บทที่ 3-1 ภาวะจำยอม

บทที่ 3-1 ภาวะจำยอม

4 / 218    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

บทที่ 3 ภาวะจำยอม

 

ลังจากที่ได้นอนแช่ในอ่างน้ำอุ่นเกือบครึ่งชั่วโมง พนิตนรีก็เดินออกมาจากห้องน้ำใหญ่โตโอ่อ่าด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นหล่อนต้องฝืนใจนั่งทานอาหารมื้อค่ำกับเจ้าหนี้จอมเผด็จการของพี่ชาย กว่าจะลุกออกมาจากห้องอาหารได้ก็ต้องรอให้เขาทานจนเสร็จ ซึ่งก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะเขาค่อยๆ ละเลียดอาหารเหมือนจงใจให้ช่วงเวลานั้นยืดเยื้อออกไป

 

ร่างบางเยื้องย่างไปยังหน้ากระจกเงาบานใหญ่ พร้อมกันนั้นก็สลัดเสื้อคลุมสีขาวออกจากร่างกายอย่างเคยชิน มวยผมที่ถูกรวบเอาไว้ลวกๆ ถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงมากระจายทั่วแผ่นหลัง เจ้าของร่างมองภาพสะท้อนของตนผ่านกระจกเงาอย่างพึงพอใจ รูปร่างหน้าตาแบบนี้ทำให้เธอมีอาชีพที่พอจะหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ เพราะถ้าจะหวังพึ่งพี่ชายเธอคงจะเรียนไม่จบเป็นแน่แท้ พัสกรไม่แม้แต่จะช่วยค่าเทอมหรือค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ซึ่งก็เป็นทาวน์เฮาส์หลังเล็กที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้ก่อนที่ท่านทั้งสองจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกันเมื่อสี่ปีก่อน พัสกรจึงเป็นญาติเพียงคนเดียวที่หล่อนเหลืออยู่ในตอนนี้

 

เฮ้อ...พี่พัสนะพี่พัส ก่อเรื่องเอาไว้แล้วหายตัวไปไหนนะ พี่จะรู้บ้างไหมว่าแพมกำลังเดือดร้อนเพราะพี่

 

หญิงสาวบ่นพึมพำเมื่อนึกไปถึงต้นเหตุที่ทำให้หล่อนถูกกักตัวไว้ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้

 

ติดต่อมาไวๆ นะพี่พัส แพมต้องการอิสระ แพมอยากกลับบ้าน

 

พนิตนรีระบายความอัดอั้นตันใจกับเงาร่างของตนในกระจกเงาบานใหญ่ หล่อนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเดินไปหยิบชุดนอนเนื้อนุ่มซึ่งเป็นชุดที่เก็บใส่กระเป๋ามาอย่างรีบร้อนตอนที่เจ้าหนี้ของพี่ชายพาไปเก็บเสื้อผ้าที่ทาวน์เฮาส์มาสวมลงบนร่างสมส่วนเปลือยเปล่าโดยไม่สวมชุดชั้นในเพราะเก็บใส่กระเป๋ามาเพียงสองชุดเท่านั้น อีกอย่างเธอคิดว่าในที่รโหฐานเช่นนี้คงไม่มีใครถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตก่อน

 

หากแต่ฉับพลันนั้นขนกายของหล่อนก็ลุกเกรียว เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมองมาจากที่ใดที่หนึ่ง หรือว่าหล่อนจะอุปาทานไปเอง

 

สงสัยเราจะระแวงไปเองกระมัง นางแบบสาวสรุปกับตัวเองเมื่อกวาดตามองโดยรอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

 

คิดมากจนจิตตกแล้วเรา นอนเอาแรงไว้พรุ่งนี้ดีกว่า ไม่รู้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง

 

ร่างบางตัดสินใจเดินไปที่เตียงนอนใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวนอนบนที่นอนหนานุ่มนั้นอย่างอ่อนล้า ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงร่างกายเท่านั้น แต่มันรวมไปถึงจิตใจของหล่อนด้วย

 

 

 

ห่างออกมาอีกเพียงแค่กำแพงกั้น บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องนอนหรูโทนสีเทา เจ้าของห้องกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนนั้นด้วยท่าทางผ่อนคลาย สายตาคู่คมกำลังเพ่งมองไปยังจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดเอาไว้ข้างผนังห้อง แน่นอนว่าภาพที่ปรากฏอยู่บนนั้นจะต้องน่าสนใจมากถึงมากที่สุด มิเช่นนั้นแล้วคงไม่ดึงดูดสายตาของอาซาเอลให้หยุดนิ่งอยู่ที่ภาพนั้นได้นานขนาดนี้ มิหนำซ้ำภาพที่เห็นนั้นยังทำให้คนมองรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

