ตอนที่ 4 เกินเลย

ตอนที่ 4 เกินเลย

3 / 359    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

ตอนที่ 4 เกินเลย

                กลายเป็นการหาเรื่องให้ตัวเองต้องมารับภาระดูแลคนหมดสติไปซะได้เมื่อคนข้างกายเกิดหมดสติขึ้นมาเพราะความหวาดกลัว ใบหน้าตอนที่หลับสนิทสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอมแต่นิสัยเผ็ดร้อนยิ่งกว่าอะไร เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วเขาก็อดสงสารเธอขึ้นมาไม่ได้ ใบหน้าซีดเผือดแสดงว่าคงกลัวมากจริงๆ เขาแค่อยากจะเอาคืนที่เธอแกล้งเรื่องชุดแต่งงานแต่คงจะแกล้งแรงไปหน่อยคนที่หมดสติไปถึงสิบนาทีก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้น

แอชตันเริ่มเป็นกังวลเมื่อคนตัวเล็กยังคงเงียบสนิท ยี่สิบนาทีเข้าไปแล้วร่างเล็กก็ยังไม่ฟื้นทั้งที่ใบหน้าสวยหวานก็ซับสีเลือดขึ้นมามากแล้ว กลายเป็นเขาที่เริ่มกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูกกลัวว่าเธอจะมีโรคประจำตัวแล้วเป็นอะไรมากกว่าแค่ช็อกหมดสติ ชายหนุ่มจึงเบนหัวรถออกจากข้างทางกลับไปยังคฤหาสน์มารีโน่ที่ใกล้กว่าคฤหาสน์ของเธอในตอนนี้

“ลูกทำอะไรแอชตัน” คุณหญิงสุชาดากระเด้งลุกจากโซฟาในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอุ้มร่างหมดสติเข้ามาในห้อง “ตายแล้ว ลูกทำอะไรน้องบอกมัมมาเดี๋ยวนี้นะ”

แอชตันได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบมารดาของตนอย่างไรดี จะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ในเมื่อเห็นอยู่เต็มตาว่าแพรวาไม่ได้สติแต่จะให้บอกว่าเขาแกล้งหล่อนเพื่อเอาคืนที่หล่อนแกล้งเขาก่อน คุณหญิงสุชาดาที่เอาอกเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้สารพัดจะเชื่อเขาหรือเปล่า

“หรือว่าลูก..ลูก ลูกทำอะไรรุนแรงกับน้องใช่ไหม นี่แนะๆมัมไม่เคยสอนให้ลูกทำร้ายผู้หญิงนะ”

“โอ๊ย..มัมครับใจเย็นๆผมเปล่าทำอะไร”

“โอ๊ย..”

เสียงเล็กดังขึ้นทำให้ศึกระหว่างแม่ลูกหยุดลงหันมาให้ความสนใจกับร่างบางที่เริ่มขยับตัวอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ อาร์เธอร์รีบเข้าไปพยุงร่างว่าที่ลูกสะใภ้ให้ลุกขึ้นนั่งเบาๆในขณะที่คุณหญิงสุชาดารีบเข้ามาปลอบคนตัวเล็กที่นั่งหมดแรงด้วยอีกคน

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก เจ็บตรงไหนไหมแอชตันทำอะไรลูกแพรหรือเปล่า”

ใบหน้าสวยหวานซับสีเลือดคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะเริ่มเบ้ปากเล็กน้อยเหมือนกับเด็กน้อยกำลังจะร้องไห้เวลาที่ถูกผู้ใหญ่รังแก ร่างบางเอนซบบ่าคุณหญิงสุชาดาก่อนจะเริ่มต้นสะอื้นเหมือนกับจะขาดใจ น้ำตาใสๆหยดลงบนแขนนุ่มของว่าที่คุณแม่ทำเอาคุณหญิงสุชาดาต้องหันไปทำหน้ายักษ์กับลูกชายสุดที่รักด้วยความโมโห

“นี่ลูกทำอะไรน้องจริงๆใช่ไหมแอชตัน”

“ผมเปล่าทำอะไรลูกแพรเลยนะครับมัม เธอตกใจแล้วกรี๊ดสลบลงไปเอง”

“แล้วลูกทำอะไรละน้องถึงได้กรี๊ดสลบไปแบบนั้น” อาร์เธอร์ถามลูกชายที่ตอนนี้ทำหน้าเบื่อหน่ายเหลือเกิน

