บทนำ

บทนำ

4 / 229    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

บทนำ

(เนื้อหาบทนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทส่งท้ายเรื่อง เพลิงรักพยัคฆ์ทมิฬ เป็นการพบกันครั้งแรกของธนัทธามและใบบัว เป็นช่วงเวลาที่ธนัทธามซึ่งอาศัยและทำธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกงและมาเก๊าเดินทางมาเยี่ยมหลานที่เมืองไทย)

 

สียงร้องไห้จ้าของหนูน้อยวัยสี่เดือนทำให้พี่เลี้ยงอาสาซึ่งกำลังทำธุระของตัวเองอยู่คนละมุมบ้านต่างมุ่งหน้าตรงไปยังต้นเสียงนั้นอย่างทันทีทันใด

ใต้หล้าน้องพี่เป็นอะไรจ๊ะ ใบบัวถามขึ้นก่อนที่จะถึงตัวเด็กน้อยที่นอนร้องไห้อยู่ในเปล

หลานลุงร้องไห้ทำไมครับจังหวะนั้นธนัทธามซึ่งเดินทางมาเยี่ยมน้องสาวฝาแฝดและหลานชายก็วิ่งพรวดพราดมาจากทิศทางหนึ่ง

เอ๊ะ! หลบไปสิพี่ธาม ใบบัวจะดูน้อง ใบบัวโวยวายใส่แขกหนุ่มขี้เก๊กที่เข้ามาเบียดร่างของตนเองจนทำให้ดูน้องชายตัวน้อยไม่ถนัด

ฉันก็จะดูหลานชายเหมือนกัน ธนัทธามตอบกลับไปเสียงเข้มจัด พลางตวัดตามองคนตัวเล็กอย่างไม่พอใจ

ขณะที่พี่สาวกับคุณลุงรูปหล่อกำลังเถียงกันโดยไม่มีใครยอมใครอยู่นั้น หนูน้อยใต้หล้าก็แผดเสียงร้องไห้จ้าเหมือนจะเตือนทั้งสองว่าอย่าทะเลาะกัน

โอ๋ๆ อย่าร้องน้า...ไหนดูสิ ฉี่หรือว่าอึเอ่ยใบบัวเลิกสนใจคนข้างๆ และหันมาสนใจร่างเล็กที่ทั้งถีบทั้งยัน ปากก็แผดเสียงร้องไห้ไม่หยุดนั้นแทน

อุ้มใต้หล้าออกมานอนบนเบาะสิ จะได้ดูถนัดหน่อย

ธนัทธามแนะนำเด็กสาวเสียงขรึม ใบบัวไม่ต่อคำ แต่ก็ทำตามที่เขาแนะนำแต่โดยดี เพราะมันเป็นวิธีที่จะทำให้เธอเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องชายได้ง่ายขึ้น

ว้ายๆ ใต้หล้าจะทำเหมืองทองแข่งกับพ่อโตใช่ไหม ดูสิ เหลืองอ๋อยเชียว ใบบัวแกล้งหยอกเย้าน้องชายตัวน้อย เมื่อเห็นรอยคราบสีเหลืองติดตรงบั้นท้ายของใต้หล้า

เดี๋ยวพี่จะทำความสะอาดให้นะจ๊ะ รำคาญแย่แล้วใช่ไหมล่ะ

คนมีศักดิ์เป็นพี่สาวคุยกับน้องชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าและแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเอ็นดู ก่อนจะเริ่มจัดการกับคราบสีเหลืองที่เป็นสาเหตุให้หนูน้อยร้องไห้นั้นทันที

มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าเห็นคนตัวเล็กง่วนกับการทำความสะอาดคราบอุจจาระของหลานชาย คนมีศักดิ์เป็นลุงก็อยากจะมีส่วนช่วยเหลือบ้าง

ช่วยหยิบตะกร้าแป้งกับผ้าอ้อมให้หน่อยก็แล้วกันค่ะ เด็กสาวตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนถามเพราะกำลังให้ความสนใจกับน้องชายตัวน้อยอยู่

