Bad Boy
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

มณีริน โสภาอดิศักดิ์ นักข่าวสาวแสนสวย เธอคือเหยื่อของความแค้นที่เขาเป็นผู้ขีดเส้นทางให้เดิน เธอจะต้องทรมานอย่างสาสมกับความผิดที่ทำเอาไว้กับคนในตระกูลของเขา ความผิดบาปข้อหาอุกฉกรรจ์ที่เธอไม่ได้เป็นผู้ก่อ

            แม็กซิมัส ซิลเวสเตอร์เขาคือปีศาจร้ายในร่างของเทพบุตรรูปงามที่มีความแค้นเป็นแรงขับเคลื่อน เปลวเพลิงแห่งโทสะร้ายจะเผาไหม้ทำลายทุกอย่างให้มอดเป็นจุล ใครก็ตามที่กล้ามาแตะต้องคนในครอบครัวของเขามันจะต้องชดใช้อย่างสาสม

 

ตอนที่1… Bad boy

           

            -ชื่อของผมคืออันดา เทพสถิตย์อัครา

            -ลูกครึ่งไทย-อังกฤษครับ คุณพ่อเป็นคนไทยส่วนคุณแม่เป็นชาวอังกฤษ คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่าท่านได้พบกับคุณพ่อของผมตอนท่านไปเรียนต่อปริญญาโทฯ ที่นั่น

            -ปัจจุบันอายุ34ปีครับ ทำไมถึงหน้าเด็ก (ฮา) คงเป็นเพราะว่าดูแลตัวเองดีมั้งครับ สมัยนี้ผู้ชายหันมาดูแลตัวเองดีขึ้น

            -จบมาทางด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมันแล้วกันครับ

            -อาชีพปัจจุบันเป็นวิศวกรอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และนั่งเก้าอี้ผู้บริหารบริษัทของครอบครัว ที่บ้านมีกิจการส่วนตัวหลายอย่างครับ แต่อยากจะหาประสบการณ์ด้วยตนเองสักพักก็เลยลองไปเป็นลูกจ้างเขาเพื่อหาประสบการณ์มาใช้กับบริษัทตัวเอง แต่ดูๆ แล้วคงต้องมารับตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทตนเองอย่างเต็มตัวในไม่ช้านี้ครับ

            -สูง190เซนติเมตร ทำไมหน้าตาดี คงเป็นกรรมพันธ์มั้งครับอ่าไม่เคยคิดว่าตัวเองหน้าตาดีครับคงคล้ายๆ แบบลูกครึ่งทั่วไป

            -งานอดิเรกทำหลายอย่างครับก็มี ตีกอล์ฟ แข่งรถ จีบหญิงประมาณนี้ครับ

            -มีแฟนมั้ย เคยมีครับปัจจุบันโสดสนิท เจ้าชู้มั้ย? ก็คงเหมือนผู้ชายทั่วไปครับ เอาเป็นว่าค่อนข้างเลือกดีกว่าครับ

            -คิดยังไงกับเรื่องเซ็กส์ถ้าจะให้ตอบตรงๆ ก็ชอบครับ ผมว่าใครๆ เค้าก็ชอบเรื่องนี้กัน หรือว่าคุณไม่ชอบ แต่หลายๆ คนมองว่ามันเป็นเรื่องหยาบคายที่จะพูดถึงบ้างล่ะ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมของไทยแตกต่างกับต่างชาติมั้งครับ หลายคนถ้าเอ่ยขึ้นเรื่องบนเตียงหรือเรื่องทำนองนี้ผมว่าส่วนมากจะเป็นพวกปากว่าตาขยิบซะมากกว่า

            -อะไรนะครับจะให้เล่าประสบการณ์เซ็กส์ของตัวเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าจะให้เล่าถึงผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยนอนด้วยเล่าสามวันสามคืนก็ไม่จบครับ จริงๆ เอาเป็นว่าผมจะเล่าแค่ที่ประทับใจสุดๆ สักสองสามเรื่องแล้วกันแต่วันนี้บังเอิญว่าผมมีธุระด่วนเข้ามา ถ้าคุณอยากจะฟังต่อเอาไว้ผมจะนัดมาอีกทีจะสะดวกกว่าครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ

          มณีรินกดปิดเทปสัมภาษณ์ก่อนวางมันลงไว้บนโต๊ะทำงาน นักข่าวสาวสายบันเทิงของนิตยาสารผู้ชายชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศอันมีชื่อว่า Bad boy OF Thailand ทำหน้าสุดเซ็งเมื่อย้อนหวนนึกไปถึงชายหนุ่มเพลย์บอยคนดัง ที่เธอเพิ่งจะไปพบมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผู้ชายที่เธอเกลียดที่สุดในโลก และเคยปฏิญาณเอาไว้กับตัวเองว่าถึงจะมีผู้ชายคนนี้เหลืออยู่เพียงคนเดียวในโลกเธอก็จะไม่เหลียวมองแม้นแต่หางตา

            อันดา เทพสถิตย์อัครา!!!

