจับตาดูมิให้นางได้หลบหนี จะให้คิดดีๆ ก็ไม่หนีอยู่แล้ว มีเรื่องที่น่าสนใจเต็มตัวไปหมดเช่นนี้ อีกทั้งตระกูลเฝิงที่รับหน้าที่นำทัพใหญ่เป็นกำแพงให้องค์ฮ่องเต้ เป็นผู้เห็นแก่ตัวผู้หนึ่งที่คิดคดได้แม้แต่จักรพรรดิ เช่นนั้นนางจะทำหน้าที่เปิดโปงพวกมันตัดหัวแล้วเสียบประจานให้ใครหลายๆ คนตาสว่าง

มันตามทุกฝีเท้า จะเข้าออกตรอกนอกตรอกในออกไปยังถนนสายใดก็ยังไม่ห่าง ประกอบกับเสี่ยวหวนหวาดกลัวพวกมันร่วมด้วย เอาแต่กอดแขนถ่วงดุลตลอดทาง

“เลิกเกาะข้าได้หรือไม่”

“ข้าน้อยมิเคยออกมาด้านนอกนี้เจ้าค่ะ อีกอย่างผู้ชายด้านหลังนั้นถึงเป็นคนอารักขาท่านแต่ข้าน้อยก็กลัวอยู่ดี”

“อารักขา!?” ยุ่นฉานเลิกคิ้วขึ้น แววตาเจือปนไปด้วยโทสะขุ่นเคือง จะเรียกคนพวกนั้นว่าอารักขาหรือเกาะแข้งเกาะขาเหมือนเสี่ยวหวนกัน

กลัวจะหลบหนีล่ะสิท่าถึงตามมาไม่หยุดหย่อน

“คุณหนูอย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ พวกเขาแค่เกรงว่าคุณหนูจะได้รับอันตราย”

“จากใครล่ะ!” นางยังไม่หยุดส่งเสียง ถมึงทึงให้สาวใช้ด้วยไฟโทสะ “นอกจากพวกนี้ไม่มีแล้ว พอเลยถ้าตามมาข้าจะจับพวกเจ้าแต่งหน้าเสียให้เข็ด”

“คุณหนูพวกเรามีหน้าที่ดูแลท่านที่เพิ่งหายป่วยนะขอรับ หลายปีดีดักท่านไม่ได้ออกจวน พวกเราเกรงว่าจะล้มฟุบไป”

ยุ่นฉานร้อง “อู้วห์” ยิ้มเย้ยหยันให้แก่สุนัขรับใช้ที่ภักดีจนน่าสมเพช นี่พวกเขาไม่รู้รึไรว่าตระกูลนี้ร้ายกาจเพียงไหน “น่ายกย่องดีหรือไม่”

คาดไม่ถึงว่าตระกูลเฝิงจะเสี้ยมสอนให้คนเหล่านี้รู้จักวิธีแก้หน้าให้ตัวเอง โหดเหี้ยมอย่างคนในจวนน่ะหรือจะทำให้คนพวกนี้เคารพ

เหลวไหลสิ้นดี! โง่เง่าสิ้นดี!

ครั้นถอดใจเปลี่ยนกลับไปยังเป้าหมาย หวังเพียงมาซื้อของคืนคุณหนูชิงสุ่ยผู้นั้น ถึงไม่คาดคิดว่าจะมีคนกระเตงมาด้วย อึดอัดก็ช่างมันเถอะ เบื่อจะโต้แย้งกับคนไร้ประโยชน์

คนกอดยังลำบาก ไม่พอกระโปรงก็น่ารำคาญเหลือทน ก่อนนี้มักใส่แต่กางเกง เดินเหินได้สะดวกสบาย แล้วนี่ได้มาใส่ของพลิ้วง่ายยามลมพัดผ่านเย็นวาบไปถึงหน้าท้องด้านใน กางเกงภายในก็บางอย่างกับไม่ได้ใส่ ไม่รู้จะมีไว้เพื่ออะไร

ยุ่นฉานยกเท้าสูงพร้อมยกกระโปรงขึ้นเหนือข้อเท้า เดินตุปัดตุเป๋ตามทาง เหล่าผู้คนเดินผ่านก็เอาแต่มองหญิงสาวอย่างกับตัวประหลาด แต่คนถูกมองหรือจะห่วงใยสายตาคน มีก็แต่เสี่ยวหวนที่อยากห้ามปรามพฤติกรรมนี้

