บทที่6 50% สาวเจ้าเสน่ห์

บทที่6 50% สาวเจ้าเสน่ห์

19 / 19    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

เช้าวันต่อมา

ชาครีย์ตื่นเช้ามาวิ่งออกกำลังกายริมชายหาดเป็นประจำ เขาค่อนข้างดังในย่านนี้ เป็นที่เคารพและเกรงกลัวของพนักงานรวมถึงคนท้องถิ่น เดิมทีรีสอร์ทนี้ไม่ใช่ของเขา เขาไม่เคยทำธุรกิจประเภทนี้เลย ปกติก็ทำฟาร์มมุกอยู่เกาะไอรักกับลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

สามปีก่อนเจ้าของเดิมมีปัญหาสุขภาพ ไม่มีลูกหลาน ก็เลยอยากขายทอดตลาด บังเอิญว่ารู้จักกันเขาก็เลยให้ทนายเข้ามาช่วยดู และชักชวนอชิรวิทย์ให้มาร่วมลงทุนด้วยกัน ต่อเติม ปรับปรุง ขายออกไปจนมันกว้างใหญ่เป็นรีสอร์ทห้าดาวอันดับต้นๆ ของจังหวัดภูเก็ตบนเนื้อที่หลายสิบไร่ แล้วก็บังเอิญอีกที่ชาวบ้านมาเสนอขายที่ดินติดรีสอร์ทให้แต่ทำเลมันไม่ดีคืออยู่บนเนินเขา เขาอยากช่วยให้ชาวบ้านมีเงินใช้ ก็เลยรับซื้อไว้แล้วให้สถาปนิกเข้ามาดูที่ดิน แล้วเสนอแบบบ้านตามจินตนาการของเขา

ธุรกิจรีสอร์ทสร้างเม็ดเงินให้เขาต่อปีจำนวนมาก นักท่องเที่ยวเข้ามาพักเต็มเกือบทุกวัน ช่วงไหนมีแนวโน้มคนน้อยเขาก็จะมีโปรโมชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรโมชั่นลูกค้าเก่าที่มาพักประจำ

เขากับอชิรวิทย์เข้าขากันบริหารงานได้ดีจนคืนทุนในระยะเวลารวดเร็ว ดังนั้นทั้งสองจึงเล็งเห็นว่าควรจะขยายรีสอร์ทเพิ่มบนพื้นที่ติดชายหาดเช่นเดียวกัน ใช้เงินลงทุนหลายสิบล้าน ที่ตั้งของรีสอร์ทใหม่อยู่บนชายหาดส่วนตัวใกล้หาดกะรน แถวนั้นคลื่นลมค่อนข้างแรงถ้าคนว่ายน้ำไม่เก่งไม่สามารถเล่นน้ำได้ นี่เป็นข้อเสีย ดังนั้นงบประมาณก่อสร้างจึงตั้งไว้ไม่สูงมาก ร่างสูงวิ่งไปทางไหนก็จะมีสายตาสาวๆ มองตามตลอด บางคนที่เป็นลูกค้ามาพักผ่อนแล้วรู้จักเขา ก็เข้ามาทักทาย เขาก็หยุดคุยด้วย วิ่งจนเหงื่อโชกไปทั้งตัวถึงวิ่งขึ้นเนินเขากลับมายังบ้านของตนเอง หลังที่สองรองจากบ้านไม้ขนาดกลางบนเกาะไอรัก ไกลจากฝั่งยี่สิบนาที

“อาหารเช้าป้าตั้งไว้บนโต๊ะริมระเบียงนะคะนาย” ป้ามารอหน้าบ้านเป็นประจำ หลักๆ จันทร์ถึงพฤหัสบดีเขาจะอยู่นี่ ส่วนุดสัปดาห์จะไปอยู่บ้านบนเกาะ ส่วนงานก็เทียวไปเที่ยวมาระหว่างเกาะเกือบทุกวัน

“ขอบคุณครับ”

