Chapter 11 I need U

Chapter 11 I need U

4 / 4    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

..........เป็นช่วงเวลาที่งอนกัน ไม่พูดจาปิดไฟนอนแต่หัวค่ำ มุ้งใครมุ้งมัน

 

และมันเป็นไปไม่ได้ที่ลูกสาวคุณหญิงจอมหยิ่งรักศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงอย่างนางสาวชยาจะมาง้อขอคืนดีกับเพื่อนเพศชาย

 

ค่ำคืนจึงตกอยู่ในความเงียบ...

 

มีเพียงหลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงานแปดวัตต์เปิดทิ้งไว้ดวงเดียวเดียวดาย

 

เช้าตื่นขึ้นมาคาคบเข้าห้องน้ำอาบน้ำก่อน

 

ส่วนชยาตื่นลุกขึ้นทีหลัง แต่ไม่อาบน้ำใส่ชุดแบบทอมบอยเสื้อแจ็กเก็ตยีนกับกางเกงยีนสีน้ำเงิน

 

เธอขนอุปกรณ์วาดรูปสีน้ำมันเฟรมผ้าใบพร้อมขาตั้งไม้ไปใส่ในรถพ่วง นั่งรอในรถพ่วงทำหน้าเชิดไว้ เพื่อแสดงตนว่ายังไงก็จะไม่ยอมง้อ

 

แม้จะรู้สึกสำนึกว่าตนเองไม่น่าตบหน้าเพื่อนชายที่น่ารักเลย เข้าใจว่าเขาแค่พูดหยอกเย้าเล่น แต่ด้วยทิฐิมานะจึงทำหน้าเชิดต่อไป

 

คาคบแต่งชุดเหมือนคนทำงานออฟฟิศเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกไทสวมกางเกงขายาวสีดำเข้ารูปขายาวเพรียว

 

มองสบตากันโดยต่างคนต่างเก๊กหน้าปั้นปึงไม่พูดจากันสักคำ

 

ผู้เสียหายที่เมื่อเย็นวานโดนตบบัดนี้รอยแดงช้ำที่แก้มจางหาย คงเนื่องจากแรงกระทำไม่รุนแรงมากถึงขั้นกลายเป็นรอยประทับตรา

 

“เฮ้อ...”

 

ชยาลอบถอนใจโล่งอก ด้วยไม่ใช่คนใจร้ายถึงได้แอบเป็นห่วงใบหน้าเพื่อนชายไม่อยากให้เป็นริ้วรอยชอกช้ำอันใด เพราะชอบเหม่อมองใบหน้าหล่อๆ ของเขานั่นเอง

 

ขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างมาถึงหน้าบริษัทที่ทำงานแล้ว คาคบมองค้อนเพื่อนสาวในชุดทอมบอย ก่อนจะลงจากมอเตอร์ไซค์แล้วสะพายเป้ เดินจากไปโดยไม่ยอมพูดจาอำลากัน ...งอน

 

เป็นท่าทีที่ให้เพื่อนสาวทอมรู้ว่าตัวเขาไม่ยอมง้อเธอเช่นกัน

 

 

 

..........แผนกรักษาสิ่งแวดล้อม

 

มีพนักงานประจำออฟฟิศชายวัยกลางคนรุ่นอายุสี่สิบห้าเป็นหัวหน้าแผนกกับผู้ช่วยอายุสี่สิบแปดอีกหนึ่งคนดูแลระบบ ISO ของบริษัททั้งหมด

 

ส่วนคาคบอยู่ในทีมนักประดาน้ำซึ่งต้องออกปฏิบัติการนอกสถานที่เกือบทุกวัน มีกันทั้งหมดสามคนในแผนก กำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมปิดไฟมืดสนิท ดูสไลด์ผลงานรูปถ่ายปะการังใต้น้ำที่พวกเขาใช้กล้องใต้น้ำถ่ายมา

 

มีรูปหนึ่งที่ถ่ายได้เหมือนกันคือด้านหลังของเกาะที่เป็นหน้าผาสูงชัน ใต้น้ำนั้นมีรูโพรงถ้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณเมตรครึ่งถึงสองเมตร

 