“คุณหนูเดินให้มันดีๆ สิเจ้าคะ” เมื่อเห็นนายตนยกเท้าขึ้นสูงทุกอย่างดูอย่างไรก็ไม่สำรวม ก้าวแต่ละทีอย่างกับอันธพาล มีหน้าที่เตือนสักคำคงไม่เสียหาย อีกอย่างนางเป็นหญิงชาวบ้านที่ถูกเชิดชู แม้ใจหนึ่งจะเคยบอกว่านางนั้นสามัญ ทว่ายามนี้ต้องปรับเปลี่ยนความคิดตัวเองอยู่รํ่าไป

“กระโปรงอะไรเกะกะชะมัด” หน้านิ่วคิ้วขมวด ยุ่นฉานพยายามถกกระโปรงขึ้นสูงขึ้นให้พ้นรองเท้า คิดแค่อยากเดินได้โล่งสบาย

“คุณหนู”

“รู้แล้ว รู้แล้ว เจ้านี่บ่นอย่างกับยายแก่ไปได้”

สะดุดตากับร้านใกล้ไม่กี่ก้าว ยุ่นฉานปรี่เข้าไปทันที ยิ่งเลือกไวยิ่งได้กลับเร็ว

กระปุกแป้งเครื่องประทินโฉมมากมายล้วนวางเต็มโต๊ะไปหมด ยุ่นฉานหยิบกระปุกแล้วกระปุกเล่าขึ้นมาสูดดมกลิ่น ที่น่าแปลกใจกลิ่นช่างแตกต่าง เหมือนนํ้าหอมที่บ้านไม่มีผิด

ในมุมอับตรอกข้างหอนํ้าชาชายชุดดำหกคนเกาะกลุ่มก้อนกระซิบ

“นั่นหรือ คุณหนูในจวนเฝิง”

“ใช่ไม่ผิดตัว”

“คำสั่งออกมาต้องจัดการ ได้ข่าวว่านางฤทธิ์เยอะไม่น้อยทำร้ายหัวหน้าสาวใช้จนบาดเจ็บนิ้วหัก”

“ลงมือกันเลย”

ผืนผ้าปกปิดใบหน้า สวมชุดสีดำซ่อนเร้นอำพรางว่าเป็นใครเพื่อมิให้สืบสาวหาความต่อ

สังเกตว่าการเดินของนางหยุดลงแล้ว มีดสั้นเล่มเล็กควักออกจากฝัก เพียงชั่ววูบมันเข้าประชิด รังสีอำมหิตทอดมาทางแววตาและท่าทางอันน่ายำเกรงทำให้นางรู้ตัว ยังไม่หันไปมองเต็มประดา มีดสั้นเล่มหนึ่งพลันพุ่งมาปัก สองมือเรียวสวยนั้นยั้งมันไว้ได้ไม่อาจหมด เนื้อเหล็กตีขึ้นด้วยฝีมือประณีตนี้จ้วงผ่านผิวอันนุ่มเนียนเข้าไป เลือดเหนียวข้นจากหน้าท้องและฝ่ามือเรียวหยดติ๋งลงผืนธรณี ยุ่นฉานชะงักค้างไปอึดใจหนึ่ง จู่ๆ ก็เข้ามาฉับพลันหมายจะเอาชีวิต

แล้วเจ้าของร่างเดิมนี้ไปทำเรื่องอะไรให้คนขุ่นใจไว้ ถึงได้เจอแต่เรื่อง

“แกเป็นใคร” สีหน้านิ่วนั้นถาม ปวดหนึบบริเวณแผลหน้าท้อง ถึงจะเข้าไม่ลึกก็เกือบจะหยุดลมหายใจกันไปชั่วพริบตา

“ไปถามยมบาลเอาสิผู้หญิงตํ่าต้อย” ชายชุดดำกล่าวเสียงแข็งพร้อมดึงมีดออก กรีดเนื้อที่ฝ่ามือนางอีกครั้ง เลือดไหลซึมตามปากแผลไม่บันยะบันยัง หยดลงพื้นไม่สามัญ ฝ่ามือนางแสบวาบทั้งสองข้างสั่นสะท้านถึงกระดูก

ยุ่นฉานทรุดทรงลงกับพื้น ยังดีที่รั้งตัวได้ไหว ไม่ถือว่าตนเองบาดเจ็บหนักเท่าใด

“ผู้หญิงตํ่าต้อยหรือ” เสียงหวานเอ่ยฉงนผ่านริมฝีปาก บางเบาจวนจะฟังไม่เป็นคำ

ทหารที่ตามมาสองคนปะทะโจรส่วนหนึ่ง ท่วงท่าอันแข็งแกร่งไล่ต้อนผู้อารักขาเข้าในตรอก สามารถไม่ถึงขั้นจึงไม่อาจปกป้องคุณหนูคนใหม่ไม่เท่าไหร่ได้

เสี่ยวหวนเบิ่งตาโตใจชาวาบต่อภาพตรงหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรกที่พบเห็น ตั้งใจตั้งรับอย่างไรให้ทัน ในเมื่อคุณหนูของนางบาดเจ็บ

“คุณหนู!”