“ฮือๆๆ ..อีตา..เอ่อ..แอชตันเขาแกล้งลูกแพรค่ะเขาขับรถเร็วมากเลย..ฮึก แล้วก็น่ากลัวมากลูกแพรบอกให้เขาหยุดเขาก็ไม่ยอมหยุดหลังจากนั้นลูกแพรก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยค่ะคุณป้า” แพรวารีบรายงานความผิดของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วพร้อมปั้นสีหน้าตกใจอย่างสุดความสามารถ

“แอชตัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะทำยังไงน้องอยู่ในรถด้วยทั้งคนนะ ไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงคนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันบ้าง” อาร์เธอร์ต่อว่าลูกชายที่ยืนจ้องหน้าคนตัวเล็กตาเป็นประกาย

แอชตันอยากจะจับยัยตัวแสบแพรวามาตีก้นซะให้เข็ดมีอย่างที่ไหนทำเป็นตีหน้าเศร้าแต่แอบยิ้มลับหลังเขาแบบนี้ อย่านึกว่าที่ก้มหน้าร้องไห้กับอกแม่ของเขาแล้วเขาจะไม่เห็นรอยยิ้มของเธอนะ ฝันไปเถอะ

“ผมแค่แกล้งลูกแพรนิดหน่อยเองก็เธอแกล้งเปลี่ยนชุดเจ้าสาวที่ร้านทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเสร็จทันในเดือนหน้านี้นะครับแด็ด”

“ไม่จริงนะคะคุณป้า ลูกแพรแค่อยากจะได้ชุดเจ้าสาวที่สวยและเหมาะสมกับตัวเองเท่านั้นไม่ได้คิดจะแกล้งใครจริงๆนะคะ คุณป้าเชื่อลูกแพรนะคะ”

“มัมเชื่อจ๊ะลูก ลูกแพรเรียกมัมดีกว่านะอย่าเรียกป้าเลย”

“ค่ะมัม”

แพรวาเอนตัวกอดคุณหญิงสุชาดาเพื่อเอาใจว่าที่แม่สามีอย่างออกหน้าออกตาก่อนจะแอบแลบลิ้นเล็กน้อยใส่คนที่จ้องเธออยู่ใกล้ๆวินาทีนั้นเธอกลัวจนหมดสติจริงๆ เพราะกลัวชายหนุ่มจะขับรถน่ากลัวเพื่อแกล้งเหมือนเมื่อครู่นี้อีกเธอจึงเลือกที่จะนอนนิ่งไม่ไหวติงดีกว่าฟื้นขึ้นมาแล้วเกิดปัญหาเหมือนเดิม

“ลูกไปจัดการชุดแต่งงานตามที่น้องต้องการเลยนะแอชตัน” คุณหญิงสุชาดาเงยหน้าพูดกับลูกชายตัวเองก่อนจะก้มลงไปปลอบแพรวาที่ยังบีบน้ำตาทำเสียงกระซิกไม่หยุด

“อะไรนะ มันจะไปทันได้ยังไงครับมัมเธอจะให้ดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่างเวรา แวงตัดเย็บให้ใครก็รู้ว่าดีไซน์เนอร์คนนี้คิวเธอยาวขนาดไหน ไหนจะลูกไม้ฝรั่งเศส ผ้าไหมชั้นดี มุกแท้ เพชรเบลเยี่ยมภายในหนึ่งเดือนมันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด”

“แต่ลูกแพรอยากได้นี่คะมัม” แพรวาส่งสายตาออดอ้อนกับว่าที่แม่สามีจนเธอต้องใจอ่อนพยักหน้ากับคำขอของแพรวาต่อหน้าชายหนุ่มที่อ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว

แอชตันกำหมัดในมือแน่นเขาชักอยากจะกระชากร่างของแพรวาออกมาทำโทษมันซะเดี๋ยวนี้เลย นี่ตกลงเขาคิดผิดใช่ไหมที่พาเธอกลับมาที่คฤหาสน์หลังนี้แทนที่จะเป็นคฤหาสน์โฮเมอร์ แล้วมีอย่างที่ไหนบิดามารดาก็โอ๋เอาอกเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้จนออกหน้าออกตาจนต้องแอบคิดว่าตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกของบ้านนี้

