บทที่ 4-1 นักแสดงหน้าใหม่

บทที่ 4-1 นักแสดงหน้าใหม่

5 / 189    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

บทที่ 4 นักแสดงหน้าใหม่

 

นัทธามลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่เมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกใครบางคนเบียดเข้ามาหาทางด้านหลัง ร่างใหญ่พยายามขยับห่าง หากแต่คนร่างเล็กก็ยังไม่วายขยับตามเข้าไปเบียดชิด หลายครั้งเข้าก็ชักจะไม่ไหวเพราะคนขยับหนีใกล้จะตกเตียงอยู่รอมร่อแล้ว

 

ผู้หญิงอะไรนอนซนเป็นบ้า ดูสิ ถีบหมอนข้างกระเด็นซะไกล นี่ถ้าฉันตัวไม่ใหญ่ สภาพก็คงไม่ต่างอะไรกับหมอนข้างใบนั้นสินะ

 

ชายหนุ่มบ่นพึมพำขณะพยุงกายลุกขึ้นนั่ง พลางกวาดตามองสภาพรอบๆ เตียงนอน ก่อนจะจบลงที่ใบหน้าของคนก่อเหตุซึ่งตอนนี้นอนหลับอุตุอยู่ใกล้ๆ แขนข้างหนึ่งของเจ้าหล่อนกอดเอวของเขาเอาไว้แน่น โชคดีที่หล่อนไม่เอาขาเกยขึ้นมาบนร่างของเขาอีกที

 

ใบบัว ตื่นได้แล้ว อีกครึ่งชั่วโมงเราต้องลงไปพบหม่าม้านะ ธนัทธามสะกิดเรียกคนขี้เซาเบาๆ หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมตื่นตามที่เขาเตือน

 

อื้อ...คนไม่อยากตื่นทำเสียงในลำคออย่างนึกรำคาญ พร้อมกันนั้นก็ซุกใบหน้าเข้าหาคนร่างใหญ่ราวกับลูกแมวน้อยขี้อ้อน

 

ฉันบอกให้ตื่นไง ได้เวลาทำงานแล้วยายเด็กขี้เซา

คราวนี้ธนัทธามไม่สะกิดเปล่า แต่พยายามที่จะเอามือของคนตัวเล็กออกจากเอวของเขาด้วย

 

เรียนจบแล้วนี่นา จะรีบตื่นทำไมล่ะมุก ขอนอนซุกหมอนข้างอีกสักครึ่งชั่วโมงนะ

 

คนขี้เซากล่าวเสียงงัวเงียเพราะยังอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น อีกทั้งยังเข้าใจว่า คนที่กำลังปลุกเธออยู่ตอนนี้คือเพื่อนสาวคนสนิทที่พักอยู่คอนโดเดียวกันในกรุงเทพฯ

 

ครึ่งนาทีก็ไม่ได้ แล้วรู้เอาไว้ด้วยว่าตอนนี้เธอไม่ใช่นักศึกษาแต่เป็นนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทสำคัญ เพราะฉะนั้นรีบตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะหาวิธีปลุกแบบใหม่ เอาแบบเจ้าหญิงนิทราเลยดีไหมใบบัว

 

นายจ้างหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งยังเน้นย้ำตรงประโยคสุดท้ายให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้คนขี้เซาหูผึ่งขึ้นมาทันใด และทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าใครนั่งเบียดชิดอยู่ใกล้ๆ ร่างบางก็รีบผละห่างพร้อมกับโวยวายเสียงดังลั่นทันที

 

ว้าย! ไหนพี่ธามบอกจะไม่แตะต้องใบบัวไง แค่คืนแรกก็คิดจะทำมิดีมิร้ายกับใบบัวแล้วเหรอคะ

 

เฮ้อ...มองให้ดีๆ ก่อนได้ไหมยายเด็กเจ้าปัญหา มองให้ดีๆ สิว่าใครล่วงล้ำเขตแดนใคร แล้วเมื่อกี้เธอใช่ไหมที่เข้ามากอดฉันไว้แน่นน่ะ ฉันไม่คิดค่าเสียหายก็ดีเท่าไรแล้ว

เมื่อถูกกล่าวหาเช่นนั้น ธนัทธามก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองพร้อมกับชี้ให้อีกฝ่ายดูหลักฐาน

 

อ้าว...แล้วหมอนข้างล่ะคะ ใบบัวจำได้ว่าเอามากั้นไว้แล้วนี่ คนตัวเล็กทำหน้าเหลอหลาแล้วรีบกระเถิบถอยหลังไปนั่งอยู่ฝั่งของตน

 

นอนแอ้งแม้งอยู่โน่นไงล่ะ คนตัวโตพยักพเยิดไปที่หมอนข้างใบใหญ่ซึ่งตอนนี้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ปลายเตียงนอน

 

พี่ธามเอามันโยนทิ้งใช่ไหมล่ะ ใบบัวรู้นะคนทำแต่ไม่รู้ตัวยื่นข้อหาใหม่ให้คนร่วมห้อง