“อย่าเข้ามา เกะกะ”

เสี่ยวหวนชะงักฝีเท้า เหงื่อแห่งความหวาดกลัวปลุกดวงใจเต้นไม่เป็นปกติ ริมฝีปากสั่นยากจะควบคุมได้ น่ากลัวอะไรเช่นนี้

ชาวบ้านแตกตื่นอลหม่านต่อเหตุการณ์ชุลมุน อาวุธเหล่านี้พวกเขาเองก็ไม่สามารถสู้รบปรบมือ เรื่องอย่างนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นยาก แต่บ่อยจนต้องรักตัวเอง พวกเขาวิ่งหนีหาที่หลบหนีตายไม่เหลียวหลัง

ชายชุดดำห้าคนโผล่ออกมาออล้อม ในมือล้วนมีดาบครบคน มีดสั้นเก็บเข้าฝัก พร้อมยัดใส่อกเสื้อ เตรียมส่งคนหมายตาลงพบนรกได้ทุกเพลา ความคมกริบนี้สะท้อนแสงเข้าตาจนแสบวาบ พร้อมก้าวเข้าหามิปรานี

“ตายซะ!”

คนชุดดำทั้งห้าพุ่งถลามาต่อหน้า ง้างดาบตั้งท่าฟัน สัญชาตญาณนางถูกปลุกให้ตื่น ใจอาจหาญแน่วแน่แปรเปลี่ยนแววตาแผ่รังสีสังหารป้องกันตัว ปลายดาบทั้งสองชี้เล็งมารวดเร็ว กายยุ่นฉานตอบสนอง คว้ากระปุกแป้งแล้วสาดฝุ่นผงเข้าลูกตา

ละอองผงปลิวเข้านัยน์ตาชนิดตั้งตัวไม่ติด ขัดเคืองยิ่งกว่าฝุ่นจากลม กลิ่นหอมยวนเย้าแต่แสบเสียจนคิดว่าตาบอดแน่แล้ว ระยะเพลากระชั้นชิดนางถดถอยฝ่าเท้าขยับเบี่ยงทิศทางตัวเองหลบคมดาบเล็กน้อย หลีกคมดาบได้ก็พลันแทรกตัวเข้ากลางมันทั้งสอง แล้วกำหมัดตัวเองแน่นตะบันเขาคอหอยไปหนึ่งคน อาศัยจังหวะที่มันกำลังเจ็บจุกกำเริบไหลลงหน้าอกจนแน่นเจียนจะขาดใจ ยื้อแย่งคมดาบมาไว้ในมือ ฉับพลันก็หันตัวไปเชือดเอาเนื้อมันอีกคน ก่อนจะพาตัวเองจัดการคนที่เหลือเอาเป็นเอาตาย

กลิ่นเลือดจากบาดแผลไม่รู้ทราบว่ามาจากฝ่ายใดคลุ้งตามลม ปะปนกับกลิ่นแป้งที่พังเกลื่อนทั่วพื้นระเนระนาด

บัดนี้แถวผ้าคาดเอวเอ่อไปด้วยเลือด มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนด้วยนํ้าสีแดง ยิ่งกำดาบแน่นเพียงใดมันยิ่งไหลไม่หยุดหย่อน

เสี่ยวหวนไม่รู้จะเริ่มอันใดก่อน กว่าลนลานว่า “คุณหนู ข้าจะไปตามคนบังคับรถม้ามาช่วย”

ยุ่นฉานเริ่มตาพร่ามัน ทรงตัวไม่ตรงอยู่ พอสบโอกาสชายชุดดำที่เหลือตวัดดาบเข้าหมายจะบั่นคอนางให้สิ้นซาก