“ทำตามที่น้องต้องการแอชตัน”

แพรวาแทบจะกลั้นยิ้มของตัวเองไว้ไม่ได้เมื่อได้เห็นใบหน้าตกใจของชายหนุ่มที่ได้รับคำสั่งจากมารดาให้ทำตามที่เธอต้องการ แพรวาหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาวาววับของแอชตันมองมาที่เธออย่างคาดโทษ งานนี้ต้องรีบหนีเอาตัวรอดก่อนดีที่สุด

“นี่ก็ใกล้มื้อเย็นแล้ว ลูกแพรอยู่ทานข้าวด้วยกันกับมัมนะลูกวันนี้มัมจัดอาหารไทยไว้พอดี”

“เอ่อ..ก็ได้ค่ะมัม”

แอชตันทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวเล็กกุมขมับกับเรื่องน่าปวดหัวที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของว่าที่ภรรยาของเขา นี่ขนาดว่าเป็นแค่ว่าที่ ยังปวดหัวขนาดนี้ถ้าหากเป็น ภรรยาของเขาเต็มตัวเขาไม่ต้องหายาแก้ปวดพกติดตัวตลอดเวลาเลยหรือไงนะ

มื้อเย็นในคฤหาสน์มารีโน่เป็นไปอย่างครึกครื้นเมื่ออาร์เธอร์และคุณหญิงสุชาดาคอยเอาอกเอาใจแพรวาและหญิงสาวก็คอยเอาอกเอาใจผู้ใหญ่ทั้งคู่จนใครบางคนออกอาการอิจฉาแทบจะตักข้าวเข้าปากนับคำได้ เพราะไม่มีใครสนใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะแม้แต่น้อยยิ่งมองก็ยิ่งเห็นความสำคัญของตัวเองที่ลดลงมาแต่ไกลแล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาน้อยใจได้ยังไง

“แอชตันส่งน้องกลับบ้านดีๆนะลูก”

“ไม่เอาค่ะ ลูกแพรกลัวให้คนขับรถไปส่งลูกแพรได้ไหมคะมัม” แพรวารีบเกาะแขนคุณหญิงสุชาดาไว้แน่น เรื่องเมื่อตอนเช้าเธอยังกลัวไม่หายยิ่งเขารู้ว่าเธอใช้เรื่องที่เกิดขึ้นออดอ้อนว่าที่แม่สามีคราวนี้เขาต้องเอาคืนอะไรเธออีกแน่

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ถ้าคราวนี้แอชตันเขาทำกับลูกแพรเหมือนเมื่อเช้าอีกแด็ดจะยึดรถทุกคันของเขาคืนให้หมดเลย”

“แด็ด!” แอชตันตกใจแทบช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน ถึงขั้นจะยึดรถของเขาทุกคันเพราะยัยแสบนี่เชียวหรือแล้ว ถ้ายัยนี่เกิดปั้นน้ำเป็นตัวว่าเขาขับรถเหมือนเมื่อเช้าอีกเขาไม่แย่หรือไง

“งั้นก็ได้ค่ะแด็ด” แพรวายอมปล่อยแขนคุณหญิงสุชาดาก่อนจะไหว้ลาแล้วเดินขึ้นรถไปกับแอชตันด้วยใจหวั่นๆ

เจ้ากระทิงดุสีดำเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์มารีโน่อีกครั้ง หรือจะเรียกให้ถูกก็คือกระชากตัวด้วยความเร็วแต่ก็ไม่เร็วเท่ากับตอนเช้าที่เขาคิดจะแกล้งเธอ แพรวาหันไปมองคนขับรถที่ทำท่าผิวปากสบายใจที่ได้แกล้งเธอด้วยสายตาหวาดระแวงก่อนจะกลั้นใจเอ่ยปากบอกจุดหมายปลายทางให้กับชายหนุ่ม

“ส่งฉันลงที่โรงแรมบูตองค์ไม่ต้องกลับไปส่งฉันที่คฤหาสน์ให้เสียเวลาหรอก”

“นี่นัดกับผู้ชายที่โรงแรมต่อเลยเหรอแม่คาสโนวี่” แอชตันขึ้นเสียงกับคนข้างกายโดยไม่รู้ตัว อกข้างซ้ายมันสั่นแปลกๆที่คิดว่าเธอกำลังมีนัดไปต่อกับผู้ชายคนอื่น