ทุกคนลงความเห็นว่าน่าจะลองดำน้ำเข้าไปสำรวจดูภายในถ้ำใต้น้ำที่มืดมิดนั้น ต่างอยากรู้ว่าภายในนั้นจะมีความลึกเท่าไหร่และมีอะไรอยู่ในนั้น

 

คาคบขออาสาติดตามไปสำรวจถ้ำใต้น้ำกับกลุ่มเพื่อนร่วมงานด้วยทั้งที่เขายังไม่มีชุดประดาน้ำ

 

เพราะชุดประดาน้ำของพนักงานเข้าใหม่ถูกสั่งซื้อและกำหนดจะส่งมาถึงเกาะแห่งนี้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า

 

 

 

..........ก่อนจะลงไปทำงานสำคัญในการดำน้ำครั้งนี้ นักประดาน้ำทั้งสามคนต้องฟังอบรมรายละเอียดเกี่ยวกับพิษภัยใต้น้ำที่ต้องระวัง

 

โดยเฉพาะอาจจะไปเจอสัตว์มีพิษใต้น้ำ อย่างเช่น...

 

แมงกะพรุนกล่องซึ่งมีลักษณะโปร่งใส อาจมีสีฟ้าอ่อนหรือสีอื่นๆ บริเวณสายหนวดมีรูปร่างคล้ายลูกบาศก์ มีหนวดบางๆ 12-15 เส้นในแต่ละมุม มีทั้งหมด 4 มุม หนวดอาจยาวถึง 3 เมตร

 

มีถุงพิษอยู่ที่สายหนวด หนึ่งตัวอาจมีถุงพิษถึงล้านถุง!

 

ทำให้แมงกะพรุนกล่องจัดเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุด

 

ซึ่งพิษของแมงกะพรุนกล่องจะมีฤทธิ์ทำให้เซลล์ผิวหนังตาย มีอาการปวดรุนแรง

 

หากได้รับพิษในปริมาณมากและพิษเข้าสู่กระแสเลือดจะแล่นเข้าสู่หัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นและระบบหายใจล้มเหลว เสียชีวิตได้ใน 2-10 นาที

 

เมื่อสัมผัสโดนสายหนวดแมงกะพรุนกล่องไปแล้วอาจยังไม่ได้รับพิษมากนัก หากช่วยเหลือผิดวิธี เช่นทำให้เกิดการกระเทือนบริเวณที่โดนสายหนวดแมงกะพรุน จะทำให้ถุงพิษที่เหลือยิงพิษเข้าสู่ร่างกาย

 

แต่การราดน้ำส้มสายชู มีผลในการระงับการยิงพิษเพิ่มเติมจากถุงพิษที่ยังไม่ได้ยิง

 

ดังนั้นหากยังไม่ได้ราดน้ำส้มสายชูห้ามเอาทรายไปขัดถูบริเวณที่โดนแมงกะพรุน ห้ามดึงสายหนวดออก และห้ามราดด้วยน้ำจืดหรือประคบน้ำแข็ง เพราะจะกระตุ้นให้เกิดการยิงพิษเพิ่มขึ้น

 

การช่วยเหลือที่ถูกวิธีโดยราดด้วยน้ำส้มสายชูอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที จึงมีความสำคัญมากในการลดความรุนแรงของการได้รับพิษ

 

จากนั้นจึงจะสามารถนำสายหนวดออกจากร่างกายได้โดยปลอดภัย

 

นอกจากนั้นยังมีสัตว์ทะเลมีพิษอย่างอื่นอีกที่ต้องระวัง ตลอดจนการปฐมพยาบาลช่วยเหลือกันในเบื้องต้นก่อนนำส่งแพทย์

 

ทั้งสามนักประดาน้ำรวมทั้งคาคบด้วยได้ฟังบรรยายเรียบร้อยแล้ว ถึงได้ออกไปเริ่มงานประดาน้ำ

 

ขับรถกระบะแค็ปประจำแผนกออกมายังชายหาด

 

ใช้งานเรือสปีดโบ้ทของแผนกเพียงหนึ่งลำ ทั้งสามช่วยกันลำเลียงอุปกรณ์ดำน้ำถังออกซิเจนรวมถึงชุดปฐมพยาบาลใส่เรือ แล้วค่อยลากเรือลงน้ำ

