บทนำ

บทนำ

39 / 179    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

​บทนำ

ดวงตะวันคล้อยต่ำในยามย่ำเย็นของวันที่ฝนตกหนัก อาคารห้างร้านต่างทยอยปิดตัวตามช่วงเวลาหยุดทำการ ทว่ายังมีสาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องอยู่โยงเฝ้ายามเก็บกวาดข้าวของในห้องเก็บของตามหน้าที่ ด้วยถูกกลั่นแกล้ง และความรับผิดที่มากกว่าคนอื่น ทุกวันจึงต้องอยู่ทำงานของตนเองและส่วนที่คนอื่นทิ้งไว้ให้จนดึกดื่น วันนี้ก็เช่นกัน

ใบหน้าหวานละมุนกับดวงตาฉ่ำวาวอ่อนโยน จมูกรั้นเชิดเล็กน้อย รับกับคิ้วโค้งโกงงามและดวงหน้าเรียวรูปไข่พราวไปด้วยคราบเหงื่อไคลจากการกำงานหนักมาตลอดทั้งวัน สองเดือนแล้วที่หญิงสาวเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสำนักงานใหญ่ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างนามว่า  KNK Construction บริษัทที่กำลังไต่ระดับความน่าเชื่อถือขึ้นไปเรื่อยๆ จากผู้บริหารที่หญิงสาวเคยได้ยินเพียงชื่อของเขาเท่านั้น ‘คเณศร์ ภูวอัศนัย’

“เฮ้อ เสร็จสักที” มือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดเหงื่อไคลที่เกาะพราวเต็มดวงหน้า ก่อนจะถอนหายใจแล้วกวาดสายตามองข้าวของมากมายถูกจัดเก็บเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ดวงหน้าหวานละมุนกระจ่างยามริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้า ขาทั้งสองข้างขยับเดินออกมาจากห้องเก็บของ ไม่ลืมล็อกประตูตามหน้าที่แล้วมุ่งตรงไปยังส่วนของล็อกเกอร์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บข้าวของส่วนของพนักงาน

หญิงสาวหยิบสัมภาระของตนเองออกมาก่อนจะเร่งรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวพนักงานแล้วกลับออกมาพร้อมชุดฟอร์มของบริษัท เก็บพับเครื่องแบบในการทำงานที่มีเพียงชุดเดียวใส่กระเป๋า เหวี่ยงเป้ใบโปรดขึ้นหลังแล้วเดินออกมาเพื่อตรงไปยังหลังบริษัทแล้วรีบหารถกลับบ้าน

ปัง!

ในจังหวะที่ขาเรียวกำลังก้าวพ้นขอบประตูทางออกด้านหลัง เสียงดังปังก็ก้องไปทั่วทั้งดึก หลังจากนั้นก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังตามมาอีกระลอก ด้วยความตกใจระคนมึนงง สาวน้อยผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิม มือที่กำลังแสกนลายนิ้วมือออกเลิกงานชะงักค้างเอาไว้กลางอากาศ

“เฮ้ย!” กระทั่งเสียงตะโกนของใครอีกคนดังขึ้น พร้อมร่างโชกเลือดที่กำลังกระเสือกกระสนเข้ามาใกล้

อัก!

“กรี๊ด” หญิงสาวไม่ทันสังเกตสิ่งใด เมื่อสายตามีเพียงภาพเลือดที่เปรอะเต็มร่างกายของคนมาใหม่ติดอยู่ที่ตา

“นี่เธอ!” เขากระชากเสียงร้องเรียก เมื่อเห็นผู้หญิงคนนึงยืนตาเหลือกมองเขาแล้วกรีดร้องเสียงแหลมจนคนร้ายที่กำลังไล่ตามมาอาจได้ยิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำผิวเข้มถลาเข้าไปใช้มือเปอะเลือดตะบปปิดปากที่กำลังเผยอเตรียมร้องเรียกคนให้แห่กันมายิงเขาอีกรอบ

“หุบปาก!”

