Chapter 1

Chapter 1

4 / 168    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

            “บอกแล้วว่าที่นี่น่ะเจ๋ง” ฉันเอ่ยขึ้นตอนที่พาเพื่อนสาวสุดเปรี้ยวอย่างยัยขมเข้ามาในผับใต้ดินที่ฉันชอบมาบ่อยๆ ตอนแรกมันก็อิดออดเหมือนไม่อยากจะมาด้วย แต่พอบอกว่าที่นี่มีแต่ผู้ชายแซ่บๆ เท่านั้นแหละยัยเพื่อนตัวดีก็รีบกลับลำทันที... ไม่ค่อยบ้าผู้ชายเท่าไหร่เลยเพื่อนฉัน

            ส่วนเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ก็ไม่มีอะไรมากหรอก... มันเหมือนได้ปลดปล่อยน่ะ ฉันชอบบรรยากาศดิบๆ การได้มองผู้คนที่เต้นอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางเสียงเพลงบีตหนักมันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะฟังดูแปลกๆ ไปหน่อย... แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะ

            “ยัยโม... ดูผู้ชายคนนั้นดิแก อย่างแซ่บอ่ะ” เสียงยัยขมดังขึ้นด้วยความระริกระรี้ตอนที่เราทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลจากเวทีไลฟ์สดมากนัก... เอาเป็นว่าที่ตรงนี้มันวิวดีที่สุดแล้ว

อันที่จริงฉันเองก็ไม่เคยดูไลฟ์สดของผับนี้มาก่อน เคยได้ยินว่านักร้องและนักดนตรีของที่นี่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนกลางคืน แต่ฉันเองก็ไม่เคยได้ดูการแสดงของพวกเขาเลยสักครั้งเพราะคนมันเยอะมาก ฉันขี้เกียจเข้าไปเบียดเสียดกับใครน่ะ... มันน่ารำคาญจะตายไป

“ว่าแต่วันนี้วงอะไรนั่นมาแน่หรอ ทำไมคนน้อยจัง” ยัยขมถามขึ้นหลังจากที่เลิกส่งสายตาหวานเยิ้มให้ผู้ชายโต๊ะข้างๆ แล้ว ให้ตายเถอะ... ฉันให้มันมานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉันนะ

“ไม่รู้สิ ปกติวันธรรมดาแบบนี้พวกนั้นไม่ค่อยมาหรอก สงสัยวันนี้ผับคงจัดเซอร์ไพรส์อะไรล่ะมั้ง” ฉันตอบไปเท่าที่รู้ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานในร้านที่เดินเข้ามาพอดี

หลังจากนั้นฉันและขมก็นั่งดื่มกันไปสักพักใหญ่ๆ พอดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมากๆ มันก็เริ่มอยากจะเข้าห้องน้ำขึ้นมา

“ขม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ไปเปล่า” ฉันสะกิดยัยเพื่อนสาวที่นั่งส่งสายตาหวานเยิ้มให้ผู้ชายโต๊ะข้างๆ ไม่หยุด ดูก็รู้แล้วว่าคำตอบของมันคืออะไร

“ไม่ไปอ่ะ แกไปเถอะ... เดี๋ยวฉันเฝ้าของให้” นั่นไง... เห็นมั้ยล่ะ ฉันคิดผิดเสียที่ไหน

“เออๆ เดี๋ยวฉันมานะ” เอ่ยจบฉันก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะปรายตาไปยังเพื่อนรักและผู้ชายโต๊ะข้างๆ ที่มองมันกลับมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม พอกันเลยสองคนนี้... น่าจะไปเปิดห้องซะจะได้จบๆ

พอเดินมาถึงห้องน้ำซึ่งอยู่แถวๆ หลังผับคนก็ค่อนข้างบางตากว่าด้านในมาก ที่จริงมันมีห้องน้ำอีกฝั่งน่ะ แต่ตรงนั้นคนใช้เยอะฉันเลยมาใช้ห้องน้ำข้างหลังแทน ทว่าพอเข้าไปด้านในฉันกลับต้องมาเจออะไรที่น่ารำคาญมากกว่าเดิมเสียอีก...

