บทที่ 2-2 ข้อตกลงจอมบงการ

บทที่ 2-2 ข้อตกลงจอมบงการ

5 / 196    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

ยายเด็กหัวดื้อนั่นจะทำให้แผนพี่พังน่ะสิไม่ว่า หม่าม้าจะเชื่อเหรอว่าเขาเป็นเมียพี่ กิริยาท่าทางก็เหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง นิสัยนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้งดื้อ ทั้งรั้น สั่งสอนอะไรไม่เคยจะเชื่อฟัง เถียงคำไม่ตกฟาก แล้ว...

 

โอ๊ย! หยุดวิจารณ์ก่อนได้ไหมคะ ตอนนี้ใบบัวไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ ไม่กระโดกกระเดกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หน้าตาและนิสัยก็น่ารักขึ้นมาก หนุ่มๆ ตามจีบเป็นพรวนเลยนะจะบอกให้

คนปลายสายยืนยันคุณสมบัติของหญิงสาวที่ตนส่งมาให้พี่ชายอย่างเชื่อมั่น

 

หึๆ พี่จะพยายามเชื่อตามนั้นนะ ว่าแต่คนเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมายขนาดนั้นเชียวหรือ พี่บอกตามตรงเลยนะว่าพี่นึกภาพที่เธอบรรยายถึงเด็กคนนั้นไม่ออกเลยจริงๆ ธนัทธามวิจารณ์ตามความรู้สึกของตัวเอง

 

เชอะ! ทำเป็นพูดดีไป เห็นแล้วขี้คร้านจะตะลึง ธรรมิกาทำเสียงในลำคอ ก่อนจะถามต่อในสิ่งที่ตนอยากจะรู้

 

ตกลงใบบัวถึงที่นั่นหรือยังคะ ความจริงน่าจะถึงแล้วนะ

 

สงสัยจะมากันแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่เดินไปดูก่อนนะ ผู้เป็นพี่ชายสันนิษฐานเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึก

 

ถ้าใบบัวถึงแล้ว แธนดี้ก็หายห่วงแล้วค่ะ เอาเป็นว่าเสร็จงานเมื่อไรพี่ธามรีบส่งตัวใบบัวกลับไทยโดยด่วนด้วยนะคะ อ้อ ดูแลใบบัวให้ดีๆ ด้วยนะคะ พ่อเขายิ่งหวงๆ อยู่ด้วยสิ คนเป็นน้องสาวกำชับน้ำเสียงจริงจัง

 

แน่นอนอยู่แล้วล่ะน่า เด็กดื้อแบบนั้นพี่ไม่...

 

ธนัทธามยืนยันเสียงหนักแน่นในตอนต้น แต่ตอนท้ายประโยคคำพูดที่ตั้งใจจะเอ่ยกลับขาดหาย เมื่อเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วพบกับใครบางคนที่รู้สึกเหมือนจะคุ้นตากำลังก้าวลงมาจากรถยุโรปคันหรูของเขา

 

ไม่ใช่เพียงธนัทธามเท่านั้นที่ชะงักเมื่อพบกับแขกที่มาใหม่ หยางหย่งฉีที่เดินตามพี่ชายมาติดๆ ก็ถึงกับมองตาค้าง สาวขี้เหร่ที่ได้จินตนาการตอนฟังคำวิจารณ์ของพี่ชายที่เอ่ยถึงภรรยากำมะลอก่อนหน้านั้นอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

 

ฮัลโหล...พี่ธาม ทำไมเสียงขาดหายไปล่ะคะปลายสายโวยวายเมื่อจู่ๆ เสียงพูดของพี่ชายก็ขาดหายไปเสียอย่างนั้น

 

เอ่อ...สงสัยคลื่นไม่ค่อยดีน่ะแธนดี้ เอาไว้พี่จะโทร.ไปหาใหม่นะ แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ

 

ธนัทธามเฉไฉแล้วรีบกดวางสายทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่แขกสาวร่างบางในชุดเดินทางทะมัดทะแมงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

สวัสดีค่ะพี่ธาม จำใบบัวได้ไหมคะ?”