 

ขับเรือไปยังจุดประดาน้ำบริเวณด้านหลังเกาะ

 

เวลาดำน้ำลงไปอยู่ในน้ำแล้วจะไม่สามารถส่งเสียงพูดคุยกันได้ และอาจมองไม่เห็นกันหากเข้าไปในถ้ำใต้น้ำมืดมิด

 

ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีส่งสัญญาณหากันโดยผูกเชือกติดเอวกันไว้ในระยะห่างพอดีไม่เกินสิบเมตร ใช้กระตุกเชือกกี่ครั้งเป็นการบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเจออะไร โดยนัดแนะกันไว้และจดจำทำตามตลอดเวลาที่ดำน้ำลงไปด้วยกัน

 

สิ่งที่ทั้งสามคนนำติดตัวไปด้วยเหมือนกันคือกล้องถ่ายภาพใต้น้ำกับไฟฉายแบบสปอตไล้ท์กันน้ำ

 

คาคบเป็นเด็กใหม่จึงถูกจัดลำดับให้ว่ายน้ำตามหลังสุด

 

เข้าไปในถ้ำใต้น้ำมืดยิ่งขึ้นเมื่อดำลึกเข้าไปถึงยี่สิบกว่าเมตรแล้ว ไม่ค่อยมีปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายเข้ามาในถ้ำนี้ ได้เห็นแพลงตอนเรืองแสงบ้างประปรายว่ายวนอยู่และเกาะตามผนังถ้ำ

 

เขาว่ายน้ำช้าเพราะมัวเพลินชมแพลงตอนเรืองแสง จนกระทั่งเชือกผูกเอวโดนดึงรั้งจากรุ่นพี่ที่ว่ายห่างไปไกล เขาถึงได้รีบว่ายน้ำตามไป

 

เข้าไปลึกยิ่งขึ้น ส่องสปอตไล้ท์ไปตลอดทางที่ว่ายน้ำถึงได้เห็นมีโพรงถ้ำเล็กลึกแยกออกไปอีกทาง

 

แต่ทุกคนต้องสำรวจถ้ำเส้นทางหลักไปก่อน ผู้นำกลุ่มกระตุกเชือกผูกเอวสามครั้งส่งสัญญาณให้ว่ายผ่านไป

 

คาคบอยู่รั้งท้ายเพิ่งว่ายน้ำมาถึงปากถ้ำเล็กนั้น แล้วจู่ๆ เกิดเหตุร้ายขึ้น

 

สัตว์น้ำลักษณะเป็นเหมือนแท่งสี่เหลี่ยมว่ายน้ำออกมาจากปากโพรงถ้ำเล็กที่มืดมิดนั้น มันว่ายผ่านโดนหน้าขาข้างขวาของเขา ทำให้เกิดอาการปวดขึ้นฉับพลัน!

 

ทำให้เขาต้องกระตุกเชือกแรงๆ ห้าครั้งบ่งบอกสัญญาณเกิดเหตุร้าย

 

รุ่นพี่นักประดาน้ำที่ว่ายน้ำนำไปจึงรีบถอยหลังกลับมารวมตัวกันที่คาคบ และช่วยกันว่ายน้ำโดยลากพากันออกจากถ้ำ ว่ายกลับไปยังเรือ

 

 

 

..........รุ่นพี่ช่วยกันลากคาคบขึ้นจากน้ำมาอยู่บนเรือ ต่างรู้แล้วว่าเขาโดนพิษแมงกะพรุนกล่องมีสายหนวดของมันติดมา ทุกคนไม่รีบดึงสายพิษออก ทำการปฐมพยาบาลโดยใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่มีสายหนวดพิษติดอยู่ ใช้เวลาราดน้ำส้มสายชู 30 วินาที ตามหลักการปฐมพยาบาลที่ได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้

 

หลังจากนั้นจึงค่อยดึงสายหนวดพิษออก

 

“โอย... ปวด... มันปวดมาก”

 

คาคบร้องครวญคราง มือประคองหน้าขาตนเองบริเวณที่โดนพิษแมงกะพรุน แทบดิ้นด้วยความปวดทรมาน

 

รุ่นพี่นักประดาน้ำรีบขับเรือสปีดโบ้ทพากลับขึ้นฝั่ง ลากเรือขึ้นไว้บนชายหาด และช่วยกันอุ้มคาคบลงจากเรือไปขึ้นรถกระบะ

 

พวกรุ่นพี่ขับรถพาคาคบไปส่งยังคลินิกของบริษัท เมื่อถึงมือแพทย์เป็นอันว่ารอดตาย...