“อ๊ะ... ทศ วันไม่ไหวแล้วค่ะ” เสียงหวานของใครสักคนดังออกมาจากห้องน้ำด้านในพร้อมกับเสียงหอบกระเส่า และบานประตูที่สั่นกึกๆ

ฉันพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะปรายตามองไปยังห้องน้ำห้องที่อยู่ใกล้ทางออกที่สุดด้วยความระอา ทำไมฉันเข้าห้องน้ำในผับทีไรจะต้องมาเจอเรื่องทุเรศแบบนี้ด้วย แค่ไปเปิดห้องในโรงแรมให้มันเป็นกิจจะลักษณะนี่มันยากมากรึไง

สุดท้ายฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ถัดจากห้องที่บานประตูสั่นกึกๆ นั่น ต้องมาปลดปล่อยพร้อมกับฟังเสียงครวญครางของพวกนั้นไปด้วยมันเสียอารมณ์ชะมัด และเมื่อฉันเสร็จธุระ...เสียงของห้องข้างๆ ก็เงียบไป

ฉันเปิดประตูออกมาแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างล้างหน้า ก่อนที่ชายหญิงคู่หนึ่งจะออกมาจากห้องน้ำเจ้าปัญหาในสภาพเสื้อผ้ายับย่น ฉันตวัดสายตามองสองคนนั้นผ่านบานกระจกเงาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลิกสนใจเพราะคิดว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรกับฉัน

ทว่าแวบหนึ่งที่สายตาของฉันสบกับดวงตาคู่คมของผู้ชายคนนั้นมันก็ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกซู่... แววตาของเขามันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงชะมัด

เคยเป็นมั้ย... เวลาที่เจอใครสักคนเป็นครั้งแรกแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตาน่ะ

“งี่เง่าชะมัด” ฉันบ่นกับตัวเองอย่างเซ็งๆ เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ คือฉันเป็นพวกขี้หงุดหงิดน่ะ เจออะไรน่ารำคาญเข้าหน่อยก็หัวร้อนแล้ว

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพโซเซนิดๆ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เข้าเล่นงาน ไม่รู้ป่านนี้ยัยขมจะเป็นยังไงบ้าง ไม่ใช่เมาหลับคาโต๊ะไปแล้วนะ

ตึก!

“อ๊ะ” ฉันหลุดเสียงออกมาด้วยความตกใจ เมื่อรองเท้าส้นสูงกว่าสิบนิ้วที่สวมอยู่ดันพลิกในจังหวะหนึ่งตอนที่ฉันก้าวขา

เวร... ฉันหน้าทิ่มแน่

นั่นเป็นสิ่งที่คิดในขณะที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะล้มลง ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างนั้นเมื่ออ้อมแขนของใครคนหนึ่งรวบเอวของฉันเอาไว้ ร่างกายฉันถูกรั้งเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายลอยเข้ามาเมื่อจมูกของฉันซุกลงไปที่ต้นคอขาวๆ ของร่างสูงตรงหน้า

หมับ!

ฉันถูกกอด... โดยผู้ชายแปลกหน้า วินาทีแรกฉันคิดที่จะใช้กำปั้นทุบเขาเพราะคิดว่าตัวเองกำลังถูกลวนลาม ใช่... ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ อาจจะดูหลงตัวเองไปหน่อย แต่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับฉันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วงการนางแบบ แต่สุดท้าย...

ฟึ่บ!

ฉันตัดสินใจใช้มือผลักคนตรงหน้าให้ถอยออกไปแทนที่จะใช้กำปั้นทุบเขา เผื่อเอาไว้น่ะ... ถ้าเกิดเขาไม่ได้ตั้งใจแต๊ะอั๋งฉันขึ้นมาจริงๆ ฉันก็หน้าแหกสิ

“ขะ... ขอโทษครับ คือผมเห็นคุณจะล้ม” ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยด้วยท่าทีตกใจเมื่อเห็นว่าฉันไม่พอใจ ฉันมองหน้าเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่... หมอนี่หน้าตาน่ารักชะมัด

“ไม่เป็นไร ฉันแค่ตกใจน่ะ... โทษที” ฉันเอ่ยพลางยกมือขึ้นโบกแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนที่คนตรงหน้าจะอมยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วเดินจากไป

บ้าชะมัด... ฉันใจเต้นเพราะเห็นหมอนั่นยิ้มหรอเนี่ย เมาแล้วสินะ

หลังจากนั้นฉันก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนจะต้องอารมณ์เสียอีกรอบเพราะรู้ตัวว่าถูกนังขมเพื่อนรักมันเทเข้าให้แล้ว