แขกหนุ่มจากฮ่องกงเดินไปหยิบตะกร้าที่ใบบัวต้องการแล้วนำมาวางไว้ข้างๆ หล่อน ก่อนจะนั่งมองอีกฝ่ายจัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หลานชายด้วยแววตาชื่นชม

เธอเคยเลี้ยงเด็กมาก่อนหรือเปล่าใบบัว ธนัทธามอดที่จะถามไม่ได้

ไม่เคยค่ะ เพิ่งจะฝึกตอนใต้หล้าคลอดใหม่ๆ ทำทุกวันมันก็คล่องเองแหละค่ะ ตอบคนตัวโตเสร็จ ใบบัวก็โน้มใบหน้าลงไปหยอกเย้ากับน้องชายตัวน้อยที่นอนยิ้มตาหยี ทั้งถีบทั้งยันพี่สาวราวกับอยากจะเล่นด้วย

ยิ้มได้แล้วเห็นไหม สบายตัวแล้วใช่ไหมครับคนเก่ง

ยิ้มสวยเหมือนแม่เลยหลานลุง เห็นรอยยิ้มสดใสน่ารักของหลานชายแล้ว ธนัทธามก็อดที่จะนึกเปรียบเทียบกับน้องสาวฝาแฝดของตัวเองไม่ได้

นัยน์ตาสีเทาเหมือนพ่อโตเลยน้องพี่ น่ารักที่สุด

ใบบัวพอจะรู้ว่าชายหนุ่มรูปหล่อและขี้เก๊กคนนี้ไม่ชอบหน้าพ่อโตของเธอสักเท่าไร สาเหตุก็เพราะเรื่องที่น้องสาวฝาแฝดของเขาถูกบิดาบุญธรรมของเธอเอาตัวมากักขังไว้ก่อนหน้า ดังนั้นไม่ว่าเขาจะวิจารณ์อะไรเกี่ยวกับใต้หล้า เธอก็จะหาเรื่องขัดเขาตลอด

รูปหน้าเหมือนแม่แธนดี้เลยนะครับใต้หล้าธนัทธามวิจารณ์โครงหน้าของหลานชายตามที่สังเกตได้ ทำเป็นไม่ใส่ใจคนข้างๆ ที่ชอบหาอะไรมาหักล้างเขาอยู่เสมอ

จมูกโด่งเป็นสันเหมือนพ่อ โตขึ้นจะต้องหล่อเหมือนพ่อโตแน่ๆ

ใบบัวว่าพลางใช้นิ้วชี้เขี่ยที่ปลายจมูกน้อยๆ นั้นอย่างรักใคร่เอ็นดูนักหนา ใต้หล้าหัวเราะคิกคักเหมือนจะชอบใจ หนูน้อยยิ้มไม่ยอมหุบเลยทีเดียว

เมื่อคนข้างๆ เงียบเสียงไป ไม่ยอมวิจารณ์ต่อ ใบบัวก็เลยแอบเหล่ตามองเขา จึงพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

มองอะไร ใบบัวถามอย่างไม่ไว้วางใจ

กำลังมองหาไฝที่ปากของเธอน่ะสิ พูดเก่งแบบนี้น่าจะมีติดอยู่สักเม็ดสองเม็ดนะ

ธนัทธามตอบด้วยสีหน้าเรียบสนิท แต่คนถามนี่สิ หน้าตึงขึ้นมาอย่างทันทีทันใด เพราะความหมายของคำพูดเหล่านั้นมันไม่ใช่คำชมเลยสักนิด ใบบัวได้แต่ทำปากขมุบขมิบ ไม่กล้าต่อว่าเพราะเขาอายุมากกว่าเธอหลายปี