เขารับผ้าผืนเล็กมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า รับเอาขวดน้ำจากป้าแม่บ้านมาเปิดดื่มแล้วเดินขึ้นบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสุภาพเตรียมตัวเข้ารีสอร์ทไปเคลียร์งาน ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนเที่ยง เพราะต้องไปดูแลงานบนเกาะแล้วก็นั่งสปีดโบ้ตไปดูเกาะรังนกทางฝั่งกระบี่

ได้อาบน้ำแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมามาก ชาครีย์ดึงลิ้นชักออกเพื่อเลือกนาฬิกามาใส่ เขาเป็นผู้ชายคลั่งนาฬิกา สะสมไว้เยอะมีเกือบยี่สิบเรือน แต่ละเรือนราคาเหยียบแสนทั้งนั้น ฉับพลันนึกขึ้นได้ว่ายังไม่โทรหาอชิรวิทย์ก็เลยหยุดการหานาฬิกาชั่วขณะ แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือ

“กูกำลังจะเข้าไปเคลียร์งานที่รีสอร์ท แล้วเก้าโมงจะไปคุยงานกับมิสเตอร์แอนดรูแทนมึง สิบโมงตรงมึงอย่าลืมเข้ารีสอร์ทไปคุยกับทีมออกแบบภายใน แล้วให้คนพาเขาไปที่ไซต์ด้วยล่ะ”

สั่งยาวไม่ให้เพื่อนได้เถียง มันบ่นหลายคำแต่สุดท้ายก็ยอมเออออตามแล้วขอตัดสายไปกินข้าวกับลูก

 

เพื่อนรักเหมางานไปทับตัวเองหมด วันนี้อชิรวิทย์จึงว่างเป็นพิเศษ เขาพาทีมงานมาไซต์ด้วยตัวเอง โซนกำลังก่อสร้างก็ก่อสร้างไปส่วนโซนสร้างเสร็จแล้วก็ให้ทีมออกแบบภายในเข้ามารับงานต่อ เพราะอยากเร่งงานให้เสร็จทันไตมาสสุดท้ายของปีนี้

“ก็อย่างที่ทุกคนรู้ดีแหละครับว่าหาดแถวนี้คลื่นลมแรง คอนเซ็ปการออกแบบผมก็เลยอยากให้มันพิเศษจนสามารถกลบข้อเสียนี้ไปได้ ผมไม่มีไอเดียเรื่องนี้แต่เพื่อนร่วมหุ้นของผมต้องการสไตล์ธรรมชาติแต่เรียบหรู ยังไงพวกคุณประเมินเสร็จก็เสนอคอนเซ็ปมาได้เลยนะครับ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณคุณชินมากนะคะที่พาเรามาถึงที่นี่” เอมิกาเป็นแม่ทีมเอ่ยคำนั้นออกมา คนระดับอย่างเขาไม่จำเป็นต้องเดินทางตากแดดตากลมมาถึงไซต์ จะให้ใครพาพวกตนมาก็ได้

“ไม่เป็นไรครับ คนทำงานด้วยกันก็ต้องดูแลกัน แล้วนี่... เรื่องที่พักเป็นยังไงบ้างครับ สะดวกสบายดีไหม อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า บอกผมได้นะ ทางเราจะจัดหามาให้”

“ทุกอย่างโอเคหมดค่ะ ขอบคุณคุณชินอีกครั้งนะคะ”

ตอบหลังจากทุกคนพยักหน้ารับ ไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะแหวนกับสองที่เป็นคนอยู่ในบ้านพักพนักงานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับ ทุกคนจะได้เริ่มทำงาน” อชิรวิทย์ปรายสายตาไปมองสาวหน้าใสแว้บเดียวเท่านั้นก็ดึงสายตากลับมามองเอมิกา ไม่แสดงพิรุธออกมาเลยสักนิด พลางนึกถึงเพื่อนรักที่ป่านนี้ทำงานหนักจนสลบกลางอากาศไปแล้วมั้ง