“อีขม!” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะใช้มือที่ท้าวสะเอวอยู่ยกขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆ ด้วยความเซ็ง ดูท่าแล้วมันคงหายไปกับไอ้ผู้ชายโต๊ะข้างๆ แน่ เพราะตอนนี้หายหัวกันไปทั้งคู่ แถมมันยังเอากระเป๋าฉันไปด้วยนี่สิปัญหา แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง... กระเป๋าเงินกับกุญแจรถดันอยู่ที่มันแบบนี้

สุดท้ายฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งดื่มต่อรอมันอยู่ที่นี่ เผื่อนังเพื่อนรักมันเสร็จธุระกับผู้ชายแล้วอาจจะกลับมา

ระหว่างนั้น... วงดนตรีไลฟ์สดของที่นี่ก็เริ่มแสดงพอดี ฉันเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่านักร้องนำของวงนั้นคือผู้ชายที่ช่วยฉันไว้ตอนอยู่ที่หน้าห้องน้ำ

นี่เจ้าก้อนเป็นนักร้องงั้นหรอ!

เอ่อ... ฉันหมายถึงหมอนั่นนั่นแหละ แต่ที่เรียกเจ้าก้อนเพราะคิดว่ามันเหมาะกับหน้าตาหมอนั่นดี

ฉันนั่งฟังเจ้าก้อนร้องเพลงพลางจิบเหล้าไปด้วย คงต้องยอมรับแหละว่าหมอนั่นเสียงดีสุดๆ แถมยังหุ่นดีจนทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวอย่างไม่รู้ตัว

“กรี๊ด! รามสูร!” กลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ฉันส่งเสียงด้วยความฟินเมื่อหมอนั่นถกเสื้อขึ้นมาจนเห็นกล้ามท้องขาวๆ ก็รู้แหละว่ามันเป็นการแสดงเพื่อเรียกลูกค้าในผับ แต่เห็นแล้วมันหงุดหงิดชะมัด... ผู้ชายอะไรทำไมไม่หัดหวงเนื้อหวงตัวบ้างวะ

ด้วยความไม่สบอารมณ์ฉันจึงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงตาคู่คมของคนบนเวทีจดจ้องมายังฉัน ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าที่เห็นว่าหมอนั่นส่งยิ้มมาให้... แต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่ฉันจะเห็นเขากลับไปโฟกัสกับการร้องเพลงต่อ

บางทีเขาอาจจะไม่ได้ยิ้มให้ฉันก็ได้... ที่นี่มีคนเยอะแยะจะตายไป

คิดดังนั้นฉันจึงเลิกสนใจความรู้สึกแปลกๆ ของตัวเองแล้วดื่มเหล้าต่อ ยิ่งคิดไปถึงยัยขมก็ยิ่งหงุดหงิด... นี่ถ้ามันไม่กลับมาฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย

ผ่านไปสักพักไลฟ์สดก็จบลง... ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับเพราะผับก็ใกล้จะปิดแล้วเหมือนกัน แน่นอนว่าตอนนี้ฉันมึนหัวไปหมด สงสัยจะดื่มเพลินไปหน่อย

“ยัยขม... ยัยเพื่อนแรด อย่าให้เจอตัวนะ เห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนได้ไงวะ” ฉันบ่นกระปอดกระแปดขณะที่ลุกจากโต๊ะเพราะอยากจะกลับบ้าน แต่แล้วก็มีบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางเอาไว้จนฉันต้องชะงักเท้า

“ขอโทษนะครับ คุณยังไม่ได้จ่ายค่าเครื่องดื่มเลยครับ” เขาเอ่ยก่อนจะฉีกยิ้มแหยๆ ให้ฉันตอนที่ฉันตวัดสายตาไปมอง ซวย... ลืมเรื่องนี้ไปเลย ทำยังไงดีล่ะเนี่ยกระเป๋าตังก็อยู่ที่นังขมซะด้วย

“เท่าไหร่ครับ” เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันจึงใช้สายตามึนๆ หันกลับไปมองเขา ไอ้หมอนี่... ผู้ชายที่ฉันรู้สึกไม่ถูกชะตานี่หว่า

“สามพันห้าร้อยครับ” บริกรตอบ ก่อนที่ร่างสูงข้างๆ ฉันจะส่งบัตรเครดิตของตัวเองให้ ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจตอนที่เหลือแค่เราสองคน