ลุงขออุ้มหน่อยนะครับใต้หล้าธนัทธามหันไปให้ความสนใจกับหลานชายต่อ

ไม่ให้อุ้ม ใบบัวคร่อมร่างหนูน้อยเอาไว้ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายอุ้ม เพราะกำลังเคืองที่เขาหลอกด่าก่อนหน้านี้

ใต้หล้าเป็นหลานของฉันนะ ชายหนุ่มประกาศเสียงเข้ม

เขาก็เป็นน้องของใบบัวเหมือนกัน คนตัวเล็กก็ยอกย้อนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

 

 

สียงง้องแง้งที่ดังอยู่บนบ้านทำให้สองสามีภรรยาที่เพิ่งกลับมาจากไปทำธุระในเมืองหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เธอรู้ไหมแธนดี้ ถ้าพี่ชายเธออยู่ต่ออีกสักอาทิตย์นะ ฉันจะส่งใบบัวกลับบ้านใหญ่เดี๋ยวนี้เลยล่ะ ไม่รู้อะไรกันนักกันหนาสองคนนี้ โตมรว่าพลางส่ายหน้าอย่างระอาใจ

ใจเย็นๆ นะคะ บ่ายนี้พี่ธามก็จะเดินทางกลับฮ่องกงแล้วล่ะค่ะ รับรองว่าจะไม่มีการยืดระยะเวลาอย่างแน่นอนค่ะ ธรรมิกายืนยันกับสามีด้วยสีหน้าขำๆ

ถ้านายธามอยู่ต่อนะ ฉันจะหอบลูกหอบเมียหนีไปนอนกระท่อมกลางป่า สองคนนั่นจะได้ไม่แย่งชิงใต้หล้ากันเหมือนทุกวันนี้โตมรบอกสีหน้าจริงจัง

ก็ลูกเราออกจะน่ารักน่าชังซะขนาดนั้น พี่ธามก็ต้องอยากอุ้ม อยากเล่นด้วยเป็นธรรมดา แต่ใบบัวสิคะ หวงน้องชาย ไม่ยอมให้ใครอุ้มเลย

กับคนอื่นใบบัวก็ไม่หวงนะ แต่กับนายธามนี่สงสัยจะไม่ค่อยกินเส้นกันสักเท่าไร เธอว่าไหมแธนดี้ คนเป็นสามีตั้งข้อสงสัย

ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะคนเป็นภรรยาไม่ได้เจาะจงลงไปว่าใช่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่จริง

สงสัยพี่ชายเธอจะขี้เก๊กมากไป ใบบัวถึงได้หมั่นไส้เอา เขาเหมือนคุณชายเลยนะ เธอว่าไหม

พี่ธามเป็นคนเจ้าระเบียบต่างหากล่ะคะ เขาจะเหมือนปาป๊าของแธนดี้ค่ะธรรมิกาแก้ต่างแทนพี่ชายสุดหล่อของตัวเอง

อ้อ เพราะแบบนี้นี่เอง สองคนนั้นถึงได้ไม่ลงรอยกัน พี่ชายเธอระเบียบจัด แต่ใบบัวหาความเป็นกุลสตรีไม่ได้ นายเหมืองหนุ่มสรุปให้ภรรยาสาวฟัง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ฉันว่าเรารีบขึ้นไปแยกใต้หล้าออกมาจากสองคนนั้นก่อนดีกว่า เดี๋ยวโดนลูกหลงขึ้นมาแล้วจะยุ่งเอา

แหม...คุณก็ พี่ธามเขาไม่รังแกใบบัวหรอกค่ะ ธรรมิการีบแย้งความคิดติดตลกของสามี

ใบบัวยั่วโมโหเก่งจะตาย พี่ชายเธอจะทนได้สักกี่น้ำกัน ฉันไปอุ้มลูกออกมาก่อนดีกว่า เดี๋ยวผลผลิตชิ้นโบแดงของเราจะกลายเป็นเป้านิ่ง จบคำนั้นโตมรก็คว้ามือภรรยาสาวตรงเข้าไปในบ้านทันที