“มันเรื่องของฉัน ทำอย่างกับคุณจะวนรถกลับบ้านทันทีอย่างนั้นแหละคนอย่างคุณถ้าไม่ไปต่อที่ห้องของผู้หญิงคนไหนก็คงจะหิ้วพวกหล่อนไปต่อที่ห้องของคุณอยู่ดี”

“รู้ก็ดีจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง” แอชตันตอบกลับแล้วก็แทบจะแตะเบรคเลี้ยวรถเข้าข้างทางที่ค่อนข้างมืดจนแพรวาเกือบจะหัวทิ่มกับคอนโซลรถ

“ขับดีๆไม่เป็นหรือไง...กรี๊ดด ขยับเข้ามาใกล้ทำไม” แพรวาว่าพร้อมใช้มือดันหน้าหล่อเหลาที่ขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอติดกับกระจกรถ

“ผมก็กำลังจะทดสอบสินค้าก่อนจะหิ้วไปต่อที่ห้องไงละ”

“อี๊..ถอยออกไปนะเปิดประตูรถให้ฉันเดี๋ยวนี้”

จมูกโด่งเชิดรั้นของเธอห่างจากใบหน้าของเขาไม่ถึงคืบด้วยใจเต้นแรง มือเล็กพยายามดันใบหน้าที่ขยับเข้ามาใกล้ให้ออกห่างแต่แอชตันกลับใช้มือใหญ่ของเขาแกะมือเล็กออกจากใบหน้าอย่างง่ายดาย ริมฝีปากแดงระเรื่ออยู่ใกล้แค่เอื้อมชายหนุ่มจึงรีบฉวยโอกาสจูบริมฝีปากอวบอิ่มในทันทีแต่ได้เพียงแค่สัมผัสยังไม่ทันได้ลิ้มรสความหวานแม้แต่น้อยแพรวาก็เบี่ยงหน้าหลบไปซะก่อน

“พอใจแล้วใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“ยัง”

คราวนี้แอชตันใช้มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาจับใบหน้าเล็กของเธอไว้แน่นจูบริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันทั้งจาบจ้วงและรุนแรง ละเลียดริมฝีปากแดงระเรื่อที่ไม่ยอมเปิดปากให้เขาได้ลิ้มรสความหวานภายใน จนต้องใช้ฟันขบเม้มริมฝีปากแดงให้อ้าปากร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วส่งผลให้ลิ้นร้อนของเขาให้เข้าไปสำรวจภายในได้อย่างเต็มที่ ความหวานละมุนที่ไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อนยั่วยวนให้แอชตันค่อยๆลิ้มรสอย่างใจเย็นและเนิ่นนานราวกับกลัวว่าความหวานในโพรงปากนี้จะหมดไปแต่ที่ไหนได้มันกลับยิ่งหอมหวานมากขึ้นจนหยุดตัวเองไม่ได้ดูดดื่มความหวานด้วยความกระหายจากโพรงปากเล็กไม่หยุด

แพรวาที่ไม่เคยได้รับจูบเร่าร้อนรุนแรงขนาดนี้มาก่อนกำลังลุกเป็นไฟร่างกายหลอมละลายอ่อนแรงต้องจับแขนชายหนุ่มไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว มันกำลังจะเลยเถิดไปกว่านี้ถ้าแพรวาไม่ห้ามชายหนุ่มที่กำลังใช้มือของเขาบีบเค้นหน้าอกของเธอในตอนนี้ให้หยุดลง สติอันน้อยนิดใกล้หลุดลอยเต็มทีกับการเล้าโลมขั้นเทพของเขา เมื่อแอชตันเบียดชิดร่างกายเข้ามาจนร้อนไปหมดบีบเค้นหน้าอกจนรู้สึกคัดแน่นทั้งสองข้างเธอจึงต้องหยุด

“โอ๊ย!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหนุ่มดังขึ้นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ลิ้น ฟันเล็กๆของแพรวากัดลิ้นของเขาที่กำลังดื่มด่ำกับความหวานในปากของเธอให้หยุดลง วินาทีนี้แอชตันตัดสินใจได้ทันทีกับวิธีจัดการกับคนตรงหน้าในเมื่อเธอก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ตั้งแต่แรกแต่เป็นคาสโนวี่ตัวแม่ที่ควงผู้ชายมากหน้าหลายตาผ่านศึกรักมานับครั้งไม่ถ้วน การที่เขาจะขอลิ้มรสว่าที่เจ้าสาวจอมร่านก่อนคืนส่งตัวมันคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

