บทที่ 4 (2)

บทที่ 4 (2)

51 / 51    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 
เขาใช้เวลาดูแลหญิงแปลกหน้าทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้หล่อนฟื้นคืนจากไข้ ไม่อยากจะต้องเป็นต้นเหตุทำให้หล่อนไข้ขึ้นสูงจนช็อก จากการร่วมเพศสัมพันธ์
เขาดูแลไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนกระทั่งตีหนึ่งตีสองไข้ก็ยังไม่ยอมลดลง จนต้องโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทที่เป็นหมอให้ช่วยเข้ามาดูอาการ
“ทำไมมึงมาช้าขนาดนี้วะ กูโทรตามตั้งนานแล้ว”
“ไอ้เหี้ย บ้านกูอยู่ในตัวอำเภอนะไม่ได้อยู่ข้างสวนมึง ว่าแต่ใครเป็นอะไร” เร่งฝีเท้าถือกล่องพยาบาลเข้ามาในบ้านหลังใหญ่กลางสวนยาง
ไอ้เพื่อนยากไม่เล่าอะไรแต่วิ่งนำหน้าพาเขามายังห้องแห่งหนึ่ง ที่มีสาวสวยนอนจมพิษไข้ นัยน์ตาคุณหมอเบิกกว้างรีบวิ่งผ่านหน้ามันเข้าไปดูอาการ
“ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ทำไมไม่พาไปโรงพยาบาลวะ” หันกลับมาด่า มันทำหน้าสลดแต่ไม่สะเทือนอะไร เขาจึงกลับมาสนใจคนไข้สาวแสนสวย
“ก็โทรเรียกมึงมาดูอาการอยู่นี่ไง” เถียงข้างๆ คูๆ
ดูจากรอยแดงตรงซอกคอไม่จำเป็นต้องถามอะไรก็พอจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอะไรเป็นอะไร หัวเสีย หงุดหงิดฉิบหายกลับไปด่ามันอีกรอบ
“เพลาๆ ลงหน่อยนะมึง อยากให้เขาตายคามือหรือไง ตัวเล็กแค่นี้มันจำเป็นต้องออกแรงอะไรเยอะแยะด้วยเหรอ ผู้หญิงพวกนี้ถึงมึงจะซื้อมาด้วยเงิน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำเขาแรงขนาดนี้เปล่าวะ เขาก็เจ็บเป็นนะโว้ย!”
“หนักเหรอ”
“ก็เออน่ะสิ ถึงกับไข้จับขนาดนี้!”
“มึงก็รีบรักษาเขาเข้าสิ มัวแต่ด่ากูอยู่ได้”
“ไอ้เรื่องรักษาน่ะกูทำแน่แต่ก่อนอื่นขอด่ามึงให้พอใจก่อน อยากเป็นฆาตกรฆ่าคนตายหรือไง มึงดูตามคอตามแขนเขาบ้างไหม มีตาดูไหมว่ามันแดงช้ำมากแค่ไหน อย่าให้กูเห็นกรณีนี้อีกนะไม่งั้นต่อให้มึงเป็นเพื่อนกูก็จะไม่ไว้หน้า!” มันทำมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีหรือไง อิทธิพลแอบบ่นอุบอิบ
“โอเคๆ ต่อไปกูจะระวังมากกว่านี้ ทีนี้จะรักษาเขาได้ยัง”
หมอเบนซ์พยายามระงับอารมณ์ แต่มันอดโมโหไม่ได้จริงๆ นะ
“เออ มึงออกไปรอข้างนอกไป รำคาญหน้า กูขอดูอาการน้องเขาก่อน ถ้าท่าทางไม่ดีอาจจะต้องพาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล”
“ฝากด้วยนะ” เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะตัดใจออกไปรอนอกห้อง
ทุกหนึ่งนาทีผ่านไปช้ามาก อิทธิพลแทบจะนั่งมองการเดินไปข้างหน้าของนาฬิกาติดผนัง ผ่านไปเกินสิบนาทีแล้วไอ้หมอยังไม่โผล่หัวออกมาเลย ตัดสินใจรอต่ออีกห้านาทีกำลังจะลุกจากโซฟาไปดูทว่ามันออกมาพอดี
“ถ้าไม่ใช่กู ข่าวนี้ถูกคาบไปฟ้องคุณนายแน่ แต่เอ๊ะ หรือกูควรโทรไปฟ้องด้วยดี มึงจะได้เลิกเจ้าชู้สักที” หมอเบนซ์ถือกล่องพยาบาลมาด้วย
“เจ้าชู้อะไรวะกูโสดไม่ได้มีเมียสักหน่อย แล้วกับผู้หญิงพวกนี้ก็แค่ขำๆ จ่ายเงินแลกเซ็กซ์ แค่นี้ก็จบแล้วมึงจะมีปัญหาอะไรกับกูมากมายวะ”