“อื้อ”

เขาสั่งเสียงเข้มกับถลึงตาดุดันใส่ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงคนที่กำลังยืนโวยวายให้หลบเข้าไปทางบันไดหนีไฟ ใช้ลิฟต์ไม่ได้ เพราะถ้าเขาใช้ลิฟต์พวกมันต้องรู้แน่ว่าเขาขึ้นไปชั้นไหน

“บดซบเอ้ย” ชายหนุ่มสบถหัวเสียเมื่ออาการปวดร้าวที่ต้นแขนเริ่มมากขึ้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ดูเหมือนว่ากระสุนจะโดนเส้นเลือดใหญ่ เขาไม่มีเวลาพอจะทันได้ใช้สิ่งใดห้ามเลือดเพราะเวลามันจวนตัว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนร้ายอาจหาญเข้ามาลอบยิงเขาถึงหน้าบริษัทของตนเอง

“โอ๊ย” ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหนักจนยกไม่ขึ้น ความเจ็บที่ต้นแขนเริ่มลามเลียไปทั่วตัว ยิ่งขยับมากเลือดยิ่งไหลออกมามาก แถมเขายังต้องลากผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาด้วย นี่ถ้าไม่เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังยืนหน้าเครื่องแสกนลายนิ้วมือของบริษัทเขาคงปล่อยให้ยืนร้องโวยวายแล้วโดนไอ้พวกระยำนั่นยิงจนพรุนไปแล้ว แต่นี่เพราะยายนี่น่าจะเป็นคนของบริษัทเขา ถึงคนอย่าง ‘คราม คเณศร์’ จะโหดแต่เขาไม่ได้ใจร้ายจนปล่อยคนของตัวเองเผชิญชะตากรรมร้ายไปด้วย

“คะ คุณละ เลือดออก ดะ โดนยิง ฮึก ระ เหรอ” เสียงสั่นๆ กับหน้าซีดๆ ที่ดังมาจากคนที่เขากำลังใช้แขนข้างที่ไม่ถูกยิงลากมาด้วยทำให้คนถูกยิงที่กำลังลากสิ่งมีชีวิตรู้สึกตัว

ลืมไปเลยว่าลากคนมาด้วย!

“ใช่” เขาตอบแล้วเงียบเพื่อเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสองที่กำลังใกล้เข้ามา

“เธอ อึก พาฉันไปที่ห้องทำงานของเธอ” เขาสั่งพรางหันซ้ายหันขวาเหมือนจะมองหาทางหนีทีไล่ กระทั่งเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาอีกพร้อมเสียงตะโกนร้องของพวกมัน คเณศร์ไม่มีเวลาไตร่ตรองสิ่งใดอีก เขาปล่อยมือจากผู้หญิงที่ตัวเองหนีบมาด้วยแล้วดึงปืนพกที่เหน็บเอาไว้ด้านหลังออกมา ดวงตาคมดุควัดมองคนที่เขาสั่งให้พาไปห้องทำงานของอีกฝ่ายเขม็ง

“เร็ว!”

‘ปาริมา’ ยืนนิ่งค้างตะลึงงันกับการเห็นปืนสีดำขลับกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก ก่อนจะมองเลยไปยังใบหน้าชิ้นเหงื่อของคนถืออีกครั้ง เห็นสายตาดุๆ กับใบหน้าซีดเซียวขึ้นเรื่อยๆ แล้วจึงเอ่ยถามตะกุกตะกัก

“คะ คุณมะ มีปืน”

“ใช่ ฉันมีปืน และถ้าเธอยังไม่อยากตายตรงนี้ก็พาฉันไปห้องทำงานของเธอ!”

เพราะเขาไปที่ห้องทำงานของตนเองไม่ได้ หนอนบ่อนไส้ที่เพิ่งพบตัวคงบอกชั้นและรหัสเข้าห้องนั้นไปแล้ว เขาจึงต้องหาที่ซ่อนที่อื่นถ่วงเวลาขณะที่รวิศกับธเนศกำลังตามมา

“เร็วเข้าสิวะ!”

หลังจากยืนค้างอยู่นาน สมองส่วนสั่งการจึงกลับเข้าที่ ความกลัวตายจู่โจมให้ร่างแบบบางเร่งทำตามคำสั่งของเขาทันที ปาริมาวิ่งนำหน้าของคนถือปืนหน้าซีดไปที่บันได มองเลขชั้นแล้วครุ่นคิดก่อนจะหันกลับมาหมายจะบอกเขาว่าอีกกี่ชั้นจะถึง ทว่ายังไม่ทันได้ขยับปากบอกเขา เสียงปืนก็ดังเข้ามาใกล้อีกหลายนัด

ปัง ปัง!

“เฮ้ย มันอยู่นั้น” ตามมาด้วยเสียงโวกเวกโวยวายของคนร้ายที่ฟังแล้วต้องมีมากกว่าสอง นั่นทำปาริมาต้องตัดสินใจประคองกึ่งลากคนโดนยิงที่ยกปืนขึ้นยิงสวนตอบไปหลายนัดเช่นกัน

ปัง!

