บทที่ 5-1 ข้อแลกเปลี่ยน

บทที่ 5-1 ข้อแลกเปลี่ยน

4 / 192    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน

 

ร่างสูงใหญ่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าแล้วเพ่งมองผ่านผนังกระจกใสของโรงแรมชื่อดังไปยังท้องทะเลสีครามยามเย็นอย่างสงบนิ่ง แม้จะรู้ว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ทางด้านหลัง หากแต่เขาก็ยังทำเป็นไม่ใส่ใจ

 

นี่คุณ!” พนิตนรีเริ่มเสียงดังเมื่อเจ้าของห้องพักยังวางท่าทีเฉยชา ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่นั่น

 

เรียกฉันว่าเนฟ เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ขณะค่อยๆ หันกลับไปมองคนร่างบางที่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่กลางห้อง สายตาที่จับจ้องมายังเขาบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจอย่างเด่นชัด

 

คุณเนฟ คุณจะปล่อยให้ฉันกลับห้องพักได้หรือยังคะ

 

นางแบบสาวถามในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะอนุญาตให้กลับห้องพักซึ่งอยู่ชั้นถัดลงไปหลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ แต่ทว่าผ่านมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เจ้าของห้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอออกไปเสียที

 

ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้เธอกลับไปพักห้องนั้น อาซาเอลแจกแจงขณะเดินตรงไปยังโซฟาตัวหรูซึ่งวางอยู่มุมห้อง ก่อนจะทรุดกายนั่งอย่างสบายอารมณ์

 

ฉันต้องเปลี่ยนชุดนะคะ แล้วกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันก็อยู่ห้องนั้น อีกอย่างห้องนี้ก็มีห้องนอนแค่ห้องเดียวเท่านั้น คุณจะให้ฉันนอนโซฟาตัวนี้หรือยังไงคะ คนที่ยังแต่งกายไม่เรียบร้อยแถมเจ้าของห้องยังไม่ปล่อยออกไปจากห้องโวยวายอย่างโมโห

 

เรื่องกระเป๋า คนของฉันกำลังลงไปเอามาให้ แล้วฉันก็ไม่ใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างเธอนอนนอกห้องหรอกน่าคนที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาอธิบายด้วยสีหน้ายิ้มๆ หากแต่เป็นยิ้มที่พนิตนรีไม่ชอบใจเอาเสียเลย

 

คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง คุณจะออกมานอนนอกห้องแทนฉันอย่างนั้นเหรอคะ

 

ฉันจะบอกอะไรให้นะแพม ฉันเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าฉันจะนอนที่ไหนในคืนนี้อาซาเอลว่า พลางเลิกคิ้วมองสาวหน้าหวานอย่างล้อเลียน

 

คุณ... คำพูดของชายหนุ่มทำให้พนิตนรีถึงกับอึ้งไป

 

ถ้างั้นฉันจะไปนอนกับพี่กุล เชิญคุณพักคนเดียวเถอะค่ะ จบคำร่างบางก็รีบหมุนกายเพื่อจะเดินไปที่ประตูห้อง เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูบานหรูถูกเปิดเข้ามาพอดี

 

คุณพนิตนรีจะไปไหนเหรอครับ เควินซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับสตีฟถามอย่างใคร่รู้

 

เอ่อ...ฉันจะกลับไปที่ห้องพักน่ะค่ะ ขอกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันคืนด้วยนะคะตอบหนุ่มลูกครึ่งเสร็จ นางแบบสาวก็หันไปทางหนุ่มอเมริกันซึ่งเป็นคนถือกระเป๋าเสื้อผ้าของหล่อนเอาไว้

 

คุณพนิตนรีหมายถึงห้องที่พวกผมไปเอากระเป๋าใบนี้มาใช่ไหมครับ เควินถามย้ำ

 

ใช่ค่ะ หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน

 

ถ้าเป็นห้องนั้น ตอนนี้ผู้จัดการส่วนตัวของคุณและทีมงานเช็กเอาต์ไปแล้วนะครับ เห็นว่าจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เย็นนี้เลยครับเควินแจ้งความคืบหน้าให้สาวสวยตรงหน้าได้เข้าใจ

 

อะไรนะคะ! พี่กุลกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คนถูกทิ้งได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตกใจ แต่กระนั้นก็ยังปลอบใจตัวเองว่าไม่ใช่ หล่อนจะต้องถูกคนกลุ่มนี้หลอกแน่ๆ

 

แต่มันเป็นไปแล้วครับ ถ้าคุณไม่เชื่อก็โทรลงไปถามพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ได้ เควินยืนยันเสียงหนักแน่น

 