“ก็เพราะมึงคิดมึงมองผู้หญิงเป็นแบบนี้ไง ถึงไม่เจอรักครั้งใหม่สักที” เมียตายไปตั้งนานแล้วไอ้ฉิบหาย ไม่รู้จักทำตัวเองให้ดีขึ้นแล้วเปิดใจใหม่
“แล้วสรุปว่าไง อาการเขาเป็นยังไงบ้าง” ขยับกายไปทางซ้ายให้มันเข้ามานั่งลงข้างๆ มองตาโหลๆ โบ๋ๆ ของกันและกันในช่วงเวลาตีสาม
มันน่ะแค่ตื่นกลางดึก ส่วนเขาเนี่ยยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน
“น่าสงสาร คงจะเจ็บน่าดู ไม่ต้องห่วงหรอกแค่ไข้ทำธรรมดา กูฉีดยาให้แล้ว มึงก็เช็ดตัวให้เขาบ่อยๆ ให้เขากินยา พักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ ถ้าภายในสองสามวันอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพาไปโรงพยาบาลนะเว้ย”
“อื้มๆ กูไม่ปล่อยให้เขาตายหรอกน่า หมดหน้าที่มึงแล้วใช่ไหม งั้นก็กลับไปได้แล้วกูไปส่ง” ยัดเงินจำนวนสามพันใส่ขอบกางเกงให้มันก่อนจะผลักให้ลุกขึ้น ไล่กลับบ้านกันโต้งๆ ไม่เกรงใจไม่รักษามารยาทอะไรเลย
“ไอ้ฉิบหาย กูไม่ใช่ประกันนะจะได้มาไวเคลมไวไปไว”
“กลับไปเถอะน่า ออกมานานเดี๋ยวเมียมึงห่วง”
“เออๆ พรุ่งนี้กูเวรเช้า มีอะไรไม่ต้องโทรตามเพราะมาหาไม่ได้”
“รับทราบ ไปๆ” ขานรับพลางรุนหลังเพื่อนช่วยถือกล่องพยาบาลมาส่งที่รถ ยืนโบกมือลาส่งมันจนกระทั่งรถยนต์คันนั้นเคลื่อนออกไปจากบ้าน
ลมข้างนอกเย็นมากพัดเข้ามาปะทะกายกำยำกับเส้นผมเส้นเล็ก หมู่ลมพัดไปทางต้นยางพาราเกิดเป็นเสียงชวนให้ขนลุก หากคนจิตอ่อนได้ยินอาจจะกลัวแต่สำหรับอิทธิพลกลับคิดว่ามันไม่ต่างจากเสียงดนตรีบรรเลงเท่าไหร่ ก็นี่มันบ้านเขา สวนของเขา ต่อให้มีผีหรือมีเรื่องลึกลับจริงเขาก็ไม่มีทางกลัว ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในบ้านล็อกประตูแน่นหนา ก่อนกลับมานั่งมองปราณี ใช้หลังมือแตะเบาๆ ลงบนหน้าผากนวล
ตาหล่อนปรือขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ปิดลง
“เสียเงินแสนห้าแล้วยังต้องมาดูแลถึงขนาดนี้เลยเหรอ”
เจ้าหล่อนอายุยี่สิบสามอย่างนั้นเหรอ ห่างจากเขาสิบปีเห็นจะได้ ถ้าหากคนงานในไร่บังเอิญมาเห็นเขาในตอนนี้ คงแทบไม่มีใครอยากเชื่อสายตาตัวเองแน่ ว่าคนอย่างนายอิฐจะยอมดูแลผู้หญิงแปลกหน้าที่โคตรจะโชคร้ายคนนี้
“ถ้าฉันไม่สงสาร ไม่เห็นใจเธอ อย่าคิดนะว่าคนอย่างฉันจะยอมทำถึงขนาดนี้” มองหน้าหาเรื่อง และเอ่ยเบาๆ ให้คนที่หลับใหลได้พังด้วย
กรุงเทพมหานคร
“นุช เมื่อวานกับวันนี้กะเช้าเวรนังนีย์ไม่ใช่เหรอ ทำไมแม่ไม่เห็นมันมาทำงาน ถามเพื่อนร่วมงานก็บอกว่าไม่รู้ นังนีย์ไม่ได้บอกอะไรไว้” คุณนายเดินสง่างามเข้ามาในห้องทำงานเห็นลูกสาวกำลังดูเล็บที่เพิ่งไปเพ้นท์ลายมาใหม่
“มันลาสามวันค่ะ ไปทำอะไรไม่รู้นุชไม่สนใจ” ตอบพลางเป่าเบาๆ มีความสุขที่ได้แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ มีผิวพรรณและมีปลายเล็บที่สวยน่ามอง
“ช่างเถอะ แต่แม่ไปคิดมาแล้วนะเรื่องที่นุชพูดกับแม่วันนั้น”
“เรื่องอะไรคะ” ตวัดสายตากลับมามองมารดา