“อีกชั้นเดียวค่ะ” บอกเขาเสียงสั่นขณะลากจูงคนบาดเจ็บตามมา เมื่อถึงชั้นเป้าหมายซึ่งเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้าน ปาริมาก็ล้วงหยิบกุญแจห้องเก็บของในกระเป๋ากางเกงยีนแล้วผลักร่างโชกเลือดของผู้ชายแปลกหน้าเข้าไปทันที

ตุบ!

ร่างแบบบางถลาตามเข้ามาก่อนจะปิดประตูลงกลอนแน่นหนา

คเณศร์ผละลุกนั่งมือเอื้อมไปกุมต้นแขนซ้ายที่ถูกยิงเพื่อกดบาดแผลให้เลือดไหลออกมาน้อยที่สุด วันนี้คงเป็นวันซวยของเขาที่คนร้ายมันรอคอยมานาน เพราะเขากลับเข้ามาในสำนักงานของบริษัทเพียงคนเดียว ด้วยรวิศต้องไปทำงานบางอย่างให้เขา ส่วนธเนศเขาสั่งให้ตามสืบเรื่องบางเรื่องอีกเช่นกัน

เขาประมาทหรือ ไม่เลย เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อล่อคนร้ายที่มันจ้องจะฆ่าเขาให้แสดงตัวออกมา และในที่สุดมันก็ออกมา ทว่าที่เขาพลาดก็คือทำให้ตัวเองถูกยิง และ… สายตาคมเข้มดุดันตวัดไปมองร่างแบบบางที่กำลังตัวสั่นงันงกหลบอยู่ในมุมแคบๆ ของชั้นเก็บของห่างออกไปไกลพอสมควร

ใช่! เขาพลาดที่ลากพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย และพลาดมากด้วยเมื่อปล่อยให้คนร้ายเห็นใบหน้าของเธอ!

ตึก ตึก ตึก

โครม!

ปัง ปัง ปัง!

“อ๊าก” เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นพร้อมเสียงปืนอีกหลายนัด ข้างนอกเหมือนเกิดสงครามกลางกรุงขึ้น เสียงฝีเท้า เสียงตะโกนโวยวาย และเสียงร้องลั่นเหมือนกำลังเจ็บปวดแทบขาดใจดังจนปาริมาต้องยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง หลับตาปี๋ ท่องบทสวดพุทธคุณที่มารดาสอนสั่งมาตั้งแต่จำความได้แบบผิดๆ ถูกๆ ขอพรบนบาลศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทางจนฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ในใจไปด้วย ความกลัวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่มาพร้อมความเป็นความตายทำให้เธอสติแตก สมองหยุดสั่งงานไปแล้วตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก ดีหน่อยที่ความรู้สึกบางส่วนยังทำงานหล่อนจึงยังมีแรงขยับขาลากคนแปลกหน้าเข้ามาหลบกระสุนในนี้ได้ทัน

ปัง!

เสียงปืนนัดสุดท้ายดังสนั่นไปทั้งตึกจนหญิงสาวที่กำลังหลบในมุมแคบๆ ข้างชั้นเก็บของสะดุ้ง แต่คนกลัวตายก็ยังหลับตาปี๋ มือปิดหู เม้มปากหลบซ่อนตัวเองอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน

คเณศร์ค่อยๆ พยุงกายขึ้นเดินซวนเซไปแนบหูกับประตูฟังเสียงด้านนอก คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อทุกอย่างเงียบผิดปกติ มือที่กำลังถือปืนกำแน่น ร่างกำยำโชกเลือดถอยห่างจากประตูก่อนจะยกปืนเล็งไปที่บานประตูตรงหน้า

เมื่อครู่ตอนแนบหูฟังเสียงด้านนอก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้บานประตูจึงได้ถอนห่างออกมาแล้วยกปืนขึ้นเล็งเป้าหมายที่อาจโผล่พรวดเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แค่ประตูบานเดียวขวางทางพวกคนระยำเอาไว้ได้ไม่นานหรอก!

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูสองครั้งแล้วเงียบไปทำให้ชายหนุ่มลดปืนลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดมองบานประตูตรงหน้าไม่วางตา ในใจกำลังคิดถึงลูกน้องคนสนิททั้งสองคนว่าอาจตามมาทันแล้ว ทว่าก็ยังคลางแคลงใจว่าข้อมูลเรื่องรหัสลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนอาจเล็ดลอดออกไปสู่คนร้ายเช่นอย่างอื่น คเณศร์ยังคงเล็งปืนไปที่ประตูอยู่ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ประตูมากขึ้นเพื่อฟังเสียงสิ่งมีชีวิตด้านนอกที่อาจเป็นคนของตนจริงๆ

“นายหัวครับ!”