 

นลินญาทักทายพร้อมประนมมือไหว้ชายหนุ่มที่หล่อนจำได้อย่างขึ้นใจตามมารยาทที่ดี ธนัทธามในวันนี้ดูแตกต่างจากเมื่อเก้าปีก่อนมาก เมื่อก่อนเขาดูหล่อเหลาเหมือนวัยรุ่น หากแต่ตอนนี้กลับหล่อแบบสุขุมนุ่มลึกและดูเป็นผู้ใหญ่ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่หล่อนยังรู้สึกว่าเขายังคงอนุรักษ์เอาไว้ นั่นก็คือสีหน้าและท่าทางขี้เก๊กที่หล่อนไม่ชอบใจ

 

จำได้สิ โตขึ้นมากเลยนี่เรา

 

ผู้ว่าจ้างหนุ่มตอบกลับไปเหมือนผู้ใหญ่กำลังพูดคุยอยู่กับเด็กวัยสิบขวบต้นๆ ซึ่งมันทำให้คนฟังรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียมากๆ หากไม่เอาคืนบ้าง หล่อนคงกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวันเลยทีเดียว

 

ขอบคุณค่ะ พี่ธามก็แก่ขึ้นเยอะเลยนะคะ

 

คำพูดตรงไปตรงมาของนลินญาทำให้เจ้าของชื่อถึงกับสะอึก ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลามีสีเข้มขึ้นมาถนัดตา ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างสุดฤทธิ์ แต่กระนั้นก็ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาจนได้

 

มีอะไรให้น่าขำฮึ คุณชายหยางหันไปมองญาติผู้น้องตาขุ่นขวาง

 

เปล่าครับ ว่าแต่เฮียธามจะไม่แนะนำว่าที่พี่สะใภ้กำมะลอให้ผมรู้จักหน่อยเหรอครับหย่งฉีรีบเฉไฉก่อนที่จะถูกพี่ชายตำหนิด้วยสายตา

 

นายก็แนะนำตัวเองสิ ถนัดนักไม่ใช่หรือไง คนเป็นพี่ชายประชดประชันอย่างนึกหมั่นไส้

 

ผมแนะนำตัวเองก็ได้ครับ ผมชื่อหยางหย่งฉี เรียกหย่งฉีก็ได้ ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของเฮียธามครับ เมื่อพี่ชายเปิดโอกาสให้ หย่งฉีก็จัดการแนะนำตัวเองทันที

 

นลินญาค่ะ เรียกใบบัวจะง่ายกว่า ยินดีที่ได้รู้จักพี่หย่งฉีนะคะ

 

นลินญาแนะนำตัวเองพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ชายหนุ่มที่แม้จะหล่อน้อยกว่าพี่ชายนิดหน่อย แต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายก็ดูมีเสน่ห์น่าคบหามากกว่าคนเป็นพี่ชายเสียอีก

 

ยินดีเช่นกันครับ ถ้าใบบัวมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะครับ หรือถ้าอยากจะไปเที่ยวที่ไหน พี่ยินดีรับใช้ตลอดเวลาครับ

 

หย่งฉีเริ่มตีสนิทกับนลินญาเพราะเขารู้สึกถูกชะตากับหล่อนยิ่งนัก หล่อนสวยและน่ารักกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยพบพาน ที่สำคัญดูเหมือนหล่อนจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมาก

 

ขอบคุณมากค่ะพี่หย่งฉี ใบบัวจะขอคำปรึกษาทันทีที่มีปัญหาค่ะ

 

ทักทายกันพอแล้วมั้ง นายมีงานต้องทำไม่ใช่หรือหย่งฉี รีบไปจัดการเสียสิ มัวโอ้เอ้อยู่ทำไมฮึ

 

คนที่ถูกเพิกเฉยเอ่ยขัดจังหวะ เขารู้สึกขัดหูขัดตากับท่าทางที่ดูสนิทกันอย่างรวดเร็วของคนทั้งสองจนต้องออกปากไล่ใครคนใดคนหนึ่งทางอ้อม

 

ครับเฮียธาม ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละครับ พี่ไปทำธุระก่อนนะครับใบบัว ว่างๆ พี่จะมาคุยด้วยใหม่นะครับ

 