            เธอคงไม่ต้องไปเจอเขาถ้าบอกอสาวใหญ่ไฟแรงแห่งยุคอย่างเช่นเจ้านายของเธอไม่ขอร้อง หรือจะพูดให้ถูกก็คือขอร้องแกมบังคับให้เธอไปสัมภาษณ์ผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เคยเป็นอดีตแฟนของเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ ผู้ชายจอมกระล่อนเจ้าชู้ที่ทรยศความรักจนเป็นเหตุให้รุจีเพื่อนรักของหญิงสาวต้องจบชีวิตของตนเองลง เนื่องด้วยความเศร้าโศกเสียใจมหาศาลที่ถูกผู้ชายไม่รู้จักพอคนนั้นทิ้งไป

            “เป็นไงได้เรื่องมั้ยริน”

            มณีรินเอนพิงพนักเก้าอี้แหงนคอไปมองต้นเสียงที่ยืนรอฟังคำตอบของเธออย่างใจจดใจจ่อ

            “ยังไม่โอเลยพี่ต่าย หมอนั้นเล่นตัวชะมัด บอกรินว่าติดงานด่วนว่างแล้วจะนัดมาอีกที พี่ต่ายคะเปลี่ยนคนไปสัมฯ แทนรินได้มั้ยอ่า รินไม่อยากไปเจอผู้ชายคนนี้อีก นี่ถ้าเลือกได้ระหว่างไปสัมภาษณ์นายคนนี้กับไปลงพื้นที่ที่ภาคใต้ละก็รินขอเลือกอย่างหลังดีกว่า”

            คนฟังอมยิ้ม พลางส่ายหน้าปฏิเสธ

            “คนอื่นไม่มีใครว่างเลย และพี่ก็คิดว่างานนี้เหมาะกับรินมากที่สุดด้วย พี่ขอล่ะนะคิดดูว่าทางเราขอคิวสัมภาษณ์ไปตั้งแต่ต้นปีเพิ่งจะมาได้คิวตอนนี้เอง เอาเถอะทนๆ หน่อยละกัน ตอนนี้คุณอันดาเค้ากำลังฮอตปรอทแตก งานนี้จะทำให้ยอดขายเราขึ้นติดลมบนอีกครั้งหลังจากแผ่วลงมาตั้งแต่สองไตรมาสแรก พี่เชื่อว่ารินเหมาะกับงานนี้มากที่สุด”

            “ค่า” คนปฏิเสธไม่ได้ลากเสียงยาว เรียกรอยยิ้มของเพื่อนร่วมงานหลายคนที่แอบมองมาด้วยสายตาเอ็นดู

            มณีริน โสภาอดิศักดิ์ อายุน้อยที่สุดในบริษัทแห่งนี้ ปัจจุบันเธออายุยี่สิบห้าปี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรตั้งแต่จบปริญญาตรีมาหมาดๆ และด้วยความที่เป็นเด็กสาวอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานทุกคน เธอจึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน

            หลังจากหัวหน้ากองบอกอเดินห่างออกไป ชายหนุ่มหน้าละอ่อนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังของหญิงสาวซึ่งรอจังหวะอยู่นานก็ลุกเดินเข้ามาหา

            “เป็นไงบ้างริน หมอนั้นทำลุ่มล่ามอะไรกับรินหรือเปล่า”

            คนถามสีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลใจ

            “หึ”

            มณีรินมองหน้าเพื่อนชายคนสนิท

            “แล้วแล้วมันพูดถึงเรื่องของรุจีมั้งหรือเปล่าริน”

            มณีรินถอนใจเบาๆ ดันหลังจากพนักเก้าอี้วางข้อศอกเท้าคาง มองสบตากับชายหนุ่ม

            “เขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับรุจีหรอกเทพ รินถามไปตามบทเค้าก็แค่ตอบกลับมาในเรื่องที่ถามแค่นั้นแหละเทพ”

            “ได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย เรานึกว่ามันลุ่มล่ามจะทำชีกอกับรินซะอีก กลัวว่ารินจะใจอ่อนแล้วจะเป็นเหมือนรุจีอีกคน”

            เทพพิทักษ์โพล่งออกมาตามความรู้สึกของตนเอง ชายหนุ่มเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันกับมณีรินและรุจี ทำให้รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวขมขื่นในอดีตอย่างทะลุปรุโปร่ง

            “อย่าพูดแบบนี้ให้รินได้ยินอีกนะเทพ ไม่งั้นรินโกรธจริงๆ ด้วย รินไม่มีทางญาติดีกับคนที่เป็นต้นเหตุให้รุจีเพื่อนรักของเราต้องตายแน่นอน เอาไว้คุยกันวันหลังนะช่วงบ่ายรินต้องออกไปข้างนอก”

            พูดจบมณีรินก็โหย่งตัวลุกขึ้นเก็บข้าวของจำเป็นยัดลงในกระเป๋าสะพาย โดยไม่สนใจหันไปมองสีหน้าที่เหวอไปของเทพพิทักษ์แม้นแต่น้อย

            “ริน เราขอโทษนะ”

            เทพพิทักษ์คว้าท่อนแขนกลมกลึงของหญิงสาวเอาไว้ แต่พอสบตากับร่างอรชรที่มองมาด้วยสายตาแข็งกร้าว ชายหนุ่มก็ปล่อยมือออกช้าๆ

            “ช่างเถอะเทพ รินแค่หวังว่าต่อไปเทพไม่พูดอะไรแบบนี้อีก เราไม่ชอบ.. ไปละ”

            มณีรินยกกระเป๋าสะพายขึ้นพาดบ่าแล้วเดินห่างออกมา เทพพิทักษ์ขมวดคิ้วมุ่นมองตามแผ่นหลงบอบบางจนพ้นประตูห้องทำงานออกไป เขารู้จักผู้หญิงคนนี้มานาน นานจนพอจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาสะสวยเท่านั้น หัวใจของเธอยังแข็งแกร่งเด็ดเดี่ยว แฝงเอาไว้ด้วยความทระนงไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกเช่นเดียวกันเขา


แสดงความคิดเห็น

emotion