 

ฉันจะทำแบบนั้นทำไม

 

ธนัทธามย้อนถามเสียงแข็ง นึกอยากจะจับคนตัวเล็กมาซัดก้นแรงๆ สักทีสองทีโทษฐานทำให้เขาหงุดหงิดแต่เช้า

 

ถ้ารู้แล้วใบบัวจะถามทำไมล่ะคะ บางทีพี่ธามอาจจะคิดอะไรกับใบบัวมากกว่านายจ้างก็ได้ใครจะไปรู้หล่อนว่าพลางหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด

 

ไร้สาระน่า ฉันไม่คิดอะไรบ้าๆ กับเด็กอย่างเธอหรอกน่ะ

 

คนถูกกล่าวหาเบือนหน้าไปอีกทาง ก่อนจะขยับลงจากเตียงนอนใหญ่ ตั้งใจจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ หากแต่คนร่างบางก็ยังตะโกนตามหลังอย่างไม่ยอมแพ้

 

ใบบัวจะย่างยี่สิบสามแล้วนะพี่ธาม โตเป็นสาวแล้ว เรียนจบแล้วด้วย

 

ตัวเธอน่ะใช่ แต่นิสัยเธอยังเหมือนเมื่อตอนอายุสิบสามไม่มีผิดเลยนี่ ธนัทธามหันกลับมาวิจารณ์ตามความรู้สึกของตัวเอง

 

ถ้าพี่ธามว่าใบบัวเป็นเด็กอีกละก็ ใบบัวจะบินกลับไทย ไม่ยอมเป็นเมียกำมะลอให้พี่ธามแล้ว หล่อนแกล้งขู่ด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ใบหน้างามงอง้ำอย่างขัดใจ

 

นี่ไง นิสัยของเด็กไม่รู้จักโต ว่าอะไรนิดอะไรหน่อยก็โมโหจะหนีกลับบ้านท่าเดียว

 

ชายหนุ่มตำหนิซึ่งๆ หน้า คนถูกว่าเลยหน้าง้ำเข้าไปใหญ่ แต่หล่อนก็ไม่ได้เถียงกลับเพราะคำตำหนิเหล่านั้นมันตรงกับการกระทำของตัวเองจริงๆ

 

ตกลงจะเอายังไง จะบินกลับไทยหรือจะเป็นเมียกำมะลอของฉันต่อ ฉันให้โอกาสเธอเลือกอีกเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น หลังจากนี้เธอจะอิดออดอีกไม่ได้แล้ว

 

ธนัทธามกล่าวเสียงขรึม มือสองข้างยกขึ้นกอดอก สายตาคู่คมจับจ้องที่คนเจ้าปัญหานิ่ง สื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาจะเอาจริงแล้วนะ

 

อยู่ต่อก็ได้ หล่อนตอบอย่างเสียไม่ได้

 

ถ้าคิดจะอยู่ต่อก็รีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวฉันจะให้ซิงซิงขนเสื้อผ้าเข้ามาให้ คนตัวใหญ่สั่ง

 

อาบก็ได้ คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยขณะขยับกายลงจากเตียงใหญ่ จากนั้นก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปทางห้องน้ำ

 

ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาทีนะ อย่าลืมว่าเรามีนัดกับหม่าม้าตอนเก้าโมงเช้า ธนัทธามสั่งตามหลัง กลัวว่าอีกฝ่ายจะแกล้งขลุกอยู่ในห้องน้ำนานเกินไป

 

รู้แล้วล่ะน่า เอาแต่สั่งๆ อยู่นั่นแหละ

 

เสียงกระแนะกระแหนที่ดังแว่วเข้าหูของธนัทธามก่อนประตูห้องน้ำจะปิดลงนั้น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้าระอาใจ

 

แธนดี้นะแธนดี้ หาเรื่องใหญ่มาให้พี่เสียแล้วไหมล่ะ

 

ทายาทตระกูลหยางพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวอย่างไรอย่างนั้น

 

 

 

 

ติ๊ด...ติ๊ด...

 

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในตอนสายปลุกให้สองร่างเปล่าเปลือยที่นอนก่ายเกยกันอยู่บนที่นอนยับย่นเพราะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักขยับกายอย่างเกียจคร้าน

 

ใครโทรมากวนแต่เช้านะ เสียงทุ้มพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์นัก

 

เนฟนอนต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวแอนนี่จะรับสายให้

 

แอนนิต้าจำใจต้องผละจากชายหนุ่มที่ตนหลงใหลทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิด แต่เพราะเสียงเรียกเข้าที่ดังติดต่อกันจนน่ารำคาญทำให้เธอต้องเอื้อมมือไปหยิบเครื่องสื่อสารของอาซาเอลอย่างเสียไม่ได้

 

คุณช่วยหยิบมาให้ก็พอแล้วล่ะครับ ผมจะรับสายเอง

 

อาซาเอลรู้ดีว่าคนที่โทรมาจะต้องมีเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่โทรมากวนเขาแต่เช้าแบบนี้ เพราะลูกน้องแต่ละคนต่างก็รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นนอนของเขา