“ก็เรื่องรีโนเวทโฮสเทลของเราไง แม่คิดว่าเป็นไอเดียที่ดีนะถ้าเราจะหาหุ้นส่วนมาช่วยลงทุน เท่าที่แม่เดินดูสภาพห้อง สภาพแอร์มันเสื่อมโทรมมาก ไหนจะพวกผ้าเช็ดตัวอะไรพวกนี้ถึงจะซักสะอาด แต่มันก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว” บางผืนเหลืองเชียวยังจะเอาไปให้ลูกค้าใช้อยู่ได้ มิน่าล่ะถึงมีรีวิวไม่ค่อยดี
“คงยากแล้วค่ะ คนรวยที่พอจะคุยได้นุชลองคุยมาหมดแล้ว แต่เขาไม่สนใจจะร่วมทุนด้วยกลัวจะไม่ได้อะไรที่สมน้ำสมเนื้อกลับมา”
“เจ้าสัวดนัยก็ด้วยเหรอ”
“ค่ะ” เพิ่งไปเจอท่านมาเมื่อวานก็ถามหาแต่นังนีย์ ถ้าหากส่งนังนีย์ไปขอร้องให้ร่วมทุนอาจจะมีแนวโน้มว่าท่านจะสนใจ
แต่เวรเถอะ โอกาสนั้นไม่มีอยู่จริงแล้วเพราะต่อให้มันรอดชีวิตกลับมาได้ ก็คงมองหน้ากันไม่ติดอีก แต่ช่างหัวมันสิใครจะสนใจนังโง่งี่เง่าอย่างมันกัน เงินแสนห้าที่ได้จากค่าตัวมันก็ถือซะว่าเป็นเงินจ่ายหนี้ที่ยืมพร้อมดอกเบี้ยก็แล้วกันจะได้จบสิ้นกันสักที แล้วไม่แน่นะมันอาจจะติดใจอาชีพนี้แล้วมาอ้อนวอนขอหล่อนให้ช่วยหาลูกค้าก็ได้
คนอย่างนีรนุชไม่เคยแคร์หรือสนใจใครอยู่แล้ว ใจจึงเลือดเย็น “นุชลองคุยกับท่านแล้วแต่เจ้าสัวไม่สนใจ บอกว่าภรรยาท่านไม่ชอบหน้านุช”
“คิดว่ารวยนักหรือไง อย่าแคร์ เราติดต่อหาคนอื่นก็ได้!”
“ค่ะ นุชก็คิดอยู่ทุกวันว่าต้องทำอะไรสักอย่าง”
“สมกับที่เป็นลูกสาวแม่จริงๆ”
คุณนันทินีเข้ามาใกล้แล้วจูบหน้าผากลูกสาว ภูมิใจในตัวนีรนุชที่มีความคิดความอ่านกว้างไกลเหมาะกับการเป็นผู้บริหาร
“แล้วนี่เรื่องของนายคนนั้นว่ายังไง สรุปมันจะเลิกกับเด็กนั่นไหม”
“โอ๊ย! นุชไม่สนใจบอกเลิกมันไปแล้วค่ะ ผู้ชายห่วยๆ ที่หวังมาเกาะเรากินนุชไม่ชายตามองหรอก”
ไม่วายพูดกระทบไปถึงผู้ชายของแม่ด้วยสายตาจิกกัด สองแม่ลูกมองตากันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะแยกย้าย
คล้อยหลังมารดากลับออกไปนีรนุชหยิบโทรศัพท์มือถือออกมามอง ชั่งใจอยู่นานมากกว่าจะกดเปิดเครื่อง หล่อนปิดไว้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันศุกร์ ข้อความจากนังนีย์มีแค่ข้อความเดียวเท่านั้นคือส่งมาบอกว่าถึงนครศรีแล้ว ช่วงหกโมงเย็น แล้วจากนั้นก็เป็นเบอร์ของผู้ชายคนนั้นโทรมาประมาณห้าทุ่ม นี่ก็ผ่านมาหนึ่งวันเต็มๆ แล้ว เข้าสู่ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ ทำไมถึงเงียบผิดปกติ
“ฉันขออวยพรให้แกยังมีชีวิตอยู่นะนังนีย์!”
 
 
 
 
พ่ายรักภรรยามือสองคณานางค์www.mebmarket.com‘ปราณี’ โชคร้ายถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัวแล้วโชคชะตาเล่นตลกให้มาเจอ อิทธิพล เจ้าของสวนยางพาราผู้มีนิสัยดุร้ายเขามองผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ที่ระบายความใคร ไม่เคยรักใครจริง ‘อิทธิพล’ ซื้อหล่อนด้วยเงิน จนกระทั่งรู้ความจริงว่าเข้าใจผิดหัวใจของเขาก็รักและค่อยๆ เปิดรับหล่อนเข้ามาแต่แล้วเรื่องราวจะจบลงอย่างไรเมื่อความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้มันกำลังจะทำลายตัวเขาเอง!
E-BOOK ราคา 179 บาทค่ะ

แสดงความคิดเห็น

emotion