“อย่าทำเป็นเล่นตัวไปหน่อยเลยน่าของเคยๆแบบนี้ เรามาสนุกกันก่อนที่จะแยกย้ายไปหาคู่ควงของตัวเองในคืนนี้กันดีกว่า” ชายหนุ่มพูดกับคนตัวเล็กที่บังอาจกัดลิ้นเขาจนชาโดยไม่ยอมถอยห่าง

“หยุดนะแอชตัน ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องมัมกับแด็ดของคุณ”

“โอ้โห..ไหนๆก็สนิทกันขั้นเรียกมัมกับแด็ดแล้วนี่ ถึงยังไงเราก็ต้องแต่งงานกันจะช้าหรือเร็วเราต้องมีอะไรกันอยู่แล้วจะโวยวายทำไม” แอชตันว่าพลางสูดกลิ่นหอมอ่อนๆของเธอเข้าไปเต็มปอด “ผมรู้ว่าคุณก็มีอารมณ์”

“ฉันไม่มีอารมณ์กับตาแก่อย่างคุณหรอก”

แพรวายังคงปากเก่งกับคนข้างกายไม่หยุดโดยไม่ดูว่าตัวเองอยู่สถานการณ์ที่เสียเปรียบขนาดไหน ยิ่งคำพูดที่เธอพูดนั้นจุดประกายความอยากเอาชนะในตัวของแอชตันให้ตื่นขึ้นจึงเป็นแรงกระตุ้นให้ชายหนุ่มตัดสินใจทำสิ่งที่คิดไว้ได้เร็วขึ้น

“ได้ งั้นก็ช่วยสงเคราะห์ตาแก่คนนี้สักหน่อยจะเป็นไรกัน” มือใหญ่เอื้อมปลดที่คาดเข็มขัดนิรภัยของแพรวาแล้วปรับเบาะนั่งให้เลื่อนไปด้านหลังพร้อมกับปรับเอนลงจนร่างบางนอนราบไปกับเบาะ ร่างหนาหนักจึงเอี้ยวตัวทับด้านบนแทนสายรัดไม่ให้ขยับไปไหน

ทั้งมือทั้งเท้าออกแรงต่อสู้คนตัวโตที่ทาบทับร่างของเธอ แต่เพราะความคับแคบภายในรถทำให้แพรวาขยับตัวลำบาก จึงถูกใช้ขาใช้ขาข้างหนึ่งของเขากดขาเล็กเอาไว้ก่อนจะจับชายเสื้อยืดตัวใหญ่ของเธอดึงขึ้นไว้เหนือหัวแล้วผูกมัดข้อมือทั้งสองข้างติดกันไว้แน่น ตอนนี้ร่างกายด้านบนของเธอจึงเหลือเพียงบราลูกไม้สีดำที่โอบอุ้มหน้าอกขาวเนียนล้นทะลักเด่นหรา ไม่รอช้าความงดงามของที่ซ่อนอยู่ใต้บราตัวสวยก็ปรากฏให้เห็นแก่สายตาเมื่อแอชตันดันบราของเธอขึ้นไปกองไว้บนเนินอก

“อย่า..อย่าทำลูกแพรนะ...อื้อ” เสียงครวญครางดังเท่าเสียงกระซิบของแพรวาดังขึ้นเมื่อปากร้อนอ้างับยอดอกอุ่นของเธอเข้าไปในปาก

ลิ้นร้อนปาดไล้สะกิดตุ่มไตสีชมพูสวยจนแข็งเป็นไตด้วยความสยิว ร่างบางบิดกายไปมาบนเบาะรถเมื่อถูกความร้อนของลิ้นและนิ้วเล่นงานหน้าอกโตทั้งสองข้างหนักหน่วง แอชตันรู้สึกถึงความต้องการตามธรรมชาติที่แสดงออกมาของคนใต้ร่างเหมือนกับคนอ่อนประสบการณ์แต่มันคงจะเป็นมารยาของแพรวามากกว่าที่เป็นปฏิกิริยาของสาวบริสุทธิ์จริงๆ

“อย่า..อ่า”