“จ่ายให้ทำไม” ฉันถามตอนที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังทรงตัวไหวอยู่ คนถูกถามกระตุกยิ้มน้อยๆ และอย่างที่บอก... ฉันเกลียดสายตาที่เหมือนอยากจะลามเลียนั่นชะมัด มันน่าขยะแขยง

“ผมอยากรู้จักคุณ เหตุผลแค่นี้พอมั้ย” คนตรงหน้าเอ่ยก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เหอะ... คิดว่าเปย์ค่าเหล้าแค่สามพันห้าแล้วฉันจะระริกระรี้เหมือนผู้หญิงโง่ๆ พวกนั้นรึไง

“แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย เกลียดขี้หน้า... ไม่ถูกชะตา” ฉันเอ่ยพลางยกมือขึ้นกอดอก เชิดใบหน้าเล็กน้อยให้รู้ว่าฉันไม่เล่นด้วย ใครจะไปง่ายเหมือนผู้หญิงในห้องน้ำนั่นล่ะ

“หึ ผมชอบผู้หญิงแบบคุณจริงๆ” คนตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แววตาของเขาวาววับเหมือนเจอของถูกใจ นั่นจึงทำให้ฉันคิดว่าตัวเองควรไปจากตรงนี้สักที... ต้องยอมรับว่าตอนนี้ฉันเมา ถ้ามีเรื่องขึ้นมาฉันน่ะเสียเปรียบเต็มๆ

“เอานามบัตรมา เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาค่าเหล้ามาคืนให้” ฉันเอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้า หากแต่คู่กรณีกลับทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ เท่านั้น

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับคุณโมรา ยังไง... เราก็คงได้เจอกันอีกแน่” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์มันทำให้ฉันมองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ อีกอย่าง... หมอนี่รู้จักชื่อฉันด้วย แต่อย่างว่า... ฉันเป็นนางแบบ เขาจะรู้จักก็คงไม่แปลกอะไร

และในขณะที่ฉันคิดจะปลีกตัวออกมาจากคนตรงหน้านั้น ฝ่ามือหนาก็ขยับเข้ามารั้งต้นแขนฉันไว้

“อ้อ เผื่อคุณยังไม่รู้... ผมชื่อทศกัณฐ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” จบประโยคร่างสูงก็ส่งยิ้มมาให้ฉัน ก่อนที่ฉันจะสะบัดต้นแขนของตัวเองออกอย่างไม่ใยดี... เกลียดนักพวกผู้ชายหน้าหม้อแบบนี้

ฉันเดินโซเซออกไปนอกผับ ง่วงก็ง่วง... มึนหัวก็มึน กี่โมงกี่ยามแล้วก็ไม่รู้

“ขอบคุณนะรามที่เดินมาส่งวันน่ะ” เสียงหวานของใครสักคนดังขึ้นตอนที่ฉันเดินมาถึงรถตัวเอง ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจหรอกเพราะหงุดหงิดเรื่องที่ลืมไปว่าตัวเองไม่มีกุญแจรถ ก็อยู่ในกระเป๋าที่ฉันฝากนังขมเอาไว้ไง... เฮอะ!

“อื้ม ขับรถระวังๆ นะ” เสียงทุ้มดังขึ้นตอบกลับตอนที่ฉันเอนหลังพิงรถ แต่ว่าเสียงแบบนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ... ด้วยความสงสัยฉันจึงชะเง้อข้ามตัวรถไปมองจนเกือบจะหน้าทิ่ม

ผู้ชายคนนั้นมัน... เจ้าก้อนนี่นา

“ให้วันไปส่งรามที่บ้านมั้ย” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นอีก ตอนแรกฉันมองไม่เห็นเธอเพราะเจ้าก้อนยืนบังอยู่ จนกระทั่งจังหวะหนึ่งที่หมอนั่นขยับตัว

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวต้องเก็บของอีก” เจ้าก้อนเอ่ยกับผู้หญิงตรงหน้าพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอ แต่เดี๋ยวก่อนนะ... ยัยนั่นมันผู้หญิงที่อยู่ในห้องน้ำกับทศกัณฐ์นี่

อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนกับเจ้าก้อนน่ะ หนอย! ยัยวันทองสองใจ

ฉันคิดอย่างหงุดหงิด... เห็นหน้าตาน่ารักหวานแหววแบบนั้น แต่ควบผู้ชายทีเดียวสองคน แถมยังแอบไปมั่วลับหลังเจ้าก้อนของฉันอีก ยัยแพศยาเอ๊ย!

