บทที่6(1/3)ละครฉากใหญ่

บทที่6(1/3)ละครฉากใหญ่

3 / 216    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

ครานี้ร่างกายเหมือนกับอากาศแล้ว หรือที่แท้จริงเป็นแค่ฝันไปถึงได้เห็นว่ามีผู้ชายสองคน สาวใช้สามคน ถึงจะต่างวัยกันแต่นั่นสวมเสื้อผ้าคนสมัยเก่าแก่ ยังมีพื้นที่บ้านต่อเติมเต็มไปด้วยพฤกษาบุปผาที่งดงามประหนึ่งกับภาพแต่งแต้มบนกระดาษสีขาว ในตอนนี้ราวกับว่าไม่เคยเจ็บปวดมาก่อนถึงได้รู้สึกสบายตัวโปร่งโล่ง มีไออุ่นสายหนึ่งห่อหุ้มร่างกายมิให้หนาวเหน็บ เสมือนว่านอนอยู่ในเตียงบ้านตัวเอง เพราะแผ่นหลังได้สัมผัสนุ่มนิ่มเปรียบว่าเป็นปุยเมฆ

**อา..นางคงตายไปจริงแล้วใช่หรือไม่

เสียงนกส่งเสียงกู่ร้องกอปรใบไม้เสียดสีเพราะแรงลมพัดเอื่อยผ่านเข้าทางประตูกระทบผิวช่างเย็นสบายสุขล้น ผิดกันนักกับก่อนหน้านี้อย่างคาดไม่ถึง

นึกไปมาเริ่มเมื่อยล้าจึงลองพลิกตัวดู แต่เมื่อรู้สึกตัวแล้วกลับมีประสาทสัมผัสทั้งห้ามารับรู้ ฉุกคิดได้แล้วลองลืมตาขึ้น ด้านหน้าประตูนั้นถูกลมกระทบมุขสีขาวร้อยเรียงนับร้อยเส้น แตกเป็นแพยาวระย้าลงมาเสียงดังเกรียวน่าฟัง เสียแต่ฟังดีๆ มันน่ารำคาญไปหน่อย

ว่าด้วยจิตที่เคยฝึกหนักมาอย่างดี เมื่อรู้สึกตัวไม่ควรจะมัวแต่หลับใหล จึงลุกพรวดพราดมาอยู่ในท่านั่ง เหลียวซ้ายมองขวามันมิได้คุ้นตาเพียงนิด ที่นี่ที่ใดเหตุใดถึงอยู่ในห้องหรูหราและงดงามราวกับบ้านผู้อนุรักษ์สมัยก่อนไว้อย่างดี ครั้นได้ลองขบคิดใคร่ครวญดูอีกรอบ พลันร้อง ‘อ้อ’ ในใจอย่างไม่ต้องหาคำตอบใดอีก

“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าน้อยเตรียมนํ้าอุ่นไว้ให้ คิดว่าหากท่านยังไม่ฟื้นจะเช็ดตัวให้ แต่อย่างนี้ลองแช่นั้าอุ่นดูหรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยจะไปเติมใส่อ่างรอ” เสี่ยวหวนสดใสเป็นพิเศษผ่านไปสองวันที่เคี่ยวกรำเรือนร่างให้หายจากบาดแผล เมื่อพบว่าได้สตินั้นยิ่งดีใจใหญ่ กุลีกุจอเข้าประคบประหงม

...ที่นี่ ไม่เหมือนที่ที่เราเคยอยู่… ผิดแผกไปจากเดิม หญิงสาวในชุดนอนสีขาวบางโผล่ออกมาหน้าประตู เหลียวหน้าแลหลังหมุนกายมองรอบบ้านอยู่หลายครั้ง

นี่มันยุคไหน…

เสี่ยวหวนวิ่งตามออกมา ส่งเสียงเล็กแหลมห้ามปราม “มิได้นะเจ้าค่ะ จะออกมาในชุดนี้มิได้ บ่าวรับใช้ผู้ชายก็เต็มไปหมด ผู้หญิงไม่ควรเผยเรือนร่างนะเจ้าคะ”