 

ซึ่งถ้าตัวเขาได้รับบาดเจ็บหนักกว่านี้อาจถูกส่งตัวต่อไปโดยเฮลิคอปเตอร์พาไปยังโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมืองนอกเกาะแห่งนี้

 

แพทย์ลงความเห็นว่าเขาต้องนอนพักรักษาตัวและเฝ้ารอดูอาการอีกหนึ่งคืน พร้อมทั้งฉีดยาแก้ปวดให้

 

เวลาบ่ายสองโมง...

 

คลินิกมีห้องพยาบาลที่มีเตียงผู้ป่วยสามเตียง

 

ที่นี่มีคาคบนอนอยู่คนเดียว ไม่มีผู้ป่วยหนักขนาดต้องนอนเตียงในห้องพยาบาลแบบเขา

 

บุรุษพยาบาลนำน้ำซุปและยาแก้ปวดสำหรับทานหลังอาหารมาให้เขา

 

ที่นี่ไม่มีแพทย์หญิงหรือนางพยาบาล สมกับเป็นชุมชนเกย์แท้จริง

 

เขาทานซุปแล้วแต่ไม่ยอมทานยาหลังอาหาร เนื่องจากหลังได้รับการฉีดยาอาการปวดได้ทุเลามากแล้ว

 

ร่างกายที่เจ็บป่วยพลอยให้จิตใจกระเสาะกระแสะตามไปด้วย นึกถึงแต่หน้าเพื่อนสาวทอมแล้วให้น้อยอกน้อยใจขึ้นมาอีก

 

ต่อให้ต้องตายก็ช่างมันเถิด เกิดมาอาภัพอับวาสนาไม่ได้เกิดมาเป็นลูกมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย ศักดิ์ศรีไม่เสมอเทียบเท่าลูกสาวคุณหญิง แต่ก็อดใจไม่ได้ห้ามใจไม่อยู่ หลงรักแต่เธอ ปรารถนาตัวเธอ อยากให้เธอรักฉันบ้างอย่างที่ฉันรัก...

 

นึกแล้วคาคบได้แต่นอนน้ำตาซึม...

 

 

 

..........นีล สถาปนิกแผนกก่อสร้างรู้ข่าวคาคบได้รับบาดเจ็บ

 

เนื่องจากความสนใจในตัวหนุ่มหล่ออายุน้อยที่สุดในแผนกรักษาสิ่งแวดล้อม จึงหมั่นเพียรโทรหา ชอบมาชวนไปกินกาแฟในร้านกาแฟทุกวัน

 

“ไอเป็นห่วงยูรู้ไหม นี่รีบเลิกงานก่อนห้าโมงเย็นมาเฝ้ายูเลย”

 

“นีล... ยูไม่น่าลำบาก ไอยังไม่ตายง่ายๆ หรอก”

 

“แต่ยูก็เกือบตาย ไอโทรไปหาที่แผนกบอกว่ายูโดนแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงมาก พิษของมันอาจทำให้ถึงตายได้ภายในสองนาทีเชียวนะ”

 

นีลพูดขณะทำสีหน้าดำคร่ำเครียด ลงนั่งเก้าอี้ไม้ข้างเตียงผู้ป่วย

 

คาคบนอนทำหน้าเฉยไม่ยินดียินร้ายกับการได้ยินเรื่องความตาย

 

“เป็นเพราะไอไม่ได้ป้องกันตัวเอง ไม่มีชุดประดาน้ำยังอาสาลงไปดำน้ำร่วมกับพวกรุ่นพี่ นุ่งกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดและแบกถังออกซิเจนไปดำน้ำในที่ไม่คุ้นเคย มันเลยเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แต่หัวหน้าแผนกสั่งห้ามแล้ว ต่อไปห้ามดำน้ำสองอาทิตย์ รอจนกว่าจะได้รับชุดประดาน้ำ”