ธรรมิกาเดินตามสามีไปด้วยสีหน้าขบขันมากกว่าจะตื่นตกใจ หล่อนรู้นิสัยของพี่ชายฝาแฝดดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน และต่อให้ใบบัวกวนโมโหธนัทธามมากเพียงไหน เขาก็ไม่มีทางใช้กำลังห้ำหั่นกับเด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างใบบัวแน่ แต่จะลงโทษด้วยวิธีใดนั้น เธอเองก็สุดที่จะหยั่งรู้ได้

 

 

ร่างสูงใหญ่ที่นอนบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะม่วงด้วยท่าทางอารมณ์ดีนั้น ทำให้ร่างเล็กที่เพิ่งเดินออกมาจากตัวบ้านหยุดมองด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการสั่งสอนและสั่งลาคนหล่อขี้เก๊กที่ทำให้คนตัวเล็กหมั่นไส้มาตลอดสองอาทิตย์ที่เขาพักพิงอยู่ที่นี่

โอ๊ย!” ธนัทธามอุทานออกมาด้วยเจ็บปวดบวกกับความตกใจ เมื่อจู่ๆ มะม่วงลูกใหญ่ก็หล่นลงมาใส่ศีรษะของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

หล่นลงมาได้ยังไง

ชายหนุ่มพึมพำพลางแหงนมองต้นมะม่วงอย่างสงสัย ฉับพลันนั้นเขาก็เห็นเงาร่างวูบไหวทางหางตา ด้วยสัญชาตญาณของคนไหวพริบดี เขาจึงสันนิษฐานว่า มะม่วงลูกนั้นจะต้องไม่ได้หล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่มีใครบางคนตั้งใจทำให้มันหล่นลงมาใส่เขาอย่างแน่นอน

ยายเด็กบ้า ฉันอุตส่าห์ไม่ทำอะไรยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีกแน่ะ สงสัยต้องสั่งสอนก่อนกลับแล้วล่ะมั้ง

ธนัทธามคาดโทษคนลอบทำร้ายเอาไว้ในใจ ก่อนจะเอนกายนอนท่าเดิม แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ หากแต่หางตายังคอยมองไปที่ต้นไม้อีกต้นหนึ่งซึ่งมีเงาของใครบางคนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตรงนั้น

คนอยากแกล้งดูเหมือนจะได้ใจเพราะหล่อนขยับกายออกมาจากที่ซ่อน ก่อนจะเล็งมะม่วงลูกใหม่แต่พลาด เปิดโอกาสให้คนที่นอนไม่รู้ไม่ชี้ขยับกายอย่างฉับไว แล้วตามไปคิดบัญชีกับคนนิสัยไม่ดีอย่างทันทีทันใด

จะไปไหน ธนัทธามซึ่งช่วงขายาวกว่าวิ่งตามไปคว้าคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งหนีเอาไว้ได้ทัน

อ๊าย! ปล่อยนะ ไอ้พี่ธามบ้า!” ใบบัวโวยวายเสียงดังพลางดิ้นเร่าๆ หวังที่จะให้เขาปล่อย

ไม่ปล่อย ทำผิดแล้วคิดจะหนีหรือไงฮึ เสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหูเล็กของเด็กสาว ก่อนจะดันร่างของหล่อนไปพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่ ใช้แขนสองข้างกันร่างเล็กเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

ใบบัวไม่ได้ทำอะไรนะ มะม่วงมันหล่นลงมาเองต่างหากล่ะ พี่ธามมาโทษใบบัวทำไม เด็กสาวเถียงคนตัวโตคอเป็นเอ็น หารู้ไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นมันส่อพิรุธอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

มะม่วงมันหล่นลงมาเองใช่ไหม

ธนัทธามเค้นเสียงว่าพลางใช้มือข้างหนึ่งอ้อมไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของคนปากแข็งแล้วคว้าอะไรบางอย่างออกมาโชว์ต่อหน้าหล่อน ก่อนจะถามเสียงขรึม ดวงตาคู่คมจ้องใบหน้าสวยใสอย่างคาดคั้น