เดี๋ยวก่อนนะ... เมื่อกี๊ฉันบอกว่าเจ้าก้อนของฉันงั้นหรอ บ้าไปแล้วมั้งเนี่ยยัยโมรา เจ้าก้อนน่ารักนั่นใช่ของเธอที่ไหน ถึงแม้เห็นแล้วอยากจะจับมาขยำขยี้ก็เถอะ ผู้ชายอะไรวะน่าฟัดจริงๆ

“โอเคจ้ะ ถ้างั้น...” ยัยวันทองเอ่ย ก่อนจะเว้นเอาไว้แล้วช้อนสายตาออดอ้อนขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า เหอะ... ดูก็รู้แล้วว่าคงอยากได้จูบลา หรือไม่ก็อยากให้หอมแก้มอะไรแบบนั้น แต่เสียใจด้วย... เพราะเจ้าก้อนมันเอ๋อ

“อะไรหรอ” คนตัวโตถามพร้อมกับทำหน้าสงสัย ในขณะที่คนแอบมองอย่างฉันก็แทบอยากจะปล่อยก๊ากออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อยัยวันทองนั่นถึงกับหน้าเสียไปเลย

“เปล่าจ้ะไม่มีอะไร ไว้ถ้าถึงแล้วจะโทรหานะ” เธอเอ่ยพลางโบกมือน้อยๆ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป หลังจากนั้นฉันก็เห็นเจ้าก้อนเดินกลับเข้าไปในผับ

“มัวแต่เผือกเรื่องคนอื่น แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย” ฉันเอ่ยขึ้นตอนที่ยืนอยู่คนเดียว พอเสสายตาไปมองรถราคาหลายล้านที่จอดอยู่ข้างๆ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ซื้อมาก็แพง... พอไม่มีกุญแจก็เป็นเหมือนเศษเหล็กไร้ค่าไปเลย

“เมื่อยอ่ะ” ฉันบ่นก่อนจะนั่งลงบนพื้นแล้วเอนหลังพิงกับตัวรถ ในใจก็นึกก่นด่าเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่างยัยขมไปด้วย ถ้าเจอหน้ามันเมื่อไหร่ฉันจะเอาส้นสูงสิบนิ้วคู่นี้ฟาดมันให้เข็ด

ผ่านไปสักพักฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็ทำให้หนังตาฉันหนักอึ้ง... อืม ตรงนี้ก็ลมเย็นดีเหมือนกันเนอะ

[Mora’s Part]

 

[Ramasoon’s Part]

“เห้ยราม ไปส่งเปล่า” เสียงของพี่ทัพดังขึ้นในตอนที่ผมเดินออกมาจากผับ คือผมทำงานอยู่นี่น่ะ... เป็นนักร้องนำให้กับวงดนตรีของผับ ส่วนพี่ทัพ หรือคุณทัพนาสูรก็คือหุ้นส่วนของผับแห่งนี้

“ไม่เป็นไรพี่ บ้านผมอยู่แค่นี้เอง” ผมเอ่ยก่อนจะหันไปยิ้มให้เขา สายตาก็มองเห็นคุณมังกรกัณฑ์กำลังเดินตามพวกเราออกมา

“เออ งั้นก็กลับบ้านดีๆ นะเว่ย” จบประโยคพี่ทัพก็ตบบ่าผมแปะๆ แล้วเดินนำออกไปขึ้นรถ

“ครับ” ผมมองตามเพื่อนซี้สองคนเดินไปที่รถราคาแพงของตัวเองก่อนที่พวกเขาจะขับออกไป ให้ตายสิ... ผมโครตชอบรถของพี่เขา มันสวย... แต่มันก็แพงมากด้วยเหมือนกัน ไม่รู้ชาตินี้ทั้งชาติผมจะมีปัญญาซื้อมั้ย

คือฐานะของผมค่อนข้างลำบากน่ะ แม่ผมตายไปตั้งแต่ผมยังเด็ก พ่อผมต้องทำงานหาเลี้ยงส่งเสียผมคนเดียว พอผมเรียนมหาลัยรายจ่ายของพวกเราก็เยอะจนพ่อต้องไปกู้เงินนอกระบบ โชคดีที่ผมได้งานในผับทำให้สามารถใช้หนี้จำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่มันก็สายเกินไป... พ่อของผมป่วยและเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว

ตอนนี้เหลือแค่ผมคนเดียว...

และในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นเอง จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นเหมือนขาของใครบางคนโผล่ออกมาแถวๆ ตัวรถ แวบแรกใจผมหายวูบเพราะตัวเองกลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ลานจอดรถค่อนข้างมีแสงไฟส่องสว่างผมจึงกล้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

ขาสวย...

ผมคิดก่อนจะสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดงี่เง่าให้หายไป พอมองให้ดีๆ แล้วผู้หญิงที่นั่งพิงรถอยู่ตรงนี้คือผู้หญิงที่ผมเจอหน้าห้องน้ำนี่หว่า ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้ได้นะ หรือว่า... จะโดนทำร้าย!

“คุณ คุณครับ... เป็นอะไรรึเปล่า” ผมเรียกพร้อมกับเขย่าตัวเธอเบาๆ แต่เธอกลับเอนมาพิงผมแทนซะงั้น แถมยังมุดหน้าเข้ามาแถวๆ ซอกคออีก รู้สึกแปลกๆ ไงไม่รู้... ไม่กล้าขยับเลย

“งืม นังขม... นังเพื่อนชั่ว” เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ ทั้งที่แพขนตาหนายังปิดสนิทอยู่ ละเมอ... งั้นหรอ

ขะ... ขนตายาวชะมัด ผมคิดตอนที่เผลอจ้องหน้าเธอนานๆ จะว่าไปก็รู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน มันเหมือนเคยเห็นบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้สนใจน่ะ

“คุณครับ บ้านอยู่ไหนเดี๋ยวผมไปส่ง” ผมเอ่ยพร้อมกับเขย่าตัวเธออีกหน แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม สงสัยคงจะดื่มเข้าไปเยอะแน่เพราะผมได้กลิ่นแอลกอฮอล์ปนเปอยู่กับกลิ่นน้ำหอมของเธอเลย

สุดท้ายผมก็เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากพาเธอกลับมาที่บ้านด้วย คือบ้านผมอยู่ไม่ไกลจากผับเท่าไหร่น่ะ เดินแปบเดียวก็ถึงแล้ว อีกอย่าง... จะปล่อยให้ผู้หญิงหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างนอกคงเดียวมันก็คงจะใจดำเกินไป ถ้ามีพวกไม่ดีมาเจอเข้าเธอคงแย่แน่ๆ

พอมาถึง... ผมก็วางร่างบางลงบนเตียงก่อนจะนั่งมองหน้าเธออยู่แบบนั้นสักพัก ไม่มีเหตุผลหรอก... คือเธอสวย เป็นคนอื่นก็คงอยากมองล่ะมั้ง

“เหวอ!” ผมร้องขึ้นเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นนิตยสารเล่มหนึ่งที่เปิดค้างไว้อยู่บนพื้น แถมรูปในนั้นยังเป็นผู้หญิงคนเดียวกับคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่เป็นเตียงอีกต่างหาก

โฆษณาชุดชั้นใน...

“อึก” ผมยกหลังมือขึ้นปิดปากตัวเองตอนที่หันไปมองคนตัวเล็กบนเตียงอีกครั้ง ก็ไม่รู้ทำไมผมจะต้องเขินด้วย หน้ามันร้อนผ่าวไปหมดเลย

หลังจากนั้นผมก็รีบเอานิตยสารเล่มนี้ไปซ่อน เกิดเธอตื่นขึ้นมาเห็นเข้าคงได้คิดว่าผมเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ เพราะนอกจากวันฬาแล้วผมเองก็ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนเลย

เธอคนนี้คงเป็นคนแรกล่ะมั้งที่มานอนค้างที่บ้านผมน่ะ...

[End of Ramasoon’s Part]

 

[Mora’s Part]

            แสงสว่างมันทำให้ฉันรู้สึกแสบตา...

            “อืม...” ฉันส่งเสียงเมื่อรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ต้องตื่นทั้งที่ยังง่วงงุน  คำถามแรกในสมองคือ... ใครเปิดม่านวะ ปกติฉันไม่เคยเปิดม่านนอนนี่นา ฉันน่ะต้องนอนโดยที่ภายในห้องมันมืดสุดๆ เท่านั้นแหละ ไม่งั้นนอนไม่หลับ

            “ใครว้า...” ฉันโวยวายพลางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงน้ำตกกระทบกับพื้นกระเบื้อง เหมือนมีใครอาบน้ำอยู่เลย... แต่เมื่อสังเกตได้ว่าห้องที่ตัวเองนั่งโด่เด่อยู่นี่มันไม่คุ้นตานัก ฉันก็ต้องรีบเปลี่ยนคำถามทันที

            “ห้องใครวะ”

            แก็ก!