ก็เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เราเคยผ่านมา ออกจะดูจืดชืดกว่าด้วยซ้ำไป

 

เจ้าของห้องบอกกับตัวเองเบาๆ ทั้งที่ความรู้สึกที่แท้จริงของเขานั้นมันตรงกันข้ามกับคำพูดเหล่านั้นอย่างลิบลับ เขาต้องการที่จะครอบครองร่างอรชรที่นอนพลิกกายไปมาบนเตียงขนาดใหญ่นั่น เพียงแต่ตอนนี้เขายังทำอย่างที่ต้องการไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำให้เลิกสนใจคือพยายามบอกตัวเองว่าหล่อนไม่น่าปรารถนา หากแต่ความจริงเขากลับสะดุดตาผู้หญิงคนนี้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพถ่ายของหล่อนเลยด้วยซ้ำ

 

ไม่น่า...หล่อนก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ถึงกับทำให้เราทุรนทุรายได้หรอกน่ะ

 

แม้ว่าปากจะคอยปลอบตัวเองแบบนั้น แต่ปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟัง มิหนำซ้ำยังรุนแรงขึ้นทุกขณะจนเจ้าตัวถึงกับต้องรีบกดรีโมตปิดจอภาพนั้นเสีย

 

สงสัยต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

 

ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารที่วางเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียงมากดหาหมายเลขที่ต้องการแล้วกดโทรออกทันที และดูเหมือนว่าคนปลายสายจะให้ความสำคัญกับเจ้าของเบอร์นี้มาก จึงตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็วทันใจ

 

ไฮ...เนฟ แอนนี่กำลังคิดถึงคุณอยู่พอดีเลยค่ะ

 

แอนนิต้าหรือแอนนี่ นางแบบสาวชื่อดังลูกครึ่งอเมริกัน-ไทยทักทายกลับมาด้วยน้ำเสียงเซ็กซี

 

ผมก็กำลังคิดถึงคุณอยู่เหมือนกันครับแอนนี่ คืนนี้ว่างไหมครับ

 

หนุ่มนักรักหยอดคำหวานไปให้คนปลายสายอย่างที่เคยทำเป็นประจำเวลาที่เขาเดินทางมาดูงานที่ประเทศไทย

 

สำหรับเนฟ แอนนี่ว่างเสมอค่ะ เสียงที่ตอบกลับมานั้นหวานหยดย้อยเลยทีเดียว

 

แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนล่ะครับ

 

แอนนี่เพิ่งกลับจากงานเดินแบบการกุศลค่ะ ตอนนี้กลับถึงคอนโดแล้วค่ะ

 

ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปหานะ

 

อุ๊ย! จริงเหรอคะ เนฟอย่าหลอกให้แอนนี่ดีใจเล่นนะคะ

 

แอนนิต้าทวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่อาซาเอลโทร.หาก่อนแล้วบอกว่าจะมาหาหล่อนถึงที่พัก ก่อนหน้านั้นเธอกับเขาจะนัดเจอกันที่ผับ และมีเพียงไม่กี่ครั้งที่ทั้งสองจะมาลงเอยกันที่คอนโด

 

หลอกหรือไม่อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคุณก็จะรู้เอง แค่นี้ก่อนนะครับแอนนี่

 

คาสโนวาหนุ่มตอบเป็นนัยๆ ก่อนจะร่ำลาแล้วกดวางสายโดยไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เซ้าซี้ถามอะไรอีก

 

ร่างสูงใหญ่ขยับลงจากเตียงนอน ดวงตาคู่คมเหลือบมองไปยังผนังห้องซึ่งอีกด้านคือห้องพักของตัวการที่ทำให้เขาต้องออกไปหาทางปลดปล่อยความต้องการตามธรรมชาตินอกบ้าน เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะต้องเสียคำพูดที่ได้สัญญากับตัวเองเอาไว้ นั่นก็คือเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนหากว่าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ เรียกง่ายๆ ก็คือเขาจะไม่ใช้กำลังปลุกปล้ำ แต่วิธีการที่เขาเลือกใช้ต้อนไก่เข้าเล้านั้นอาจจะต้องใช้เล่ห์กลบ้างตามความถนัดของเขา

 

พนิตนรี อีกไม่นานหลังจากนี้เธอจะต้องเป็นผู้หญิงของฉันอย่างถาวร

 

นักธุรกิจหนุ่มบอกกับตัวเองอย่างมั่นอกมั่นใจ สิ่งไหนที่เขาอยากจะได้ เขาก็จะหาทางครอบครองโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เพราะเขาไม่ชอบคำว่า ผิดหวัง ที่สำคัญเขาสะกดมันไม่เป็น

 

