บทที่ 4 (1)

บทที่ 4 (1)

37 / 37    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

วันเสาร์สำนักงานเปิดครึ่งวัน อิทธิพลแว้บเข้าไปไม่นานใจก็กระวนกระวายกลัวสาวโชคร้ายคนนั้นจะตื่นมาซะก่อนจึงร้อนรนกลับบ้าน พี่แจ่มจะเอางานมาให้เซ็นก็สะบัดมือไล่ ไม่เซ็นแต่ก็รีบรับแล้วหอบงานกลับบ้านทันที

เมื่อมาถึงเขาหัวเสียมากเมื่อเห็นแม่บ้านไขกุญแจเข้ามาปัดกวาดบ้าน

“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเสาร์อาทิตย์นี้ไม่ต้องมา!” เสียงเข้มคำรามลั่นบ้าน เขาพูดพลางส่งสัญญาณภาษามือให้แม่บ้านที่เป็นใบ้เข้าใจ

ป้าบุญเที่ยงยกมือไหว้ส่ายหน้าไปมา หวาดกลัว รีบวางไม้กวาดแล้วนำอุปกรณ์ทำความสะอาดไปเก็บ วิ่งออกมาเจ้านายยังยืนมอง แกชี้มือเข้าไปในครัว จีบนิ้วมือทั้งห้าทำเหมือนกินเข้า

“เข้าใจแล้ว” เขาจิ้มนิ้วใส่สมองหนึ่งทีก่อนจะสะบัดมือไล่

ป้าบุญเที่ยงเป็นใบ้อาศัยอยู่กับลูกสาวตรงบ้านคนงานท้ายสวน จะเข้ามาทำความสะอาดบ้าน ทำอาหารทุกวัน ยกเว้นวันไหนไม่ให้มาเขาก็จะสั่งไว้

กายกำยำรุดหน้าไปยังห้องครัวดูว่าป้าแกทำอะไรค้างไว้ จัดการปิดแก๊ส ก่อนจะไขกุญแจเข้าไปในห้องพักของปราณี

สายป่านนี้แล้วหล่อนยังไม่ได้สติ สาเหตุเพราะเรียกใช้งานใครไม่ได้ ทุกคนจ้องจะคาบข่าวไปฟ้องคุณนาย เขาจึงจำเป็นต้องทำเอง

อิทธิพลจ้องมองดวงหน้ามอมแมมไปด้วยน้ำตา ค่อยๆ ดึงปมปลดชุดคลุมอาบน้ำออกจากกายขาวนวล เผยสัดส่วนที่ทำให้เขากระหายอยากได้ อิทธิพลนำกะละมังใส่น้ำกับผ้าผืนพอดีมือมาชุบน้ำแล้วเช็ดบนกายเปล่าเปลือย เขาต้องมองไปทางอื่นขณะใช้ความเย็นชโลมหล่อนให้สบายตัว หากมองตรงๆ เกรงว่าจะบุ่มบ่ามโถมกายใส่ทั้งที่หล่อนยังเจ็บหนักขนาดนี้

อิทธิพลช่วยเช็ดตัวกระทั่งครบทุกซอกทุกมุม หาชุดเดรสใหม่มาสวมให้ทั้งชั้นนอกและชั้นใน เสื้อผ้าหล่อนดูไม่ได้ทั้งนั้น

เดรสตัวนั้นเป็นของสาวๆ เขาเอง มันมีเยอะมากเรียงอยู่ในตู้เสื้อผ้าท้ายเตียง เขาซื้อไว้ให้พวกหล่อนสวมเวลาบริการทางเพศ ข้าวของทุกชิ้นของหล่อนเขาเก็บใส่กระเป๋ามาคืนยกเว้นกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ รวมถึงเอกสารการขอร่วมหุ้นกับโฮสเทลของนีรนุช บางทีเอกสารพวกนั้นอาจช่วยให้สืบอะไรได้เร็วขึ้น

เขาใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวันหมดไปกับการนั่งมองหน้าเจ้าหญิงนิทรา ถ้าไม่ติดว่ายังหายใจได้เองปกติเขาคงคิดว่าหล่อนอาจจะตายไปแล้วก็ได้