ปืนในมือลดระดับลงจนแนบลำตัวเมื่อจดจำได้ดีว่าเสียงร้องเรียกร้อนรนที่ได้ยินเป็นของใคร ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ประตูเอื้อมมือออกไปหมายจะบิดลูกบิดเพื่อเปิดทางให้คนของตนเองเข้ามาได้ ทว่ายังไม่ทันสัมผัสกับลูกบิด มือเรียวของใครอีกคนที่เขาเกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ที่นี่ก็คว้าหมับเอาไว้ก่อน

“คุณจะทำอะไร” คำถามสั่นๆ พร้อมใบหน้าซีดเผือดทำให้เขาชะงัก

“ถ้าพวกมันเป็นคนร้ายปลอมตัวมาล่ะ” ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานละมุนเปรอะเปื้อนเหงื่อไคลนิ่ง เขาเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เองว่าผู้หญิงที่ตัวเองลากสอยห้อยตามมาด้วยสวยมากทีเดียว แม้จะแต่งงานธรรมดาสวมเสื้อยืดกางเกงยีนแบกเป้ใบใหญ่สะพายหลัง ทว่าก็ไม่สามารถกลบความงดงามบนดวงหน้าอ่อนหวานได้เลย หนำซ้ำยังทำให้หญิงสาวดูโดดเด่นมากขึ้นเมื่อดวงตาคู่นั้นส่องสว่างยามเบิกตากว้างขึ้นอีก

“คุณได้ยินไหม!” คเณศร์สะดุ้ง สะบัดหัวไล่ความคิดผิดปกติทิ้งแล้วถอนหายใจแรง

“นั่นคนของฉันเอง” เขาบอกเสียงเรียบแล้วสะบัดมือเรียวออกก่อนจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู ทว่ายังไม่ทันผลักบานประตูออกไป คนที่เดินมาห้ามก็ถลากลับเข้าไปหลบในมุมแคบๆ ซึ่งเป็นช่องว่างของชั้นเก็บขอบอีกรอบ

ชายหนุ่มมองตามก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วผลัดบานประตูออกไป

แอ๊ด

“นายหัว!”

ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกน้องที่กำลังยืนหน้าเซียวแล้วกวาดสายตามองรอบๆ เห็นร่างไร้วิญญาณของคนร้ายเกลื่อนกลาดนับคร่าวๆ ด้วยสายตาแล้วพบว่าหายไปหนึ่ง

“หายไปหนึ่ง”

“ตามแผนครับ” คนสนิทที่ยืนใกล้ที่สุดตอบ

“ดี” ริมฝีปากหยักโค้งกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่งปืนในมือให้ลูกน้อง

“นายหัวถูกยิง” คเณศร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันกลับมาเพื่อพาใครอีกคนออกจากซอกแคบๆ ที่แทบจะไม่ออกซิเจนออกมาด้วย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรทำเพียงลากแขนคนตัวบางตามออกมาพร้อมกันแล้วดันให้ไปยืนตรงหน้าของคนสนิทเท่านั้น

“ไปส่งเธอด้วย” คนถูกสั่งให้ไปส่งผู้หญิงตรงหน้าทำหน้าเหลอหลา กะพริบตามองเจ้านายด้วยความสงสัย ปากขยับเตรียมร้องถาม ทว่ายังไม่ทันได้ถามคนเป็นนายก็ตีหน้าดุจ้องตามเขียวเอาไว้เสียก่อน

“ไปสิวะ!” เสียงคำรามร้องสั่งทำให้คนถูกโยนให้คนอื่นไปส่งสะดุ้ง ปาริมาก้มหน้าจนคางชิดอกไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่ยืนรายล้อมมากมายแม้แต่คนเดียว กลัวตนเองจะไปรู้เห็นเรื่องราวของคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนเพิ่มอีก

“เชิญครับคุณผู้หญิง” แข้งขาอ่อนแรงค่อยๆ ขยับก้าวตามมือที่พายออกโดยไม่เงยหน้ามองเจ้าของมือเลยด้วยซ้ำ ครั้นพอจะขยับเดินออกมา คนที่คำรามเสียงดุก็คว้าต้นแขนเธอเอาไว้เสียอย่างนั้น

“ชื่ออะไร” เขาถามหน้าตึง ดวงตาดุดันเหมือนสอบเค้น

ปาริมาหน้าเสีย ใจแป๋วไปแล้วหลายรอบก่อนจะก้มหน้าตอบเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยความหวาดกลัว

“ปะ ปะ เอ่อ ปาริมาค่ะ”

******************************************

​มาแล้ววววว บทนำมาแล้วจ้าาาาา


แสดงความคิดเห็น

emotion