น้ำเสียงที่ส่อไปทางหมั่นไส้ของพี่ชายทำให้หย่งฉีรับคำและยอมร่ำลาแต่โดยดี

 

ค่ะ สาวไทยรับคำด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ หล่อนมองตามหลังหยางหย่งฉีไปด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตร หากแต่ใครอีกคนที่ยืนหัวโด่อยู่กลับไม่คิดแบบนั้น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหลังจากนั้นจึงค่อนข้างที่จะห้วนชอบกล

 

มองพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็ตามฉันไปที่ห้องทำงาน เรามีข้อตกลงหลายอย่างที่จะต้องคุยกัน กล่าวจบคุณชายหยางก็เดินตัวตรงเข้าไปในบ้าน

 

ขี้เก๊กคงเส้นคงวา แถมยังขี้บ่นเหมือนคนวัยทองอีกต่างหาก

 

นลินญาบ่นอุบอิบและแกล้งล้อเลียนท่าเดินของคนที่เดินนำหน้า หล่อนมัวแต่ใส่ใจกับการกระทำนั้นจึงไม่ทันระวัง เมื่อคนนำหน้าหยุดเดินกะทันหัน ร่างบางจึงชนแผ่นหลังของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง 

 

อุ๊ย! จะหยุดทำไมไม่บอกกันบ้างคะหล่อนต่อว่าทั้งที่ตัวเองนั้นผิดเต็มประตู

 

ฉันทิ้งระยะห่างตั้งมากมาย ว่าแต่เธอมัวทำอะไรถึงได้ไม่มอง ธนัทธามถามเสียงขรึม

 

เปล่าทำ ก็เดินตามพี่ธามมาดีๆ นี่แหละค่ะ นลินญาปดคำโต

 

แล้วเมื่อกี้เธอว่าอะไร ฉันได้ยินนะจะบอกให้ เจ้าของบ้านตีสีหน้าดุใส่

 

ใครจะกล้าว่าพี่ธามล่ะคะ ใบบัวชมว่าบ้านนี้ใหญ่โตโอ่อ่าและสวยงามทุกห้องต่างหากล่ะ ไม่ได้ว่าอะไรพี่ธามสักหน่อย สาวหน้าใสทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

อย่าให้รู้ว่านินทาพี่นะธนัทธามทำหน้าจริงจัง

 

ถ้ารู้แล้วพี่ธามจะทำอะไรใบบัวล่ะ หล่อนถาม คิ้วงามเลิกสูงขณะแหงนหน้ามองอีกฝ่ายตาใสซื่อ

 

เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เธอมาฟังสิ่งที่ต้องทำระหว่างอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่า ตามฉันมาเร็วๆ เข้า ชักช้าเสียเวลาเปล่าๆขาดคำร่างสูงใหญ่ก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของตน

 

คนตัวเล็กทำปากขมุบขมิบขณะเดินตามหลังเขาไปที่ห้อง หล่อนต้องเก็บอาการหมั่นไส้ที่มีอยู่มากล้นนั้นเอาไว้ภายใน ยังไม่กล้าแสดงความรู้สึกนั้นออกไปอย่างโจ่งแจ้งนัก

 

 

ายในห้องรับแขกหรูหราเข้ากับนวัตกรรมการออกแบบของห้องรับแขกที่รายล้อมด้วยกระจกทรงสูง เปิดรับทัศนียภาพสวนสวยในมุมกว้างรอบด้านของคฤหาสน์หรูซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างใหญ่ย่านชานเมืองของกรุงเทพฯ เกิดความวุ่นวายขึ้นมาทันทีที่ตัวประกันสาวอย่างพนิตนรีดึงดันที่จะกลับบ้านของตน คนรับใช้ซึ่งได้รับมอบหมายให้คอยดูแลพยายามช่วยกันเหนี่ยวรั้งอย่างสุดฤทธิ์ แต่ดูเหมือนพนิตนรีจะไม่ยอมรับฟัง

 

คุณคะ อย่าไปเลยนะคะ รอเจ้านายกลับมาก่อนนะคะ สาวใช้สามคนวิ่งตามมาล้อมหน้าล้อมหลังนางแบบสาวที่มุ่งหน้าไปยังประตูบ้าน

 

อย่ามายุ่งกับฉันนะ

 