อิทธิพลมองแล้วส่ายหน้าไปมา กลับมาสนใจเอกสารในมือตัวเองเกี่ยวกับโฮสเทล ข้อเสนอทั้งหมดเขียนไว้เพื่อเสนอนายทุนให้มาร่วมทำธุรกิจด้วยกัน มีระบุจำนวนเงิน ส่วนแบ่ง และแนวโน้มการคืนผลตอบแทนต่างๆ

ใช้ข้อดีข้อเดียวที่มีก็คือทำเลของโฮสเทลใกล้รถไฟฟ้า สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักได้ อิทธิพลหงุดหงิดที่ในนี้ไม่มีบอกว่าโฮสเทลดังกล่าวมีชื่อว่าอะไรและใครเป็นเจ้าของ ข้าวกลางวันเขาก็ตักราดเข้าใส่จานมากินในห้องนอน นั่งบนเก้าอี้ตรงมุมเล็กๆ ข้างตู้เสื้อผ้า เพื่อจะได้อ่านเอกสารและมองหน้าปราณี

เขาต้องใช้เวลาเฝ้ามากกว่าห้าชั่วโมง กว่าหล่อนจะขยับแขนขยับขา และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองเพดานขาวโพลน

“ตื่นแล้วเหรอ!

ก็ว่าไม่ได้ตะคอกนะแต่ทำไมหญิงสาวถึงสะดุ้งเฮือก หันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะลนลานขยับกายลุกขึ้น

ตกใจอะไร เขาไม่ใช่ผีสักหน่อย ผีที่ไหนจะหน้าตาหล่อเหลาเหมือนพระเอกละครช่องสามช่องเจ็ดขนาดนี้เขาโกรธ รีบลุกปึงปังเดินเข้าไปหา

“ยะ… อย่าเข้ามานะ” ร้องบอก ทั้งที่เสียงแทบจะไม่มี

ในสถานการณ์แบบนี้เขาควรสงสารหรือสมเพชผู้หญิงคนนี้ดี อิทธิพลวางเอกสารเหล่านั้นทิ้งลงขอบเตียง ตวัดสายตาคมคร้ามแสนดุไปมอง “ฉันอ่านเอกสารของเธอทุกอย่างแล้ว บอกมาซิว่าเธอเป็นใคร แล้วคนที่ชื่อนีรนุชเป็นใคร พวกเธอสองคนกำลังวางแผนอะไรกัน แล้วหวังอะไรจากตัวฉันกันแน่!

“โอ๊ย” มือเขาเอื้อมมาขยุ้มข้อศอกบาง ดึงกลับมากระแทกแผ่นอกกว้างร่างอรชรปลิวมาติดอย่างง่ายดาย เพราะพละกำลังของเขาเหนือกว่ามาก

“เจ็บนะ คุณจะทำอะไร ปล่อย ฮึก” หญิงสาวหวาดกลัวจนน้ำตาไหล แรงกายเขายามเคลื่อนเข้าหามันรุนแรงมาก กายหล่อนชอกช้ำไปหมดโดยเฉพาะส่วนนั้น จนถึงตอนนี้ภาพและความรู้สึกยังติดอยู่ในใจฝังลึกกลายเป็นปม

ปราณีตัวสั่นเทิ้มใกล้ชายแปลกหน้า ร้องไห้โฮร้องวอนขอความเมตตา

ในนัยน์ตาของเขาเหมือนมีไฟลูกเล็กๆ สว่างขึ้นมา ก่อนดับลงในเวลารวดเร็ว “ฉันจะถามเธออีกครั้งว่าพวกเธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่!

“ฉัน… ฉันกลัวแล้ว” หูตาหญิงสาวแดงไปหมด

“ไม่ได้จะฆ่า แต่ไม่แน่นะถ้ายังลีลาอาจฆ่าให้ตายก็ได้!