เคลียร์งานเสร็จต้องไปคุยงาน พอตกบ่ายก็ไปเกาะไอรัก นั่งเรือต่อไปกระบี่อีกเพื่อดูธุรกิจรังนกธุรกิจส่วนตัวของมัน สมน้ำหน้า อยากไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงดีนัก เขาได้ทีก็โยนงานให้มันทำใหญ่เลย

“เดี๋ยวเอลลี่เดินไปส่งที่รถนะคะ”

คล้อยหลังเอมิกาออกไปส่งเจ้าของรีสอร์ท วณิชยาก็เริ่มเดินสำรวจรอบๆ รีสอร์ท สังเกตเห็นว่าทุกหลังจะเหมือนกันหมดดังนั้นจึงไม่ต้องรอให้วิศวกรก่อสร้างเสร็จถึงเริ่มออกแบบในส่วนที่เหลือ หน้าที่หลักๆ ของงานหล่อน หลังจากออกแบบการตกแต่งภายในเสร็จ ก็ต้องคำนวณแบบ เลือกวัสดุตกแต่งให้ตรงตามความต้องการเจ้าของรีสอร์ทตามที่เคยคุยกันไว้ จากนั้นหล่อนต้องประเมินค่าใช้จ่าย นำแบบที่สร้างไปเสนอให้ลูกค้าพร้อมกับงบประมาณเพื่อให้เขาพิจารณา

ร้อยทั้งร้อยคือต้องแก้ต้องปรับ ก็ปรับไปจนกว่าลูกค้าจะถูกใจ ถูกหลักฮวงจุ้ยอะไรก็ว่าไป แล้วแต่รสนิยมของคน หลังจากนั้นหล่อนจะต้องส่งแบบให้กับผู้เชี่ยวชาญในงานสายต่างๆ เช่น งานเหล็ก งานไม้ ให้เขาทำตามแบบที่หล่อนสร้าง จากนั้นคอยปฏิบัติงาน ประสานงานต่างๆ ตลอดจนให้คำปรึกษาแก่ช่างเพื่อให้งานแล้วเสร็จ และเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าที่คุยกันไว้ตั้งแต่ตอนแรก ส่งงาน เป็นอันเสร็จ

เหมือนจะง่ายแต่มันยากมาก ทุกคนทำงานจริงจัง ปรึกษาหารือกันเสียงดังเพื่อระดมไอเดีย เลยเวลาพักเที่ยงไปแล้วก็ยังไม่ได้กินข้าว เอมิกาจึงต้องเป็นคนออกไปซื้อข้าวกล่องกับขนมมาตุนเสบียงไว้ให้น้องๆ ของตน

“อึดกันจังนี่จะบ่ายแล้วนะ มาพักกินข้าวกินลูกชิ้นกินขนมก่อนเร็ว ค่อยไปทำต่อ” เดินเข้ามาส่งเสียงบอกพร้อมกับชูถุงเสบียงขึ้นอวด เสียงสวรรค์ลอยมา ทีมงานต่างวิ่งเข้ามาล้อมของกินทันที เหลือเพียงสองเท่านั้นที่ยังนั่งมองวณิชยาใช้ไอเดีย เอมิกาหมั่นไส้หลานชายก็ร้องเหน็บ

“ที่เลือกมาฝึกงานบริษัทน้าไม่ตั้งใจมาศึกษาหาความรู้เหรอจ๊ะคุณหลาน” เหน็บแค่นั้นเองเจ้าสองก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอขัดใจ เลิกมองหน้าวณิชยาแล้วมากินข้าวร่วมกับคนอื่นๆ

เอมิกาส่ายหน้าไปมา เอือมระอาเจ้าหลานชายคนนี้ที่ริอ่านจะจีบผู้หญิงที่อายุมากกว่าตัวเอง แถมมีลูกแล้ว

สาวใหญ่เดินเข้ามาหาคนที่ใช้สมาธิทำงานจนไม่สนใจใครหน้าไหน หลุบสายตาลงมองก็อมยิ้ม ประทับใจในความว่องไวของวณิชยา