คนถูกกักขังยังยืนยันที่จะไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้ เดือดร้อนไปถึงบอดีการ์ดซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านสุดท้ายต้องยืนเรียงแถวหน้ากระดานคอยกันเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

หลีกไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะกลับบ้าน

พนิตนรีตวาดเสียงดังลั่นอย่างสุดจะทน ดวงตาคู่งามแทบจะถลนออกมาจากเบ้ายามกราดมองเหล่าบอดีการ์ดร่างใหญ่ที่ยืนขวางทางหล่อนเอาไว้

 

ถ้าเจ้านายไม่อนุญาต คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับคุณพนิตนรี

 

เควินซึ่งยืนมองสถานการณ์อยู่ไม่ห่างบอกตามที่นายหนุ่มของเขาได้กำชับเอาไว้ก่อนออกไปทำธุระนอกบ้าน

 

เจ้านายของพวกคุณเชื่อถือไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่มีสิทธิ์กักตัวฉันไว้แบบนี้ด้วย

 

คนถูกจำกัดอิสรภาพกล่าวหาอาซาเอลอย่างไม่ไว้หน้า หล่อนตามเขามาที่นี่หวังที่จะได้พบกับพี่ชายหรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ทราบความเป็นไปของเขาบ้าง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอไม่เพียงไม่ทราบข่าวของพัสกรตามที่คาดหวัง แต่ยังถูกกักตัวไว้ในบ้านหลังใหญ่โดยมีคนรับใช้คอยตามติดทุกฝีก้าวราวกับนักโทษก็ไม่ปาน

 

มีหรือไม่ เจ้านายของพวกผมจะเป็นคนตัดสินเองครับ พวกผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น

เควินแจกแจงด้วยสีหน้าเรียบสนิท ไม่คิดที่จะต่อปากต่อคำกับสาวสวยคนนี้อีก

 

ถ้างั้นก็ไปตามเจ้านายของพวกคุณมาสิ ฉันต้องการคุยกับเขาให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว

 

คนต้องการอิสรภาพยกเอาเรื่องของกฎหมายขึ้นมาอ้าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้หวังว่าคนพวกนี้จะเกรงกลัวมันสักเท่าไร แต่ถ้าเธอไม่พูดอะไรเลยก็เหมือนกับเธอยอมจำนน

 

เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน

 

เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับทุกคนในบ้านดังแทรกเข้ามา ส่งผลให้เหล่าบริวารที่ช่วยกันขวางกั้นตัวประกันสาวรีบขยับกายเปิดทางให้เจ้าของเสียงอย่างนอบน้อม

 

เอ่อ...คุณพนิตนรีเธอจะออกไปจากที่นี่ครับเจ้านาย เควินรายงานตามความเป็นจริง

 

แค่ผู้หญิงคนเดียวพวกนายยังเอาไม่อยู่ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น

 

อาซาเอลตำหนิลูกน้องขณะไล่สายตามองเป็นรายบุคคล ก่อนจะหยุดนิ่งที่ต้นเหตุซึ่งยืนหน้าบึ้งอยู่ไม่ไกล

 

ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้หมด ยกเว้นเธอ

 

สิ้นเสียงสั่งที่แฝงไว้ด้วยอำนาจ เหล่าบริวารต่างก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งของนายหนุ่มทันที ไม่ถึงนาทีต่อจากนั้นทั่วทั้งห้องก็เหลือแค่เจ้าของบ้านกับตัวประกันสาว

 

ฉันสั่งให้รอก่อน ทำไมถึงใจร้อนจะไปให้ได้

 

อาซาเอลถามเสียงเข้ม แววตาคู่คมที่จับจ้องใบหน้างามเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง

 

ก็แล้วทำไมฉันจะต้องฟังคำสั่งของคุณด้วยล่ะ คุณโกหกฉันเรื่องพี่พัส แถมยังคิดจะกักตัวฉันไว้อีก พนิตนรียอกย้อนกลับไปอย่างไม่ลดละ แค่เสียรู้ตามเขามาที่นี่ เธอก็คิดผิดมหันต์ แล้วเหตุใดเธอจะต้องทำตามคำสั่งของเขาด้วยล่ะ

