บทที่1หน่วยพลร่มสาว

บทที่1หน่วยพลร่มสาว

5 / 261    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

คริสต์ศักราช2017 เมืองใหญ่ของมณฑลทางเหนือ หน่วยรบพลร่มกลับจากชายแดน รถหลายคันแล่นเข้าจอดกองบัญชาการเพื่อรายงานตัว เกือบ130นายเข้าประจำที่ยืนเรียงรายอยู่หน้าเสาธงประจำชาติ ยกมือวันทยหัตถ์ เป็นการเคารพต่อประเทศของตัว

นายทหารนับ129นายดูมั่งคงแข็งแรง แต่ร่างกายที่เหนื่อยอ่อนจากลาดตระเวนส่งผลทางแววตาบ้าง อีก1คนที่ที่ดูจะผิดแผกไปจากกลุ่มร่างกายไม่ได้มีความกำยำจนออกมาให้เห็นได้ชัดเจน หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงร่างอรชร เธอยืนตรงข้างเหล่าผู้ชายทั้งหมด แต่ความแข็งแกร่งเทียบเท่า

เธอเข้าหน่วยรบพิเศษ ฝึกฝนผ่านหลายภารกิจกว่าจะมายืนในจุดนี้ได้ ต่อให้ใครหน้าไหนจะกล่าวหาว่าเธอใช้เส้นสายเข้ามาทำภารกิจ ทำการพิสูจน์ด้วยผลงานเสมอ ในตอนนี้กลับกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่เข้ากับผู้ชายหมู่มากได้อย่างสบาย

“เคารพ!” เสียงตบฝีเท้าดังกรุบ! แม้จะเหนื่อยอ่อนบัดนี้จะมาแสดงท่าทางเช่นนั้นไม่ได้

ผู้บัญชาการลงมาถึงที่ อกผายไหล่ผึ่งเดินมือไพล่หลังองอาจมาดมั่นยิ่ง สายตาดั่งพยัคฆ์ร้ายในพงไพรแลมองอยู่ไม่วางตา สำรวจเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ปลายแถว “เหนื่อยหน่อยนะ อิงจู๋”

“ทุกอย่างเป็นหน้าที่ ไม่เรียกว่าเหนื่อยค่ะ” นํ้าเสียงอาจหาญตอบกลับ สมกับเป็นหน่วยรบพิเศษที่ชิวหลีจุนเป็นคนฝึกฝนให้ลูกสาว

ชิวหลีจุนหน้านิ่ง เดินหันหลังกลับไปหน้าแถว พลันหมุนตัวคืนมาอย่างน่าเกรงขาม “ผ่านภารกิจมาแล้ว หลายคนไม่ได้กลับมาด้วยแต่พวกเขาคือหน่วยรบที่กล้าหาญ สละชีพให้เราได้มีชีวิตกลับมาเพื่อพบครอบครัว ถึงคนที่ตายไปนั้นไม่ได้พบหน้าครอบครัวเหมือนพวกเรา  และจากนี้จะให้ลาพักสิบวัน ไปใช้ชีวิตเผื่อคนที่ตายไปให้คุ้มซะ แล้วกลับมาอย่างนักรบต่อ!”

“รับทราบ!” พร้อมเพรียงกันทั่วบริเวณนั้น ราวกับนัดกันดีแล้ว

จากนี้คือเวลาหยุดพัก ชีวิตคล้ายทหารก็ไม่ปาน

อิงจู๋ดึงสร้อยคือของคนรักออก ประกายสีเงินวาววับดุจดวงตาคู่นั้นของต้าจุน ผู้ชายในกองระเบิดที่ผลักเอาตัวเธอออกจากอันตรายจนวายชีพ ในความแข็งแกร่งที่ใครหลายคนเห็นกลับมุมที่แสนอ่อนล้าซุกซ่อน เธอไม่สามารถพบเขาได้อีกแล้ว จะมีแต่สร้อยคอเส้นนี้ที่เขาใส่ติดตัวเอาไว้ตลอดไว้ดูเป็นของต่างหน้า

ที่ประตูจุดที่เธอหันหลังให้ มีชายกลางคนยืนพร้อมทอดถอนใจ ถึงไม่ย่างกรายเข้ามาก็รับรู้ได้ว่าคนด้านในกำลังเป็นทุกข์

“จะไปหาครอบครัวเขาหน่อยไหม?” นั่นคือเสียงของชิวหลีจุน พอจินจู๋ได้ยินก็รีบปาดนํ้าตาริมขอบตาออกง่ายๆ