“เคร้ง!” ด้านหลังนางเกิดเสียงดังขึ้นครั้งหนึ่ง คล้ายของสองอย่างกระทบกันแล้วอันตรธานไปชั่วพริบตา มีเพียงเศษกระเบื้องหล่นกระจายลงพื้นเหนือผงแป้งคล้ายถ้วยใบเล็กไว้ใช้ดื่ม ดาบในมือคนร้ายหลุดจากมือไม่ทราบสาเหตุ กระนั้นเหมาะที่จะสวนคืนโอกาสนี้หาได้ยาก ยุ่นฉานหมดความอดทนจึงทิ่มดาบเข้ากลางอก แววตาอำมหิตของยุ่นฉานประจักษ์แก่สายตามันเป็นครั้งสุดท้าย คล้ายเจ้าปรโลกมาเยือนถึงที่ น่าสะพรึงยิ่งกว่าปีศาจหรือองค์ฮ่องเต้พระองค์ใด คำว่ามิปรานีก็ติดอยู่ในสายตานางเช่นกัน ภาพของดรุณีผู้ผุดผาดฉายแววสังหารนั้นสลักลงจิตก่อนลมหายใจจะหมดลงกลายเป็นล้มทั้งยืนหงายท้องตึงบนถนนสายเปลี่ยว

ผู้อารักขายุ่นฉานปลิวออกจากตรอก นางหวนคิดขึ้นไตร่ตรองฉับไวรีบนำร่างตัวเองเข้าไปหาที่ลี้ภัยก่อนจะควบคุมสิ่งอันตรายไม่อยู่

แต่ไหนเลยจะเหลือคน ไยร้านนี้ถึงไร้ผู้คน หรือจะเป็นเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ต้องแตกตื่นกันถึงเพียงนี้เชียว โต๊ะก็ดี เก้าอี้ก็ดี สภาพถูกเช็ดถูไร้ฝุ่นผง จัดวางเรียงรายประหนึ่งร้านอาหาร บริเวณโปร่งโล่งเกินไป ครั้นเห็นบันไดไม่อาจรั้งรอเรื่องเข้ามาอีก รีบก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นไปด้านบน

ไม่รู้ว่าหญิงสาวในเป้าหมายผู้นั้นหายไปไหนแล้ว

เหล่าคนในชุดดำเห็นแผ่นหลังอันบอบบางนั้นวิ่งเข้ามาในร้านนํ้าชาแห่งนี้ ทว่ามองดูชั้นล่างกลับโล่งโถง จะหลบซ่อนที่จุดใดมีหรือจะไม่เห็น เช่นนั้นไม่ที่ครัวก็ชั้นบน

ครั้นแยกย้ายหา มันอีกคนขึ้นมาด้านบนซึ่งแตกต่างจากชั้นล่าง เป็นเช่นนี้หาตัวยากยิ่งนัก รอบด้านนั้นเสริมแต่งม่านลายไม้ฉลุแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงประดับกั้นเป็นฉากบดบัง คล้ายแบ่งเป็นสัดส่วนเพื่อลูกค้าที่ชอบส่วนตัว ประกอบกับโต๊ะดื่มชาตัวเตี้ยปูพรมผ้ากำมะหยี่ประดับบุปผาในแจกัน ดูสงบและอึมครึม แลไปเบื้องหน้าคาดว่าจะเป็นยุ่นฉาน กลับพบเพียงร่างหนึ่งเป็นบุรุษนั่งสงบนิ่งริมระเบียงพร้อมตำราและถ้วยชากลิ่นกรุ่น ดูคร่าวๆ นี่คงจะเป็นคุณชายจากตระกูลไหนสักแห่ง มันมิได้จะใส่ใจว่าจะสูงศักดิ์หรือตํ่าต้อยแต่อย่างใด ยามนี้สนแต่คนที่ต้องฆ่ามากกว่า รับคำสั่งมาแล้วงานต้องราบรื่น

“นางอยู่ที่ไหน” สิ่งแรกที่คนในชุดดำทำคือกล่าวห้วนๆ

“..............” เทียนหยานิ่งดุจนํ้าแข็งอ่านตำราอย่างกับไม่มีสิ่งใดมาก่อกวน ถึงจะได้ยินแต่ไม่ตอบคำมัน สั่งไว้ห้ามให้ใครรบกวนยังมีมาให้พบเห็นอีก เท่านี้ก็จุดชนวนไฟโทสะให้เขาในส่วนลึกแล้ว ยังขวัญกล้าจะเอ่ยถามตรงๆ

“คุณชายท่านช่วยนางไว้หรือไม่ ส่งนางคืนมา”

“ข้าไม่จำเป็นต้องช่วยใครไม่มีอะไรต้องส่งคืนให้ แล้วก็..” เขาเว้นช่วง วางตำราลง "มาทางไหนก็ไปทางนั้น"