 

นี่ค่ะ แอนนิต้าส่งเครื่องมือสื่อสารนั้นให้ชายหนุ่มตามคำขอ ก่อนจะนอนเคลียคลอกับเรือนกายกำยำของเขาตามเดิม

 

ขอบคุณครับแอนนี่หนุ่มนักรักขอบคุณอย่างรู้มารยาทก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปทันที

 

ว่าไง

 

คุณพนิตนรีเธอหนีออกไปจากบ้านครับเจ้านาย

 

นายว่าอะไรนะสตีฟ

อาซาเอลทวนถามเพราะเข้าใจว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปที่ได้ยินคำพูดนั้นของคนสนิทที่เขาไว้ใจได้ทุกอย่าง

 

เอ่อ...คุณพนิตนรีเธอหนีไปแล้วครับ

คนปลายสายอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะยืนยันให้นายหนุ่มของตนได้ฟังอีกครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

บ้าเอ๊ย! เฝ้าบ้านกันยังไงถึงปล่อยให้ผู้หญิงตัวนิดเดียวหนีออกไปได้ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น สะเพร่าแบบนี้จะทำงานใหญ่ได้ยังไงฮ้า

 

นักธุรกิจหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย จากที่นอนให้คนข้างๆ นัวเนียเคลียเคล้าตามแต่ใจก็ขยับลุกขึ้นนั่งทันทีที่ได้รับคำยืนยันจากคนสนิทของเขา ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาถมึงทึงขึ้นมาทันใด

 

ฝ่ายแอนนิต้าได้ยินคำว่า ผู้หญิงตัวนิดเดียว มิหนำซ้ำยังมีคำว่า บ้าน ก็ถึงกับหูผึ่ง เพราะปกติแล้วอาซาเอลจะไม่เอ่ยถึงผู้หญิงคนไหนเวลาอยู่กับเธอ ที่สำคัญเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าไปในบ้าน แล้วคนที่เขากำลังเอ่ยถึงนั้นสำคัญเช่นไรเขาถึงอนุญาตให้อยู่ในบ้านหลังนั้นได้

 

เอ่อ...พวกผม...

 

ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวผ่านทางโทรศัพท์ เดี๋ยวฉันจะกลับไปเคลียร์ที่บ้าน เตรียมคำตอบเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน

 

หลังคำสั่งเด็ดขาดนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายทันที สีหน้าของเขาบ่งชัดว่ากำลังหงุดหงิดใจเพียงใดกับเรื่องที่เพิ่งได้รับทราบมา

 

เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะที่รัก

 

แอนนิต้าถามเสียงหวานเพราะต้องการให้ชายหนุ่มลดความขุ่นข้องหมองใจลงบ้าง ทั้งๆ ที่ใจจริงนั้นเธออยากจะถามถึงตัวต้นเหตุมากกว่า แต่สีหน้าแบบนี้ อารมณ์แบบนี้ไม่เหมาะที่จะเซ้าซี้ถามเขา เพราะเธอจะกลายเป็นหมาหัวเน่าทันทีถ้าทำสิ่งที่เขาไม่ชอบใจขึ้นมา

 

เรื่องคนในบ้านน่ะ ผมขอตัวกลับไปเคลียร์ปัญหาก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่นะแอนนี่

 

แหม...น่าเสียดายจัง แอนนี่คิดว่าจะได้อยู่กับเนฟทั้งวันเสียอีกค่ะ วันนี้แอนนี่ว่างทั้งวันเลยนะคะ แอนนิต้าออดอ้อนเหมือนที่หล่อนเคยทำ

 

เอาอย่างนี้นะ เดี๋ยวผมเซ็นเช็คให้ แอนนี่ชวนเพื่อนไปชอปปิงแก้เหงาก็แล้วกันนะ

 

เงินคือสิ่งที่อาซาเอลใช้ในการแก้ปัญหาเรื่องสาวๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ซึ่งมันก็ได้ผลดีทุกครั้งไป

 

อีกแล้วเหรอคะที่รัก แต่ไม่เป็นไรค่ะ แอนนี่รู้ว่าเนฟมีเรื่องสำคัญต้องไปทำ เอาไว้โอกาสหน้าเราค่อยหาเวลาไปทานข้าวด้วยกัน วันนี้แอนนี่ไปกับเพื่อนก่อนก็ได้ค่ะ

 

แอนนิต้าฉลาดพอที่จะไม่ทำตัวงี่เง่า เรียกร้องเอาโน่นเอานี่ให้เขารำคาญ เพราะการกระทำแบบนั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาไม่ยั่งยืน

 

เมื่อตกลงกันเป็นที่เข้าใจแล้ว อาซาเอลก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะรีบกลับไปจัดการกับบรรดาลูกน้องของตน รวมถึงวางแผนตามหาใครบางคนที่กล้าขัดคำสั่งของเขาด้วย

******************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


แสดงความคิดเห็น

emotion