            นั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ใครบางคนเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี ฉันเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นซิกส์แพ็คขาวๆ มีหยาดน้ำใสเกาะพราว และคงเป็นเพราะฉันมองนานเกินไปจนเจ้าตัวอาย เขาถึงได้ใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อ เดี๋ยวก่อนนะ... นี่มัน

            “เจ้าก้อน”

            “เจ้าก้อนหรอ” เขาทวนคำพูดฉันด้วยสีหน้างงๆ ฉันถึงได้นึกขึ้นได้ว่านั่นมันไม่ใช่ชื่อเขานี่หว่า

            หลังจากนั้นคนตัวโตก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว เขาถึงได้รีบเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง อะไรจะขี้อายขนาดนั้น... พ่อคุณ

            “คือ... เมื่อคืนผมเจอคุณหลับอยู่ที่ลานจอดรถ ปลุกแล้วไม่ตื่นก็เลยไม่รู้จะทำยังไง” เขาเอ่ยตอนที่ออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง น่าแปลกนะที่ตอนนี้เขาดูอายๆ เหมือนไม่คุ้นชินที่ต้องอยู่กับผู้หญิงสองต่อสอง ทั้งที่เมื่อคืนตอนร้องเพลงในผับคาริสม่าแรงขนาดนั้นแท้ๆ

            ตกลงแล้วหมอนี่เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ...

            “อ่อ ขอบใจนะ” ฉันเอ่ยพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ เมื่อคืนนี้ก็เมามากจริงๆ นั่นแหละเพราะนั่งดื่มรอยัยขมตั้งหลายชั่วโมงแต่สุดท้ายมันก็ไม่มา เดี๋ยววันนี้ฉันจะไปฉะมันให้ถึงที่เลยคอยดู!

            “คือผมไม่ได้ทำอะไรคุณนะ ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ” จู่ๆ เจ้าก้อนที่ยืนห่างออกไปก็โพล่งขึ้นด้วยท่าทีร้อนรนจนฉันเผลอขมวดคิ้วมุ่น หมอนี่คงคิดว่าฉันโกรธเขาแหงๆ บ้าบอ...

            “รู้แล้วล่ะน่า ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงอินโนเซ้นนะ” ฉันเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นโบกเพื่อตัดความรำคาญ คนเราน่ะถ้าโดนทำอะไรจริงๆ มันก็ต้องรู้สึกบ้างแหละ แต่ดูสภาพฉันสิ... เสื้อผ้าจัดเต็มขนาดนี้ ยังดีนะที่หมอนั่นใจดีถอดรองเท้าให้น่ะ ไม่งั้นตื่นมาฉันคงเดินบนรันเวย์ได้เลยแน่ๆ

            “อ่ะ อ่อ... งั้นหรอ” ได้ฟังดังนั้นเจ้าตัวก็ทำท่าโล่งใจ หมอนี่ดูละครมากไปรึเปล่าถึงได้คิดว่าตื่นมาแล้วฉันจะโวยวายเหมือนนางเอกพวกนั้น จะว่ายังไงดี หมอนี่น่ะ... ซื่อบื้อหรือว่าไร้เดียงสากันแน่นะ

            “นี่ ขออาบน้ำได้รึเปล่า ยืมชุดด้วย” ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่บรรยากาศในห้องเงียบไปสักพัก ฉันยังนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเจ้าก้อนก็ยังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

            “ได้สิ” เขาตอบก่อนจะจัดแจงหาเสื้อผ้าในตู้ให้ ฉันใช้เวลานั้นมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง ก็เหมือนห้องวัยรุ่นทั่วไปแหละนะ ดูจากวิวนอกหน้าต่างที่นี่คงเป็นหมู่บ้านทาวน์เฮ้าส์ธรรมดา ฐานะการเงินของหมอนี่ก็คงไม่ได้ดีเด่อะไร           

“นายชื่ออะไร” ฉันถามตอนที่คนตัวโตยังคงวุ่นวายกับการหาชุดให้ฉันใส่อยู่ เพราะส่วนใหญ่เสื้อผ้าของเขามันตัวใหญ่น่ะ


แสดงความคิดเห็น

emotion