แล้วไอ้นี่คืออะไร

ก็หนังสติ๊กไง เอาของใบบัวคืนมาเดี๋ยวนี้นะ หล่อนตอบเสียงห้วน มองคนรู้ทันตาขวาง พร้อมกันนั้นก็เขย่งปลายเท้าขึ้นหมายจะแย่งอาวุธที่อีกฝ่ายแกล้งชูขึ้นสูงกลับคืนมา

ไม่ให้ ธนัทธามชูอาวุธแปลกตานั้นสูงขึ้นไปอีก

ถ้าไม่คืนให้ ใบบัวจะไปฟ้องพ่อโต คนตัวเล็กขู่ฟ่อ

ไม่เห็นจะกลัว คนตัวโตตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบสนิท ไม่ได้กลัวคำขู่นั้นแม้แต่นิดเดียว

บอกให้เอาคืนมาไง คนนิสัยไม่ดีเมื่อคำขู่ไม่ได้ผล คนตัวเล็กก็ชักจะเดือดปุดๆ

คนนิสัยไม่ดีคือเธอต่างหากล่ะยายเด็กดื้อ แล้วถ้าอยากได้ของคืนก็ต้องขอโทษฉันก่อน คนรักษาระเบียบวินัยยื่นคำขาด

ใบบัวไม่ผิดนี่ ทำไมต้องขอโทษพี่ธามด้วยล่ะ คนกลัวเสียฟอร์มไม่ยอมทำตามโดยง่าย

ปากแข็งนักใช่ไหม ถ้างั้นฉันไม่คืนให้เด็ดขาดชายหนุ่มประกาศกร้าว

พี่ธามอยู่ไหนคะ รถพร้อมออกเดินทางไปสนามบินแล้วนะคะ

เสียงธรรมิกาดังแว่วมาจากทางหน้าบ้าน ธนัทธามไม่ได้ขานรับน้องสาว แต่กลับโน้มใบหน้าลงไปถามเด็กสาวใกล้ๆ

ว่าไงล่ะ จะขอโทษฉันหรือเปล่าฮึ

ใบบัวไม่ตอบคำถามแต่กลับเม้มปากแน่น ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมกล่าวคำนั้นเป็นอันขาด ธนัทธามขยับยิ้มมุมปาก นึกอยากแกล้งคนปากแข็งขึ้นมาตงิดๆ ก่อนตัดสินใจจุมพิตที่แก้มเนียนของเด็กสาวโดยไม่ยอมให้เจ้าหล่อนได้ตั้งตัว

อยากได้ก็ตามไปเอาที่ฮ่องกงนะยายเด็กดื้อ

จบคำนั้นธนัทธามก็เดินจากไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ ปล่อยให้คนที่ถูกขโมยหอมแก้มยืนจังงังอยู่ครู่ใหญ่ พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็รีบตะโกนด่าตามหลังคนตัวโตไปอย่างหัวเสีย

ไอ้พี่ธามบ้า! คอยดูนะ ใบบัวจะเอาคืนเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว!”

เสียงของใบบัวทำให้ใครหลายคนที่ยืนส่งธนัทธามขึ้นรถหันมามองอย่างสงสัยใคร่รู้ หากแต่เจ้าของชื่อที่ถูกเด็กสาวคาดโทษนั้นกลับหันมายิ้มใส่ตาหล่อนอย่างยั่วเย้า ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันใหญ่ที่เจ้าของบ้านเตรียมไว้ให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นแหละ

ใบบัวเห็นท่าทางแบบนั้นของแขกหนุ่มก็ถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หล่อนมองตามรถที่เขานั่งไปด้วยสายตามาดหมาย สัญญากับตัวเองไว้เลยว่า อนาคตข้างหน้าจะต้องเอาคืนเขาให้ได้ แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น หล่อนก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

***********************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


แสดงความคิดเห็น

emotion