 

เรื่องนายพัสกร ฉันไปโกหกเธอตอนไหนไม่ทราบ ชายหนุ่มย้อนถามเสียงเย็น

 

คุณบอกว่าถ้าฉันอยากรู้เรื่องของพี่พัสให้ตามคุณมาที่นี่ แล้วไหนล่ะ พี่ชายของฉันอยู่ไหน พนิตนรีเริ่มเสียงดัง

 

ใช่ ฉันบอกเธอแบบนั้น แต่ฉันได้บอกเธอสักคำไหมว่าไอ้หมอนั่นมันอยู่ที่นี่ หูของเธอยังใช้การได้ดีอยู่หรือเปล่าฮึ อาซาเอลยืนยันก่อนจะย้อนถามกลับไปอย่างล้อเลียน

 

หมายความว่าฉันเข้าใจผิดไปเองอย่างนั้นใช่ไหม

 

อาซาเอลยักไหล่แทนคำตอบซึ่งท่าทางแบบนั้นทำให้คนถามรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก หากแต่หล่อนก็ทำอะไรเขาไม่ได้

 

ถ้าอย่างนั้นฉันก็คิดถูกแล้วที่จะออกไปจากที่นี่

 

นางแบบสาวกล่าวย้ำในสิ่งที่ตนเองตั้งใจ ก่อนจะขยับกายหมายจะเดินออกไปจากห้องนั้น

 

มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกพนิตนรี พี่ชายของเธอเป็นหนี้ฉัน เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอยู่กับฉัน อยู่เป็นตัวประกันจนกว่าพี่ชายของเธอจะกลับมารับโทษ หรือไม่ก็เอาเงินที่ยักยอกไปมาคืนให้ฉันจนครบทุกบาททุกสตางค์

 

เสียงทุ้มบอกความจำเป็นที่นางแบบสาวจะต้องอยู่ภายใต้การปกครองของเขาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

 

คนที่จู่ๆ ก็ตกเป็นตัวประกันมองคนร่างใหญ่ตาค้าง ริมฝีปากบางเผยอออกจากกันอย่างลืมตัว หล่อนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่คิดสักนิดเลยว่าพัสกรจะก่อเรื่องเอาไว้

 

พี่พัสยักยอกเงินของคุณไปเท่าไรคะ หล่อนกลั้นใจถามถึงยอดเงินทั้งหมดที่พี่ชายของเธอเอาของเขาไป

 

สองล้านห้า คนถูกยักยอกบอกยอดเงินด้วยใบหน้านิ่งสนิท แต่คนฟังนี่สิที่ทำตาโตเท่าไข่ห่าน ความตกใจที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว

 

สะ...สองล้านห้า

 

ใช่ ความจริงเงินจำนวนนั้นมันก็ไม่ได้มากมายอะไร เธอมีคืนให้ฉันหรือเปล่าล่ะ ถ้ามีก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ในฐานะตัวประกัน แต่ถ้าไม่มีก็ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี อย่าทำตัวมากเรื่องและมีปัญหากับฉันอีก

 

อาซาเอลเอ่ยท้า เพราะเขาให้ลูกน้องไปสืบประวัติของพนิตนรีกับพี่ชายมาอย่างละเอียดแล้ว จึงรู้ดีว่า นางแบบสาวสวยคนนี้ไม่มีเงินมากพอที่จะชดใช้คืนให้เขาอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็เข้าล็อกตามแผนการที่เขาคิดเอาไว้นับตั้งแต่ได้เห็นภาพถ่ายของหล่อนพอดี ณ ตอนนี้เงินก้อนนั้นดูเหมือนจะไม่มีความหมายใดๆ กับเขาอีก เพราะสิ่งที่เขาอยากจะได้เพื่อทดแทนความเสียหายทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็คือตัวประกันสาวสวยคนนี้ ซึ่งถ้าลองเปรียบเทียบกับเงินสองล้านห้าอาจจะดูแพงไป แต่ถ้าหล่อนสามารถทำให้เขาพึงพอใจได้ เรื่องหยุมหยิมแบบนั้นเขาไม่ใส่ใจอยู่แล้ว

**********************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


แสดงความคิดเห็น

emotion