“วันแรกทำงานได้เท่านี้พี่ก็ว่าโอมากแล้วนะ ไม่ต้องหักโหมขนาดนี้ก็ได้ น้องนิวพักก่อนเถอะนะ ไปกินข้าวกัน”

“พี่เอลลี่กินก่อนได้เลยค่ะ นิวยังไม่ค่อยหิว”

ตอบทั้งที่ยังตั้งใจทำงานจนมือหงิกไปหมด ทำต่อนานเข้าเห็นเอมิกาไม่เดินไปไหนสักทีก็เกรงใจคิดว่าพี่เอลลี่ก็คงหิว แต่อยากให้ลูกน้องได้กินข้าวพร้อมกันจึงยอมวางมือ ยิ้มประจบ

“เราไปกินข้าวกันก่อน แล้วนิวค่อยกลับมาทำงานต่อก็ได้ค่ะ”

“ดีจ้ะ” เอมิกาจับมือวณิชยาไปยังโต๊ะเล็กๆ ที่ทุกคนยืนล้อมกันกินอาหาร ทีมงานมีไม่กี่คนเท่านั้นเพราะบริษัทของเอมิกาเล็กนิดเดียว ก็เกณฑ์กันมาหมดเพราะงานนี้ถือว่าใหญ่มาก

 

“อยากกินส้มตำจังเลย เลิกงานเราไปกินกันไหมทุกคน ร้านแถวหน้าที่พักเด็ดมาก แซ่บเวอร์” แหวน สาวทอมหัวครีเอทีฟเสนอ ทว่าได้รับการคัดค้านจากสอง เด็กฝึกงานคนเดียวของบริษัท

“ส้มตำอีกแล้ว เมื่อวานก็ชวนผมไปกิน บอกไม่หิวก็ลากไปจนได้ น่าเบื่อ! แทนที่ผมจะได้ไปนั่งร้านเหล้าชิวๆ ถ่ายรูปอัปลงไอจีเรียกไลค์”

“คนมันเปรี้ยวปากอยากกินนี่นา แกจะบ่นไรเยอะแยะ”

สาวทอมโวยวายใส่เด็กเส้นเจ้านาย ปกติบริษัทเปิดใหม่ถ้าเลือกได้คงไม่ค่อยมีใครอยากมาฝึกงานด้วยหรอก ส่วนใหญ่ก็ไปบริษัทใหญ่เพื่อโปรไฟล์จะได้ดูมีอะไรมากขึ้นเวลาไปสมัครทำงาน แต่สองเลือกจะมาฝึกงานที่นี่เพราะเป็นญาติกับเอมิกา แล้วเขาก็แอบชอบวณิชยามากด้วย

“ผมอยากรู้มาก ว่าส้มตำมันคือยาอายุวัฒนะสำหรับเพศหญิงเหรอ กินได้ทุกวี่ทุกวัน นานไปท้องไส้จะพังเอาเด้อแล้วจะหาว่าผมไม่เตือน” ทีบ่นสาวทอมบ่นเสียงแข็งยังกับเหล็ก แต่พอคุยกับวณิชยาเสียงอ่อนยังกับปุยนุ่น “ผมว่าเราไปหาอะไรอย่างอื่นกินดีกว่านะครับพี่นิว”

คนอื่นพร้อมใจกันอาเจียนออกมาจนสองชักจะอารมณ์ขึ้น ไม่เกรงใจอะไรทั้งนั้นว่าใครจะอายุเยอะกว่าเพราะถือว่าตัวเองเป็นเด็กเส้น เป็นญาติกับเจ้าของบริษัทออกแบบภายในแห่งนี้

“เวลาทำงานนี่ตั้งใจเหมือนตอนจีบสาวไหมฮะ น้าจะเซ็นไม่ให้สองผ่านงาน คอยดูนะ”

 


แสดงความคิดเห็น

emotion