ฉันจะลงไปถามด้วยตัวเองค่ะ และถ้าหากว่าผู้จัดการส่วนตัวของฉันกลับไปแล้วจริงๆ ฉันจะเปิดห้องใหม่ค่ะ ขอกระเป๋าคืนด้วยค่ะ

 

พนิตนรีกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ จากนั้นก็ยื่นมือไปตรงหน้าสตีฟเพื่อรอรับกระเป๋า สตีฟซึ่งพอจะฟังภาษาไทยได้บ้างเกิดอาการละล้าละลัง หากแต่ทันทีที่เสียงของคนเป็นเจ้านายดังแทรกเข้ามา เขาก็ตัดสินใจได้ในวินาทีนั้น

 

สตีฟ เอากระเป๋าใบนั้นไปเก็บในห้อง

 

ครับเจ้านายคนสนิทรับคำก่อนจะถือกระเป๋าเจ้าปัญหามุ่งหน้าไปที่ประตูห้องนอนโดยไม่รีรอ

 

นี่คุณเนฟ! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” คนถูกมัดมือชกหันไปตวาดใส่คนสั่ง พร้อมกับจ้องหน้าอีกฝ่ายตาเขียวปั้ด

 

น้อยไปสิไม่ว่า เธอควรจะรู้ว่าขณะนี้ตัวเองอยู่ในฐานะอะไร แล้วเรื่องที่เธอขัดคำสั่งด้วยการหนีออกมาจากบ้าน ฉันยังไม่ได้ชำระความเลยนะ เพราะฉะนั้นอย่าทำตัววุ่นวายจะดีกว่า

 

คนมีอำนาจที่สุดในห้องบอกเสียงกร้าว ดวงตาของเขาวาววับยามเมื่อจับจ้องร่างบางซึ่งยืนสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บใจอยู่ไม่ไกลจากประตูห้องพัก

 

อย่าให้ฉันหาเงินมาคืนคุณได้นะ

 

หล่อนเค้นเสียงออกมาอย่างคับแค้นใจ หากแต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันไปทางสตีฟซึ่งกำลังเดินออกมาจากส่วนของห้องนอนหลังจากที่เอากระเป๋าเข้าไปเก็บตามที่นายหนุ่มสั่งเรียบร้อยแล้ว

 

วันนี้หมดภารกิจของพวกนายแล้วล่ะ จะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอนุญาตให้พวกนายพักผ่อนได้เต็มที่เพราะคืนนี้ฉันจะอยู่ห้อง

 

กล่าวจบก็มองไปที่ร่างบางด้วยดวงตาพราวระยับ หากแต่คนถูกมองกลับเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างหมั่นไส้คนบ้าอำนาจ

 

ครับเจ้านาย

 

สองคนสนิทขานรับแทบจะพร้อมกัน พวกเขาเห็นอาการของนายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเจ้านายของพวกเขาได้ฉายาว่าเป็นเพลย์บอยตัวฉกาจอยู่แล้ว จะสงสัยอยู่บ้างก็ตรงที่ว่า นายหนุ่มจะทำอย่างไรให้เป้าหมายที่ไม่มีใจปฏิพัทธ์อย่างนางแบบสาวสวยคนนี้ยอมศิโรราบโดยไม่ต้องใช้กำลังหรือหักหาญน้ำใจเท่านั้น

 

 

 

 

 

าหารมื้อค่ำของคฤหาสน์ตระกูลหยางเสร็จสิ้นลงในเวลาหนึ่งทุ่มเศษๆ ซึ่งดูเหมือนจะล่าช้ากว่าทุกวัน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากว่าสมาชิกในบ้านกำลังเห่อสมาชิกใหม่ โดยเฉพาะนายหญิงของบ้านที่แลดูจะอาการหนักกว่าใคร ทั้งกินทั้งชวนสนทนาไม่ได้หยุดปาก ทว่ามีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาสักเท่าไร แต่ขยันแอบมองสมาชิกคนใหม่ซึ่งนั่งข้างๆ อยู่เนืองๆ

 

หลังเสร็จจากมื้ออาหารนั้น ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน ยกเว้นธนัทธามที่ขอตัวเข้าห้องทำงานเพื่อต้องการให้คนร่วมห้องได้ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนที่เขาจะกลับขึ้นไป หล่อนจะได้ทำอะไรได้สะดวกใจขึ้น

 

หากแต่หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เมื่อธนัทธามกลับขึ้นไปบนห้องนอนของเขา ภายในห้องนั้นกลับว่างเปล่า ไร้เงาของสาวไทยที่เขาจ้างให้มาเป็นเมียกำมะลอ เดือดร้อนนายจ้างหนุ่มให้ต้องเดินตามหาจนทั่วบ้าน เมื่อภายในบ้านไม่พบก็ตระเวนหาตามซุ้มต่างๆ รอบบ้าน แล้วเขาก็พบเจ้าหล่อนกำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ที่ศาลาข้างๆ สระว่ายน้ำ

 

สงสัยข้อสุดท้ายจะไม่แม่นเสียแล้วล่ะค่ะ ใบบัวว่า...