“คะ… คุณนุชให้ฉันมาติดต่อเรื่องงาน แต่ทำไมถึงถึงทำแบบนี้กับฉัน ฮึก” หญิงสาวตัดพ้อแม้จะเม้มปากแน่น ทว่าน้ำตากลับรินไหลลงมาหยดแล้วหยดเล่า ความโหดร้ายทางร่างกายและจิตใจที่ประสบพบเจอเมื่อคืนมันร้ายแรงมาก แต่ปราณียังอยากหายใจต่อ ยังมีความหวังในการมีชีวิตและกลับกรุงเทพ แม่ แม่พร ยังรอคอยหล่อนกลับไปหา ไม่ว่าเขาจะใจร้ายใส่แค่ไหน ขอแค่เขาไม่ฆ่า ปราณีจะยอมอดทนทุกอย่าง เพื่อสักวันจะหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย

กลั่นน้ำตาออกจากความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื้อตัวชอกช้ำ อ่อนแรงไปหมดไม่สามารถทัดทานหรือต่อสู้เขาได้เลย

เขากระชากไปทางไหนก็เหมือนจะลอยติดมือไปได้ง่ายๆ กระบอกตามันร้อนผ่าวๆ คล้ายจะมีไข้ เช่นเดียวกันกับลมหายใจที่ร้อนมากขึ้น

“หมายความว่ายังไง! ตอบ!” เขาตะคอกใส่  

“ขะ… เขาบอกให้ฉันมาชวนคุณไปร่วมหุ้น ฮือ… ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร แล้วจะหลอกได้ยังไง เงินของคุณฉันก็ไม่เคยได้รับสักบาท คุณนุชให้ฉันมาห้าพันไว้จ่ายค่าเดินทาง ฉันใช้จ่ายค่าตั๋วรถไปแล้วมันเหลืออยู่ไม่เท่าเดิม คุณเอาคืนไปเลยก็ได้ฉันไม่อยากได้เงินของคุณแล้ว

ชัดเจน เงินจำนวนนั้นผู้หญิงที่เป็นแม่เล้าขอเขาเพิ่มจริงๆ อิทธิพลไม่เคยรู้สึกเห็นใจใครมาก่อนในชีวิต โดยปกติเขาไม่แคร์ใคร เชื่อมั่นในตัวเอง ทว่าตอนนี้เขากลับนิ่งเงียบเพื่อมองหล่อนร้องไห้ และอธิบายถึงเหตุผล

“ฉันขอโทษถ้าทำอะไรให้คุณไม่พอใจ แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว… ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะขอเขา… ให้โอนเงินคืนให้คุณเองนะ” พร่ำขอความเห็นใจจากชายแปลกหน้า ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะติดต่อนีรนุชได้หรือเปล่า

ซวยอะไรของหล่อนกันนะปราณี ถูกว่าที่คู่หมั้นฉีกหน้าว่าขายตัว ถูกด่า แล้วยังถูกหลอกมาขายตัว ต้องเสียความสาวให้ผู้ชายแปลกหน้า เรียกร้องอะไรกลับมาก็ไม่ได้ ยังจะต้องมาขอความเมตตาจากเขาให้อย่าทำอะไรรุนแรง

ปราณีร้องไห้โฮ ร้องจนตาบวม ตาแดง จนกระทั่งคนใจร้ายเริ่มเปิดใจเชื่อ “แต่ถึงยังไงฉันก็ปล่อยเธอกลับไปไม่ได้ ฉันซื้อเธอมาหนึ่งเดือนตั้งแสนห้า!

“แล้วทำไม ฮึก คุณไม่ไปถามเงินคืนจากผู้หญิงคนนั้น!

แผดเสียงใส่เขาลั่นห้องดั่งคนไร้สติไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ หล่อนทั้งกลัว ทั้งอยากกลับบ้าน และเกลียดชังในตัวนีรนุชที่ทำกับตนเองมากถึงขนาดนี้ เหมือนร่างกายมันช็อตมันหมดแรง ปราณีไม่ผลักไสแต่ล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น เขาจำเป็นต้องปล่อยมือออกจากข้อศอกของหล่อน ปล่อยให้หล่อนนอนร้องไห้ซุกใบหน้าลงกลางหมอน หวังให้มันช่วยลดเสียงร้องไห้ให้เบาลง

“ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นมาคืนคุณหรอก ฉันเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ฮือ… ฉันกลัวแล้ว คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฮือ

กายอรชรสะอื้นจนตัวโยน กลัว ฝืนไว้แล้วแต่ตัวยังสั่นเหมือนเดิม

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจำเป็นต้องทนมองภาพเหล่านั้น ตอนนี้นึกอยากด่าศรันย์ชะมัดที่ไม่เช็ดข่าวให้ดีๆ ใส่ร้ายหล่อนว่าขายตัวจนเขาสนใจ ถึงจะสงสารแต่อิทธิพลไม่ได้ใจดีถึงกับยอมปล่อยสาวไป ทั้งที่เพิ่งได้แค่ครั้งเดียว

“ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้หรอกนะปราณี ยังไงเธอต้องอยู่กับฉันที่นี่ให้ครบหนึ่งเดือน! แต่ถ้าเธอไม่เต็มใจให้ฉันแตะต้องเนื้อตัว ฉันก็จะไม่ทำ!

คนอย่างนายอิฐ พูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น!

“เอาล่ะ ทีนี้บอกฉันมาได้แล้วว่าคนที่ชื่อนีรนุชเป็นใคร” จี้ถามทว่ากลับไม่ได้คำตอบ อิทธิพลรู้แล้วว่าเจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากพูดอะไร

“ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ พักผ่อนซะ อย่าคิดหนีก็พอแถวนี้มีแต่ป่าหนีไปก็หลงทางเปล่าๆ ฉันไม่ได้ใจดีกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้หรอกนะ!” ดวงหน้าคมเข้มค่อนข้างนิ่งขรึม เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มตวัดขึ้นมาคลุมกายอรชร ในจังหวะที่เผลอตัวโน้มใบหน้าลงไปใกล้เจ้าของร่างรีบเมินหน้าหนีไปทางอื่น

“ไหนคุณบอกว่าจะไม่แตะต้องตัวฉันไง

“อย่าคิดหนีเชียวนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ใจดีกับเธออีก!

โดยไม่จำเป็นต้องรอคอยคำตอบหรือการพยักหน้ารับ อิทธิพลหมุนกายหันหลังให้ก้าวฉับๆ ออกจากห้องนอนไปยังห้องครัว ลงมือทำข้าวต้มด้วยตัวเอง เขาทำอาหารได้แต่อาจจะไม่อร่อยมาก หรือบางครั้งหนักหน่อยก็กินไม่ได้ต้องเทให้หมา กลิ่นของมันค่อนข้างหอมแม้หน้าจะไม่สวยมาก เขาตักใส่ถ้วยมันร้อนมากต้องใช้จานมารองเพื่อประคองถือมันย้อนกลับเข้ามาในห้องพัก

ปราณีหลับไปแล้ว เขานำถ้วยโจ๊กวางลงโต๊ะเตี้ยข้างหัวเตียงกำลังจะแตะปลุกให้ตื่น ทว่ากลับต้องตกใจเมื่อแขน ขา รวมถึงเนื้อตัวส่วนอื่นของหล่อนร้อนเหมือนไฟ! ฉิบหายแล้วไหมล่ะไอ้อิฐ มึงจะกลายเป็นฆาตกรก็คราวนี้แหละ!

“ปราณี ปราณี! เธอได้ยินฉันไหม ห้ามตายเด็ดขาดนะ!

 

 

 

 

พ่ายรักภรรยามือสอง
คณานางค์
www.mebmarket.com
‘ปราณี’ โชคร้ายถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัวแล้วโชคชะตาเล่นตลกให้มาเจอ อิทธิพล เจ้าของสวนยางพาราผู้มีนิสัยดุร้ายเขามองผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ที่ระบายความใคร ไม่เคยรักใครจริง ‘อิทธิพล’ ซื้อหล่อนด้วยเงิน จนกระทั่งรู้ความจริงว่าเข้าใจผิดหัวใจของเขาก็รักและค่อยๆ เปิดรับหล่อนเข้ามาแต่แล้วเรื่องราวจะจบลงอย่างไรเมื่อความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้มันกำลังจะทำลายตัวเขาเอง!


E-BOOK ราคา 179 บาทค่ะ

 

 


แสดงความคิดเห็น

emotion