 

 

ค่ำคืนแรกของการใช้ชีวิตในฮ่องกงทำให้นลินญาพะวักพะวนกับหน้าที่ของตัวเองอยู่บ้าง แต่เพราะความอ่อนเพลียที่ได้รับจากการเดินทางทำให้หล่อนเผลอหลับไปหลังจากที่นอนกระสับกระส่ายอยู่นานพอสมควร ตกใจตื่นอีกครั้งก็เมื่อมีเสียงดังเกิดขึ้นที่ประตูห้องนอน

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

ใบบัว เปิดประตูให้ฉันหน่อย เสียงทุ้มที่เริ่มจะคุ้นหูดังแว่วเข้ามาส่งผลให้ร่างบางที่กำลังนอนสะลึมสะลืออยู่บนเตียงขยับลุกนั่งด้วยท่าทางงัวเงีย

 

ใบบัว ได้ยินหรือเปล่า รีบเปิดประตูเร็วๆ เข้าสิ คนเคาะเรียกเร่งเร้า น้ำเสียงที่ดังผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาบ่งบอกถึงความร้อนใจ

 

คนกำลังนอนหลับสบายมาก่อกวนอะไรกันกลางดึกนะ

 

นลินญาบ่นงึมงำ หากแต่ก็เดินไปเปิดประตูห้องให้คนที่เคาะเรียกอยู่ด้านนอกแต่โดยดี

 

มีอะไรด่วนเหรอคะ คนถามทำหน้ามุ่ย

 

ได้เวลาทำงานแล้วนะ รีบตามฉันไปที่ห้องเร็วๆ เข้า

 

ทันทีที่คนตัวเล็กในชุดนอนลายคิตตี้สีชมพูหวานปรากฏกายอยู่ตรงหน้า ธนัทธามก็รีบบอกถึงสาเหตุของการมา พร้อมกันนั้นก็คว้าหมับที่ข้อมือของคนตัวเล็กแล้วออกแรงรั้งให้เดินตามเขาไป

 

อุ๊ย! เดี๋ยวสิพี่ธาม ทำไมใบบัวต้องตามพี่ไปที่ห้องด้วยล่ะ คนขี้สงสัยขืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามคนตัวโตไปง่ายๆ

 

หม่าม้าเดินทางมาถึงแล้วนะ ท่านกำลังจะขึ้นมาบนห้อง เพราะฉะนั้นเธอต้องไปนอนกับฉัน

 

ธนัทธามให้เหตุผล พร้อมกันนั้นก็รั้งคนตัวบางให้เดินตามเขาไปที่ห้องให้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเดินตามเขาไปง่ายๆ ทั้งยังโวยวายเสียงดัง

 

อะไรกันคะ ทำไมใบบัวต้องไปนอนกับพี่ธามด้วยล่ะ ตอนตกลงกันไม่เห็นบอกเลยนี่คะ

 

เธอมาที่นี่เพื่อเป็นเมียฉันนะ ยังจะต้องให้ฉันแจกแจงความจำเป็นอีกหรือไงฮึ

 

แต่ว่า...ใบบัวอยากนอนห้องนี้มากกว่านี่คะ คนรับจ้างเป็นภรรยากำมะลอเริ่มอิดออด

 

อย่าเรื่องมากน่า ฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องเธอถ้าไม่จำเป็น ธนัทธามสัญญาส่งๆ ไป

 

แสดงว่าถ้าจำเป็นพี่ธามก็จะทำใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นใบบัวจะคิดค่าจ้างเพิ่มนะ ลูกจ้างสาวต่อรองทันที

 

จะคิดเพิ่มยังไงเท่าไรก็แล้วแต่เธอละกัน ตอนนี้รีบทำหน้าที่ก่อนได้ไหม ฉันไม่อยากให้หม่าม้าจับได้ตั้งแต่วันแรกที่ท่านมาถึง เข้าใจหรือเปล่า

นายจ้างหนุ่มรับปากเพราะไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงเรื่องค่าตัวให้เสียเวลา

 

ถ้างั้นพี่ธามต้องเซ็นสัญญาก่อน

 

นลินญาทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาให้เขาเซ็น แต่คนว่าจ้างไม่ได้ใจเย็นถึงขนาดนั้น เขาจึงตัดสินใจทำบางอย่างทันที

 

ว้าย! พี่ธามจะบ้าหรือยังไงคะ ปล่อยใบบัวลงเดี๋ยวนี้นะ!”