 

ทำอะไรกันน่ะ

 

เสียงกระด้างที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น ทำให้นลินญารีบดึงมือของตนออกจากมือหนาของหย่งฉีโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของเสียงปรากฏตัวขึ้นพอดี

 

ใบบัวเหงาก็เลยลงมาคุยกับพี่หย่งฉีค่ะ

 

หล่อนตอบเสียงอ่อย ค่อยๆ แหงนหน้ามองคนตัวโตอย่างขลาดๆ เพราะน้ำเสียงที่เขาเอ่ยก่อนหน้าประกาศชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ

 

ใช่ครับเฮียธาม หย่งฉีช่วยยืนยัน

 

แต่ภาพที่ฉันเห็นเมื่อกี้มันไม่ใช่อย่างที่พวกเธอบอกเลยนี่ จับมือถือแขนกันแบบนั้นเหมือนหนุ่มสาวกำลังพลอดรักกันไม่มีผิด

 

ธนัทธามย้อนกลับไปเสียงแข็ง เจ้าตัวไม่รู้หรอกว่า สีหน้าและท่าทางที่แสดงออกไปนั้นเหมือนคนกำลังโมโหหึงอย่างไรอย่างนั้น

 

คิดเองเป็นตุเป็นตะเลยนะคะพี่ธาม แต่ถ้าใบบัวรู้จักพี่หย่งฉีนานกว่านี้ก็ไม่แน่นะคะ พี่หย่งฉีออกจะใจดี แถมยังน่ารัก สาวๆ เห็นก็ต้องอยากเข้าใกล้เป็นธรรมดาแหละค่ะ

 

นลินญาเอ่ยชมหย่งฉีเพราะรู้สึกดีกับชายหนุ่มผู้นี้จริงๆ หากแต่คำพูดเหล่านั้นกลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มอีกคนมีสีหน้ามึนตึงเข้าไปใหญ่

 

เอ่อ...ที่เห็นเมื่อกี้ ผมกำลังดูลายมือให้ใบบัวน่ะครับเฮียธาม กำลังจะแยกย้ายกันไปนอนอยู่พอดีเลยครับ

 

หย่งฉีรีบอธิบายให้คนเป็นพี่ชายเข้าใจ เขารู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายทำตัวเหมือนหมาหวงก้าง ทั้งที่สาวไทยคนนี้เป็นแค่เมียรับจ้างเท่านั้นเอง

 

คราวหลังถ้าอยากจะคุยกันก็ให้คุยตอนกลางวัน นัดพบกันกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน คนอื่นเห็นแล้วมันดูไม่ดี คนมาใหม่ตำหนิทั้งสายตาและคำพูด

 

เราไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีสักหน่อยนี่คะ ทำไมจะต้องยัดเยียดข้อหาให้กันด้วยล่ะหล่อนย้อนถามพลางปรายตามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างไม่ชอบใจ

 

เฮียธามไม่ได้ยัดเยียดข้อหา แต่เป็นการเตือนเท่านั้นล่ะครับใบบัว

 

ทำไมจะไม่ใช่ พี่หย่งฉีดูตาพี่ธามให้ดีๆ สิคะ

 

คนช่างสังเกตว่า พลางพยักพเยิดไปทางคนที่ยืนทำตาขวางอยู่ข้างๆ หย่งฉีเองก็เห็นตามนั้น เพียงแต่เขาไม่อยากพูดออกไปให้พี่ชายแยกเขี้ยวใส่เท่านั้นเอง

 

เอ่อ...พี่ว่า พี่ขอตัวขึ้นห้องก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะครับ ขอตัวก่อนนะครับเฮียธาม

 

หย่งฉีตัดปัญหาด้วยการขอตัวจากไป เขารู้ว่าถ้าอยู่นานไปอาจทำให้ใครบางคนความดันขึ้นเพราะมัวแต่โมโหหึงโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

 

นายจะไปไหนก็ไปเถอะ

 

น้ำเสียงห้วนๆ ของธนัทธามทำให้คนที่ขอตัวจากไปแทบหัวเราะออกมาดังๆ ทว่าเขาทำได้แค่เพียงแอบยิ้มขบขันกับสีหน้าของพี่ชาย ที่แม้จะตกอยู่ในสภาวะใดก็ยังคงเก๊กได้ตลอดเวลา

*******************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ ^_^


แสดงความคิดเห็น

emotion