แต่ยามนี้หาใส่ใจเสียงทักท้วงไม่ ใจสลักทั่วพื้นที่ทั่วทุกมุมในจวนตระกลูเฝิงตกในภวังค์แห่งความสับสน ดวงจิตของจินจู๋ปรากฏความทรงจำของเจ้าของร่างอีกรอบ ก่อเกิดอาการปวดหัวอย่างหนักพร้อมร่างที่ร้าวระบม รับทราบอดีตอนาคตปัจจุบันอย่างทรมาน ประหนึ่งสรรพางค์กายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

...ร่างนี้ถูกทารุณนัก…

“คุณหนูยุ่นฉาน เป็นอะไรไปเจ้าคะ กลับเข้าด้านในเถอะเจ้าค่ะ” พูดจบไม่ทันไร คุณหนูคนใหม่ตระกูลเฝิงพลันทรุดฮวบลงกับพื้น พลางหอบฮักราวกับว่าวิ่งแทนอาชามาแต่ไกล เหงื่อซึมกายใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากคลํ้าเขียวคล้ายคนโดนพิษมา เมื่อสมองถูกแรงกดดันจากสองชีวิตต่อให้ใจแข็งแกร่งเพียงใดมีหรือจะต้านทานไหว

“ยุ่นฉาน! ” ร่างหญิงแก่กระทืบเท้ามาเข้าใกล้ปั้นปึ่งใส่จนเห็นความชิงชัง ฝีเท้าเร่งรุดมาต่อหน้าหมายว่าจะขยี้นางให้สาสม ผิดประเพณีมีอย่างที่ไหนสวมชุดนอนมาเดินชมสวน

“ป้าฮัว” เสี่ยวหวนผิดเองที่ดูแลคุณหนูไม่ดี อย่าว่านางเลยนะเจ้าคะ” เสี่ยวหวนออกหน้าอ้าแขนกันทาง ขวางมิให้หญิงแก่ใจร้ายเข้าใกล้ อุตส่าห์รักษาความบอบชํ้าทั้งหมดหายไปไม่เท่าใด นางจะมาทำร้ายให้เจ็บอีกแล้ว

“เพี๊ยะ! ” ป้าฮัวเอาจริง ตบฉาดใหญ่เข้าแก้มนวลเสี่ยวหวนจนหน้าชาวาบไปซีกหนึ่ง รุนแรงเกินเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว กระทบผิวเนื้อเข้าไปถึงขั้นเลือดซึม

“นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรโดน กล้าปกป้องคนทำผิด กล้าปล่อยนางออกมาด้านนอกในสภาพอย่างนี้!” ป้าฮัวชี้หน้าดุเกรี้ยว พ่อบ้านคนใช้ไม่ว่าหญิงชายออกันเต็มประตูจวนใหญ่ สุมหัวนินทาเรื่องกลางลาน

ยุ่นฉานเริ่มประคองสติกลับมา แลเห็นความกดขี่ข่มเหง

...อ้อ..เข้าใจแล้ว…

นางงหยัดยืนขึ้น จ้องเขม่นไปยังหญิงแก่เอาแต่ออกอำนาจ ครานี้แหละจะใช้สิทธิ์นั่นมากำราบเอาให้ศิโรราบจนหมอบคลาน

“ข้าคือคุณหนูยุ่นฉานแล้วผิดอันใดหรือ ให้ข้าเป็นใครแล้วเจ้าเป็นใคร? ” รอยยิ้มผุดผาดเหยียดขึ้นเป็นมุมโค้งเบาๆ พร้อมหรี่ตาขึ้นเชิดจมูกน้อยๆ ท้าชน

ยุ่นฉานเดินเข้าใกล้จนประชิดตัวถึงตัว

ป้าฮัวพลันรู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าประหลาดบีบรัดอกให้อึดอัดพิกล เริ่มถดถอยขาก้าวไปด้านหลังอย่างระแวดระวัง “อย่าเข้ามานะ แค่นังผู้หญิงเก็บมาอย่ามาริอาจหาญกล้า”


แสดงความคิดเห็น

emotion