“ไม่ค่ะ ทางนั้นคงจะเกลียดเข้าให้แล้ว ขืนพบหน้ากันอีก คงจะมีแต่ความชิงชัง เพราะว่าดิฉันดันเป็นต้นเหตุให้เขาตาย” จินจู๋รีบรวบข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าเป้ มาสะพายหลังแล้วลุกขึ้นในทันที

“อยู่กันสองคนนะ” ด้วยหน้าที่คนเป็นพ่อก็ไม่อยากให้ลูกคร่ำเคร่งไป ใครต่างก็รู้ดีว่าทั้งสองคนมีสายสัมพันธ์ทางสายเลือด

“เข้าใจค่ะ แต่เอาไว้อยู่ที่บ้านดีกว่า ตอนนี้จะกลับบ้าน เอาไว้พบกันที่บ้านค่ะ” เธอทำความเคารพ จากนั้นก็ละหลังให้เหมือนอย่างเคยทำ นิสัยอ่อนหวานเวลาอยู่บ้าน ถ้าเป็นทางการต้องที่นี่และในงาน

ฝีเท้าเร่งรุดลงบันได มาสุดปลายขั้นไม่เท่าไหร่ก็มีคนตามมา “คุณจินจู๋”

เธอเหลียวตามองตามเสียง แล้วเห็นสหายร่วมตาย “มีอะไร”

“จะกลับแล้ว ก่อนกลับบ้านไปดื่มแก้เครียดกันหน่อยไหมครับ ไปใช้ชีวิตแทนคนที่สละชีพเพื่อเรา” หยงชวนชักชวน หมายจะปลอบใจแต่บางคำพูดผิดไป

ชวนเซ่อกระทุ้งศอกใส่ท้องเขา จนตัวงองุ้มจุกเบาๆ ในเชิงตำหนิว่านั้นหรือปาก แต่สำหรับจินจู๋แล้วเรื่องนี้มันก็เป็นทุกข์ใจมาตลอดอยู่แล้ว จะฟังอีกกี่ครั้งก็ไม่มีทางจะทุกข์ไปมากกว่านี้ เพราะมันก็มากพอแล้ว

“ไปดื่มลืมทุกข์กันครับ” ชวนเซ่อยิ่งว่า ในหูหยงชวนก็ยิ่งไม่เข้าหูเหมือนกันจึงกระทุ้งศอกคืน

“อะไรเล่าเจ็บ” ชวนเซ่อว่ากับหยงชวน

“จะดักกันแต่ลืมคำพูดตัวเอง มันก็ไม่ต่างกันหรอก” ว่าจบแล้วก็หันมามองยิ้มๆ

จินจู๋ยืนฟังมาก็พักหนึ่ง ใคร่คิดว่าหากอยู่กับคนพวกนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นเหมือนเดิม อีกอย่างคนทางบ้านก็รอ เธอแหงนหน้าขึ้นไปบนระเบียงอาคารก็พบพ่อยืนมองลงอย่างไร้ซึ่งแววคนไร้อารมณ์

“ไม่ล่ะ พอดีนัดทางบ้านว่าจะไปกินข้าวด้วย พักทั้งทีพวกนายก็พักบ้างนะ อยู่บ้านให้ติด เพราะไม่รู้ว่าวันหน้าจะได้อยู่กับครอบครัวไหม” เตือนสติแล้วก็ทิ้งพวกเขาทั้งสองไว้ด้านหลัง เดินไปหาเป้าหมายรถตัวเองที่จอดอยู่ไกลๆ

"เห็นไหม บอกว่าอย่าพูด" หยงชวนท้วงติง ถลึงตาแขวะ "เฮอะ! บอกเมื่อไหร่ ก็เห็นแต่กระแทกศอกใส่ ดีนะไม่โดนตับแตก" ว่าแล้วก็เชิดใส่ ชวนกันครั้งแรกว่าจะไปดื่ม ท้ายสุดแตกคอ เดินกันคนละทาง

เบื่อจะสนทนากับสองนายหน่วยเดียวกัน ปล่อยพวกเขาทั้งสองถกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จินจู๋โยนกระเป๋าเข้าในรถ ก่อนจะทิ้งสภาวตัวเองร่วมด้วย เห็นคนเข้มแข็ง แต่แท้จริงแล้วหัวใจก็มี คนรักที่ตายไปในระหว่างปฏิบัติภารกิจ และช่วยชีวิตไปในตัว จนถึงตอนนี้แม้จะยังทำใจไม่ได้ ทั้งมีสองหนุ่มชวนไปดื่มสังสรรค์ และไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ เธอก็ยังไม่พร้อมจะทำอะไรต่อ


แสดงความคิดเห็น

emotion