แพรวาร้องห้ามเมื่อความอุ่นร้อนเลื่อนลงจากหน้าอกมาตามหน้าท้องแบนราบของเธอก่อนจะหายเข้าไปใต้ขอบกางเกงยีนส์ขาดวิ้น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เข้าไปโอบอุ้มจุดกึ่งกลางร่างให้ร้อนขึ้นตามมือที่โอบอุ้มกุหลาบงามขณะที่ปากและมืออีกข้างของเขากำลังดูดกินหน้าอกของเธอไม่ลืมหูลืมตา

กางเกงยีนส์ตัวขาดถูกปลดออกจากร่างทันทีที่สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นที่แทรกตัวออกจากกลีบกุหลาบ แต่ยังคงมีแพนตี้ตัวจิ๋วอีกชั้นที่เป็นปราการป้องกันการรุกรานเบื้องล่างเอาไว้ มือหนารูดปราการด่านสุดท้ายรวดเร็วหลุดออกจากปลายเท้า สัมผัสความหวานอ่อนนุ่มของผิวเนียนราวกับน้ำนมของคนใต้ร่างลัดเลาะขึ้นมาถึงกลีบกุหลาบบางปิดสนิทราวกับไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำหวาน ต้องขอชมแพรวาที่ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีจนคนที่เชียวชาญเรื่องผู้หญิงอย่างเขาแทบจะแยกไม่ออกถึงความแตกต่าง กระตุ้นความตื่นเต้นและความหอมหวานให้ก่อตัวขึ้นในตัวชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง

เสียงครวญครางของแพรวาดังลั่น เมื่อนิ้วร้อนแทรกผ่านกลีบกุหลาบงามเข้าไปสัมผัสกับความชุ่มแฉะเหนียวข้นภายใน ยิ่งชายหนุ่มกรีดไล้ขึ้นลงหมุนวนไปทั่วทางรักน้ำหวานก็ยิ่งเอ่อทะลักไปทั่วฝ่ามือ แพรวารู้สึกร่างกายของเธอร้อนไปหมดความรู้สึกแปลกๆทั้งหมดกำลังรวมกันอยู่ที่จุดกึ่งกลางร่าง สติของเธอไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้วนอกจากความต้องการบางสิ่งบางอย่างเข้ามาเติมเต็มจนร่างกายอ่อนแรงไปหมด

เรียวแขนบางไขว้คว้าหาหลักยึดไปทั่วจนแอชตันต้องละจากความชุ่มชื่นจับแขนกลมกลึงคล้องเข้ากับคอของเขา ปากร้อนยังคงดูดดึงสองเต้าสลับไปมาขณะที่มือข้างที่ละจากกุหลาบงามเลื่อนไปปลดกางเกงของตัวเองเพื่อปลดปล่อยตัวตนแข็งร้อนให้ออกมาชูชันเผยความใหญ่โตพร้อมจะลบคำสบประมาทของที่เธอกล่าวหาว่าแก่อย่างเต็มที่

ด้วยความคับแคบของสถานที่ชายหนุ่มจึงเลื่อนเบาะนั่งของตัวเองไปด้านหลังก่อนจะอุ้มร่างบางให้ข้ามมายังฝั่งของเขาโดยที่ปากยังคงดูดค้างอยู่ที่ยอดอกงามและแขนเล็กทั้งสองข้างยังคงกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น ฝ่ามือร้อนลูบไล้บั้นท้ายงอนงามก่อนถูกยกขึ้นและแยกขากว้างด้วยแล้วสวมครอบลงไปยังแท่งร้อนที่แข็งตัวโป่งพองให้ทะลุเข้าไปถึงข้างใน

“กรี๊ดดดด...”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วทั้งรถคันเมื่อความใหญ่โตทะลุผ่านเข้าไปในตัวเธอได้เพียงนิด แพรวาเกร็งร่างจิกเล็บลงบนต้นคอชายหนุ่มไม่ให้เจ้าความใหญ่โตนั่นผ่านทะลุเข้ามาด้วยความเจ็บปวด แต่มาถึงขนาดนี้แล้วมีหรือคนอย่างแอชตันจะยอม มือใหญ่สองข้างกดสะโพกของเธอให้ต่ำลงขณะที่ชายหนุ่มก็ยกสะโพกตัวเองดันขึ้นให้ตัวตนที่เข้าไปได้เพียงครึ่งทางผ่านเข้าไปข้างในจนสุด

“กรี๊ดดดด...”

แพรวากรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง เสียงของเธอคงทะลุออกไปข้างนอกจนคนอื่นได้ยินแน่ถ้ารถที่เขาเลือกใช้เป็นรถธรรมดา แต่สำหรับซูเปอร์คาร์คันนี้ที่ออกมาแบบมาสำหรับเขาโดยเฉพาะสามารถเก็บเสียงและกระจกออกแบบพิเศษไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกจึงมั่นใจได้ว่าเสียงกรีดร้องที่ดังออกมานั้นไม่มีทางที่ใครจะได้ยิน

แต่ให้ตายสิ! เหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอย่างแรง คนอย่างเขามีหรือจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเมื่อความคับแน่นบีบรัดจนขยับไม่ได้ ช่องทางคับแคบที่ถูกแทรกเป็นครั้งแรกตอดรัดแก่นกายก่อนจะค่อยๆคลายเมื่อร่างกายสามารถปรับตัวรับขนาดที่ใหญ่โตได้ นี่เป็นครั้งแรกของเธอแต่เขากลับทำรุนแรงเพราะเชื่อในข่าวลือที่ได้ยิน

“หายเจ็บหรือยัง”

แอชตันกระซิบข้างหู ร่างบางที่ถูกกอดรัดไว้แน่นนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ และในเมื่อแพรวาไม่ตอบชายหนุ่มก็ขอคิดว่าคำตอบของเธอคือพร้อมที่จะขยับตัวได้แล้วในตอนนี้ ชายหนุ่มยกสะโพกของแพรวาขึ้นลงเบาๆตามความยาวแก่นกายที่ร้อนระอุ เสียงลมหายใจหอบข้างหูเร่าร้อนเชิญชวนให้ค่อยๆเพิ่มความเร็วสะโพกขึ้นกว่าเดิมจนได้ยินเสียงครางปนหอบของหญิงสาวดังกระเส่า และเมื่อร่างกายเริ่มจะชินกับการเคลื่อนไหวร่างบางจึงขยับตัวเองตามใจปรารถนา

แพรวาไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหวร่างกายตัวเองได้เมื่อความเสียวร้อนแตกปะทุอยู่ในร่างกายจนร้อนไปหมดได้แต่เปล่งเสียงครางที่ทั้งเขินอายและสุขสมดังระงมไปทั่วรถทั้งคัน มันเป็นเรื่องน่าอายที่สุดในชีวิตแต่ร่างกายมันหยุดเคลื่อนไหวไม่ได้เมื่อความปรารถนาลุกไหม้เหมือนไฟลามทุ่งร่างกายจึงตอบสนองความต้องการที่ลุกโชนอย่างเผ็ดร้อน สะโพกเล็กขยับเร็วขึ้นตามอารมณ์ที่ร้อนแรงยิ่งเธอขยับเร็วขึ้นเท่าไหร่ความต้องการก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

แอชตันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วมือใหญ่จับบั้นท้ายงอนงามให้ขยับเร็วและแรงขึ้นจนแพรวากรีดร้องเกร็งร่างฝังรอยฟันไว้บนไหลกว้าง แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเร่งความเร็วสะโพกรัวเร็วขึ้นไปอีกจนช่องทางคับแน่นภายในบีบรัดตัวตนเป็นจังหวะเขาจึงกระแทกย้ำอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยเชื้อพันธุ์มากมายออกมาในตัวเธอ

ความเหนื่อยทำให้ทั้งคู่นั่งนิ่งไม่มีใครขยับตัว แพรวาแทบจะลืมตาไม่ขึ้นถ้าไม่ถูกยกตัวให้กลับไปนั่งที่เดิม ชายหนุ่มจัดการรูดซิปกางเกงที่ยังคงโป่งพองไม่ยอมสงบก่อนจะหันมาจัดการเสื้อผ้าของคนข้างๆที่แทบจะไม่เหลือสภาพให้ใส่ได้ มือใหญ่เอื้อมมือหยิบแพนตี้ตัวน้อยที่พื้นก่อนจะถูกเจ้าของแย่งคืนไปต่อหน้า

แพรวาหน้าแดงกลั้นน้ำตาแห่งความอับอายไม่ให้ไหลออกมาในตอนนี้ เธอพยายามก้มตัวสวมชั้นในด้วยตัวเองแต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากเพราะมือทั้งสองข้างยังคงถูกมัด แอชตันที่มองการกระทำของคนดื้อรั้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าแย่งกางเกงชั้นในกลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง

“ไม่ต้อง!แกะมัดฉันสิฉันทำเองได้”

“อยากโดนอีกรอบหรือไง”

มือเล็กกำแน่นด้วยความโกรธหลับตาปล่อยให้ชายหนุ่มสวมชั้นในให้ด้วยความเขินอาย สัมผัสชวนสยิวทำให้แพรวาหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่ กางเกงยีนส์ขายาวขาดวิ้นถูกสวมขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝีมือของชายหนุ่มที่ไม่ยอมให้เธอได้สวมเสื้อผ้าด้วยตัวเองก่อนจะแกะมือที่ถูกมัดจนเสื้อยืดตัวโคร่งที่หลวมอยู่แล้วยิ่งหลวมมากขึ้นกว่าเดิมจนไม่สามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้ ตอนนี้ข้างบนเธอจึงเหลือเพียงบราตัวสวยกับแจ็กเก็ตยีนส์เท่านั้นที่ช่วยปิดบังร่างกายเอาไว้ได้

รถสีดำคันหรูเบนหัวรถออกจากข้างทางมุ่งตรงไปยังถนนที่เริ่มมีผู้คนหนาตา แอชตันชะลอรถก่อนจะจอดนิ่งสนิทหน้าโรงแรมบูตองค์ตามที่เธอบอกไว้ตั้งแต่แรก ใจหนึ่งก็อยากจะกลับไปส่งที่คฤหาสน์แต่กลัวความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจจะทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองและทำให้อีกฝ่ายได้ใจคิดว่าเขามีความรู้สึกพิเศษกับเธอ ชายหนุ่มจึงเลือกจะส่งเธอที่นี่พร้อมกับติดกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตจนปิดคอมิดแล้วปลดล็อคประตู ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากแพรวามีเพียงใบหน้าเฉยชาแล้วก้าวลงจากรถไปช้าๆจนกระทั่งชายหนุ่มขับรถออกไป

แพรวาหันกลับไปมองแสงไฟจากท้ายรถคันหรูที่ปะปนไปรถคันอื่นบนท้องถนน น้ำตาที่สะกดกลั้นเอาไว้ไหลออกมายิ่งกว่าทำนบแตก ความเจ็บปวดที่เก็บกดไว้ถูกระบายออกมาจนหมดโดยไม่อายผู้คนที่เดินผ่านเข้าออกโรงแรมว่าจะมองเธออย่างไร เจ็บที่ร่างกายตอบสนองเขาอย่างไม่น่าให้อภัย เจ็บที่ใจสั่นคลอนง่ายๆเพราะการกระทำไร้หัวใจของเขา

“ลูกแพร”

เสียงคุ้นหูเรียกแพรให้เงยหน้าขึ้นพบกับเอกพลที่วิ่งเข้ามาหาหน้าตาตื่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแบบฉบับชาวเอเชียรีบเข้าไปพยุงร่างอ่อนแรงของแพรวาให้ลุกขึ้นก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

“เกิดอะไรขึ้น ฉันมานั่งรอแกตั้งแต่ชั่วโมงก่อนจนลูกหลับฉันก็เลยพาฟ้าพราวขึ้นไปนอนแล้ว...”

“ตีตี้..ฮือๆๆ”

“ไม่เอาๆ อย่าร้องนะอายคนอื่นเขาเดี๋ยวมีใครเกิดจำแกได้ขึ้นมาจะแย่นะ” เอกพลกอดแพรวาที่โถมตัวเขากอดโดยไม่สนว่าใครจะจำเธอได้หรือไม่ “ขึ้นห้องกันเถอะ” แพรวาพยักหน้าตอนนี้เธอต้องการที่ระบายและเอกพลก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอเสมอ

“คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่ แพรวา”  มือใหญ่กำพวงมาลัยรถไว้แน่นจนขาวซีด ก่อนจะกระชากกระทิงดุสีดำด้วยความเร็วกลับไปตามทางเดิม

 

*** ติดตามผลงาน ความเคลื่อนไหวนิยายของรักลดา เข้ามาติดตามกันเยอะๆน้า https://web.facebook.com/Rakladawriter/

 

 


แสดงความคิดเห็น

emotion