ดวงตาสีอำพันดุจดวงดาวดูสุขุมนุ่มลึกนั้นแฝงไอเย็นไว้อย่างน่าพรั่นพรึง งดงามคมคายยิ่งกว่าบุรุษไหนเลยจะเทียบเท่า จดจ้องมายังมันที่ยืนตัวแข็งทื่อดุจหินผาตระหง่านไร้การควบคุมได้ ด้วยรังสีอำมหิตที่สัมผัสถึงยากจะหยั่งชั่งใจแม้แต่น้อย เดาออกไม่ถึงอึดใจว่าจบสิ้นแล้วร่างก็ปลิวลงจากชั้นสองจากพละกำลังและฝีมือที่เหนือกว่าหลายสิบเท่า

โครม!! ร่างชายชุดดำกระแทกลงลงพื้นโต๊ะเก่าจนแตกหักยับเยิน กระดูกภายในหักทิ่มอวัยวะสำคัญจนชีพจรดับลงในที่สุด

สหายที่ตามมาปรี่ตัวมาจากครัว หมายจะแก้แค้นแทน พอเหลียวมองขึ้นมามันต้องระงับความคิดไปชั่วขณะนั้น พลันประคองมือขอยกหย่อนผ่อนโทษ "คุณชายข้าน้อยเบาปัญญารบกวนท่านแล้ว สมควรที่ท่านสั่งสอน ข้าขออภัยท่านด้วย"

"ไสหัวไป! " เทียนหยาสั่งสามคำหากมันไม่รีบถอยมีศพที่สองอย่างแน่นอน

ละล้าละลังเล็กน้อย แต่ต้องละทิ้งถดถอยหนีไปอย่างเร็วรี่ ใครจะโง่ยอมตาย สู้ไปก็ไร้ความสามารถที่จะเอาชนะ กระนั้นแล้วเอาไว้หาตัวหญิงสาวคนนั้นใหม่ค่อยสังหารย่อมได้

ความเบื่อหน่ายปรากฏขึ้นมาส่อมาทางอารมณ์ได้อย่างชัดเจน แลไปยังนางหลังฉากกั้นที่ระทดระทวยในสภาพหมดแรงแทบจะหมดลมหายใจ ก็ถอนหายใจก่อนจะละหลังกอปรบอกเถ้าแก่ “วันนี้ข้าหมดอารมณ์ คงจะเล่าให้สหายฟังมิได้ว่าที่นี่อภิรมย์เพียงใดมิได้”

เถ้าแก่สะดุ้งวาบเบิกตาตะลึง “คุณชายได้โปรดให้อภัยข้าน้อย”

อย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลย ทุกวันนี้ฆ่ากันตายแทบจะไม่มีคนเข้าร้าน หวังแต่เพียงคำปากต่อปากของเขา หากเป็นเช่นนี้ให้ความสำราญแก่เทียนหยามิได้เป็นต้องล่มจมหมดสิ้น

“เห็นตัวอย่างหรือไม่ ถ้าเห็นก็ไปให้พ้น” สุรเสียงเข้มเย็นยะเยือก ไล่เถ้าแก่ที่เข้ามากอดแข้งขาอ้อนวอน จากนั้นก็หยิบเบี้ยให้ก้อนหนึ่ง “ถือว่าทำของของเจ้าเสียหายไปสองชิ้น”

เถ้าแก่ฉงนฉงาย ที่พังมีเพียงโต๊ะตัวเดียว แต่ของชิ้นที่สองคืออะไร

อย่าเพิ่งไป…

ยุ่นฉานนำร่างสะบักสะบอมออกมา คว้าชายแขนเสื้อกว้างเขาไว้อย่างมั่นคงและรวดเร็ว ปลายนิ้วนางนั้นสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด แต่แววตาของเจ้าตัวบอกชํ้ายิ่งกว่า นํ้าตาไม่อาจหลั่งไหล เมื่อพบใครที่คาดว่าน่าจะใช่เขา

“ต้าจุน อย่าเพิ่งไป” สิ่งที่รับหนักอึ้งยิ่งกว่าเป็นไหน เพียงพูดเว้าวอนเขาไม่กี่คำก็ทิ้งร่างไร้สติลงไปกองกับพื้น

**********************

นักอ่านรีดเดอร์ทุกท่าน เนื่องจาก ทางการไป 

นักอ่านทุกคนคะไรท์จะทำการรีไรท์ ปาฏิหาริย์รักคัมภีร์สวรรค์(นิยายจีน) จึงขอวางเรื่องนี้ไว้สักพัก และเรื่องที่ว่ามานี้ก็จะลงที่raedAwrite และบ้านนิยาย ขออภัยในความค้าง แหะๆ //ชูนิ้วก้อย// สัญญาว่าก่ลเวลาชะตาเกี้ยวรักจะเขียนให้จบค่ะ 

 


แสดงความคิดเห็น

emotion