 

 

 

..........เวลาห้าโมงเย็น ชยาขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างมาจอดรอรับคาคบเหมือนทุกวัน

 

แต่วันนี้เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเดียวกับคาคบมายืนรอเธอ เพื่อจะบอกให้เธอไปหาคาคบที่คลินิก เขาได้รับบาดเจ็บโดนแมงกะพรุนพิษร้ายแรงเกือบถึงตาย ตอนนี้นอนรอดูอาการอยู่ในห้องพยาบาล

 

เมื่อได้รับคำบอกเล่าน่าวิตกดังนั้นชยาใจคอหาย กลัวเพื่อนรักจะตาย หวั่นใจมากจนกระทั่งลืมเรื่องที่เคยงอนกันไปเลย ...รีบรุดไปในทันที

 

เปิดประตูห้องพยาบาลถึงได้พบนีลนั่งอยู่ข้างเตียง มีกันแค่ผู้ชายสองคนในห้องนั้น หนึ่งคนป่วยกับหนึ่งคนเยี่ยมไข้

 

ชยาจึงเก็บอาการเป็นห่วงแทบตายเอาไว้ เก๊กมาดทอมบอย ค่อยเดินนวดนาดไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยคนละฝั่งกับนีล พูดภาษาไทยทักทายเพื่อนเพศชายแบบแมนๆ

 

“เฮ้... อาการเป็นไงบ้างเพื่อน เห็นว่าอาการน่าเป็นห่วง”

 

“ไม่เป็นไรแล้ว This’s my friend, Neel.

 

คาคบรักษามารยาทยามอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขากล่าวแนะนำด้วยภาษาอังกฤษให้ชยาได้รู้จักเพื่อนใหม่ซึ่งเธอเพิ่งเคยเห็นหน้า

 

นีล พยักหน้าให้ชยาด้วยรู้จักจากการบอกเล่าของคาคบว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเคยเห็นไกลๆ หลายหนแล้ว

 

Your welcome, My name’s Chaya

 

จากนั้นจึงได้พูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษพอให้ได้รู้จักกันมากขึ้น

 

ทั้งคาคบและชยาต่างเก๊กท่าทางเป็นเพื่อนกันเหลือเกิน ซ่อนความนัยไว้ในใจไม่ให้ใครอื่นล่วงรู้

 

ตอนแรกนีลกะจะอยู่นอนเฝ้าไข้คาคบในคืนนี้

 

แต่เมื่อคาคบเป็นห่วงเพื่อนสาวทอมไม่อยากให้อยู่ลำพังคนเดียวที่ห้องเช่า และอยากให้เพื่อนมานอนเฝ้าเขาเท่านั้น

 

นีลจึงจำใจยอมรามือไปตามใจคาคบ ทั้งที่ในใจนึกเสียดายอยากอยู่ใกล้ชิดคนที่เขาถูกใจให้มากกว่านี้

 

ซึ่งตามกฎของห้องพยาบาล อนุญาตให้ญาติหรือคนเฝ้าไข้นอนเฝ้าได้เพียงคนเดียว

 

นีลเพิ่งลากลับไป...

 

ขณะเดียวกับที่บุรุษพยาบาลนำอาหารเย็นเข้ามาเสิร์ฟ ตั้งโต๊ะให้พร้อมยาแก้ปวด ได้เห็นยาเก่าที่เหลืออยู่จึงโวยวาย ทำเสียงดุดังขึ้นมาทันที

 

Oh… my God. Why? You must eat it.

 

ทำเน้นเสียงประมาณว่าทำไมคุณไม่กินยา มันต้องกินยา

 

และแล้วอาการปวดของคาคบกลับกำเริบขึ้นในทันที จนต้องคร่ำครวญออกปาก

 

“โอย... ปวด”

ชยาให้ตกใจเมื่อได้เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของเพื่อนรักอย่างเจ็บปวด แล้วพลอยจะเป็นจะตายไปด้วย ความห่วงกังวลพุ่งพรวดขึ้นล้นอุรา

.


แสดงความคิดเห็น

emotion