 

ร่างบางโวยวายเสียงดังลั่น ทั้งยังดิ้นขลุกขลักเมื่อจู่ๆ ธนัทธามก็ตวัดร่างของหล่อนขึ้นอุ้มอย่างหน้าตาเฉย ตั้งแต่โตมาหล่อนก็เพิ่งจะเคยถูกผู้ชายอุ้มเป็นครั้งแรก ทำให้รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก

 

เงียบนะ แล้วถ้าขืนยังเสียงดังอีก ฉันจะปิดปากเธอด้วยปากของฉันธนัทธามขู่น้ำเสียงจริงจัง และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลชะงัด

 

พี่ธามไม่ทำแบบนั้นหรอกใช่ไหมคะ

 

คนกลัวถูกปิดด้วยปากเอ่ยถามน้ำเสียงแผ่วเบา จากที่เคยดิ้นเร่าๆ ก็พลันชะงักทันใด ไม่กล้าส่งเสียงโวยวายเพราะกลัวฝ่ายชายจะทำอย่างที่ว่าไว้จริงๆ

 

ถ้าอยากจะรู้ก็ลองโวยวายดูสิ

 

คนขู่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ แต่กลับท้าทายด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาคู่คมก็เฉียบขาดเสียจนคนถามเกิดความหวั่นใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ขู่ด้วยคำพูดเท่านั้น เพราะเหตุการณ์เมื่อเก้าปีก่อนยืนยันได้เป็นอย่างดี

 

เอ่อ...เรื่องสัญญาเอาไว้ทีหลังก็ได้ค่ะ ว่าแต่พี่ธามปล่อยให้ใบบัวเดินไปเองจะได้ไหมคะ ต่อรองเสียงอ่อย

 

ฉันอุ้มไปดีกว่า เดี๋ยวเธอเกิดยึกยักขึ้นมาจะทำให้เสียแผนเปล่าๆ

 

กล่าวจบคนร่างใหญ่ก็พาคนตัวเล็กเดินตรงไปที่ห้องนอนของเขาด้วยความว่องไว ฝ่ายคนถูกอุ้มไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่ทำปากขมุบขมิบนินทาเขาอยู่ในใจเท่านั้น

 

 

 

ระตูห้องของธนัทธามปิดลงไม่ถึงสิบนาที คนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ ก็ตรงรี่ไปที่ห้องนั้นเป็นอันดับแรก 

 

ไม่เอาน่าวีวี่ ป่านนี้ลูกคงหลับไปแล้วล่ะ อย่ากวนลูกเลยนะ

 

ธวัฒน์ แซ่หยาง หรือคุณใหญ่ ประมุขของตระกูลหยางพยายามห้ามปรามภรรยาคู่ชีวิต เมื่ออีกฝ่ายดึงดันที่จะไปเคาะประตูห้องนอนของลูกชายให้ได้

 

ปกติธามนอนดึกนะคะคุณใหญ่ ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเที่ยงคืนเลย วีวี่ว่าธามน่าจะยังไม่หลับค่ะ

 

วีรินทร์ แซ่หยาง หรือวีวี่ไม่ยอมฟังคำเตือนของสามี พร้อมกันนั้นก็ยกมือขึ้นเคาะประตูห้องนอนของลูกชายทันทีเช่นกัน

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

ธาม หลับหรือยังลูก เปิดประตูให้หม่าม้าหน่อยสิจ๊ะ

 

เธอนี่ดื้อรั้นตั้งแต่สาวยันแก่เลยนะวีวี่ รออีกไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่ได้ จะใจร้อนอะไรกันนักหนาฮึ ธวัฒน์ว่าพลางส่ายหน้าระอาใจ

 

แหม...คุณใหญ่ พูดเหมือนตัวเองไม่แก่อย่างนั้นแหละค่ะ วีวี่อยากเห็นหน้าลูกก่อนนอน มันผิดตรงไหนคะ ผู้เป็นภรรยามองค้อนสามีปะหลับปะเหลือก

 

ผิดเวล่ำเวลาไงล่ะจ๊ะ ไปเถอะ ไปพักผ่อนกันก่อน ไหนตอนนั่งเครื่องเธอบ่นว่าเพลียไงฝ่ายสามีพยายามหว่านล้อม หากแต่ผู้เป็นภรรยาก็หาได้ยอมทำตามไม่

 

วีวี่ขอเจอหน้าลูกก่อนค่ะ ธาม เปิดประตูให้หม่าม้าหน่อยสิลูก

 

ธวัฒน์เห็นความดื้อดึงของภรรยาก็ได้แต่โคลงศีรษะ จังหวะนั้นเองประตูห้องนอนของลูกชายก็ถูกเปิดอ้าด้วยมือเจ้าของห้อง ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีขาวสั้นเหนือเข่า ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สีหน้างัวเงียบ่งบอกให้คนเคาะเรียกรู้ว่าเขาเพิ่งลุกมาจากที่นอนจริงๆ

*******************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


แสดงความคิดเห็น

emotion