บทที่ 3 (3)

บทที่ 3 (3)

39 / 39    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 


อิทธิพลใช้ถึงสองนิ้วในการกระตุกเกสรดอกไม้ให้ ช่วยเหลือจนกระทั่งสะโพกกลมกลึงขยับหลบหนี อารมณ์ทะยานขึ้นสูงจนเสร็จไปหนึ่งรอบ ถึงผลักหัวเข่าสวยให้แยกออกไปคนละทางกลับมาเบียดเสียด นำพาแก่นกายเบียดเข้าไปอีกครั้งให้ลึกมากกว่าเดิม

เสียงเขาแหบพร่าครางยามถูกบีบรัด เช่นเดียวกับเจ้าของร่างกายที่เจ็บเจียนตายแต่กลับอ้อนวอนขอร้องอะไรไม่ได้ อิทธิพลไม่สนใจเลยว่ามันบอบช้ำมากแค่ไหน ขยับถี่ๆ เติมเข้ามาจนเต็ม เขายอมปล่อยมืออกจากปากสวยเพื่อจะใช้มือทั้งสองข้างแยกแย้มเรียวขาออก ถอด เติม ถอดและเติมสลับเข้ามาอย่างนั้นจนกระทั่งช่องทางคับแคบขยายออก

วิเศษสุด ต่อให้ต้องจ่ายแสนหนึ่งเพื่อแลกกับเซ็กซ์ครั้งนี้แค่ครั้งเดียวเขาก็ว่าคุ้ม อิทธิพลแลบลิ้นเลียรอยริมฝีปากขยับกายช้าๆ พลางทอดสายตามองดวงหน้าสวยที่ยังคงมีน้ำตา เจ้าหล่อนมีสีหน้าเจ็บปวด ครางปนสะอึกทุกครั้งที่เขาขยับกาย ยกสองมือมากอดทรวงอกไว้ไม่ให้เขาได้จับหรือมอง

“ฮึก… ฮือ…” เจ็บเหลือเกิน ทำไมถึงต้องรุนแรง

“อาร์ โคตรแน่น โคตรคุ้มเงินเลย”

อิทธิพลแลบลิ้นเลียปาก โน้มกายลงใกล้ กระซิบเสียงพร่าใกล้ๆ ผิวพรรณของหล่อนขาวสวยเป็นธรรมชาติ ดีแล้วแหละที่ไม่ได้แต่งหน้าเพราะเขาเองก็อยากจะมองอะไรที่สบายตาบ้าง

“ไหนๆ ฉันก็ซื้ออีตัวอย่างเธอมาตั้งแพง บริการให้มันสมกับเงินหน่อยสิ!”

“ฮึก… สารเลว” บอกผ่านไรฟัน เจ็บปวดกายปวดใจเกินจะทนไหว เมินหน้าหนีไม่อยากมองคนใจร้าย ปราณีเจ็บทุกครั้งที่เขาถอดถอนกายออกและพุ่งกลับเข้ามาข้างใน เจ็บปวดไปหมดทั้งร่าง แขน ขา ทรวงอก หรือแม้กระทั่งส่วนนั้น หล่อนทรมานแทบขาดใจปรารถนาอยากให้มันจบลงเร็วๆ

“เออ! เลวแล้วไง คนแถวนี้ไม่มีใครว่าฉันเป็นคนดีสักคนหรอก!”

ชั่ว เลว ซาตานไร้หัวใจ สวะสังคม คำอะไรแรงๆ พวกมันก็ด่ามาหมดแล้ว แรงมาเขาก็ซัดกลับไปแรงพอกัน ให้รู้กันไปว่าเขาไม่เคยกลัวใคร!

เสียงเนื้อแนบเนื้อดังมาก เขาเพิ่มแรงขึ้นมากแค่ไหนความเจ็บปวดระลอกใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่หัวใจหล่อนทุกครั้ง “อื้อ… เจ็บ”

เขาไม่สนใจ หยัดกายขึ้นแล้วเร่งความเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ จับกายอรชรพลิกหน้าพลิกหลังทำอะไรต่อมิอะไรไปหลายท่วงท่า สติปราณีเลือนหายใกล้จะดับลงเต็มที ได้ยินเสียงเขาปลดปล่อยตัวเองไปเกินสองครั้งแต่ก็ยังหยิบถุงยางซองใหม่มาฉีกทิ้ง และสวมทับเข้าไปราวกับพร้อมใช้งานตลอดทั้งคืน

เสียงเนื้อแนบเนื้อดังพับๆ ทั่วห้องนานติดต่อกันหลายชั่วโมงจนตอนนี้ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว ปราณีหมดแรงจะร้องไห้หรือด่าทอ ดวงตาเลือนรางเต็มทีมีเพียงม่านน้ำตาใสๆ เท่านั้นที่เคลื่อนมากำบังก่อนจะค่อยๆ ดับลง ไม่รู้สึกตัวอะไรอีกเลย แม้ว่าเจ้าหล่อนจะหลับไปแล้วแต่เรี่ยวแรงในการปลดปล่อยยังไม่ยอมลดลงเลย

อิทธิพลลูบเรียวขาสวยขึ้นลงหลายครั้ง มีอารมณ์ร่วม เริ่มจะเมื่อยจึงยกเรียวขาข้างหนึ่งขึ้นโถมกายเข้าทางด้านหลัง เติมเต็มเข้าไปจนสุดทางรัก โน้มริมฝีปากไปขบเม้มเรียวหูสวยเบาๆ สะโพกกำยำขยับเร็วปานติดสปริงและสามารถปล่อยธารน้ำสีขาวออกไปได้เป็นครั้งที่สี่ในรอบคืนนี้ ยังเหลือถุงยางอีกหนึ่งชิ้น นอกเหนือจากนั้นอารมณ์เขาก็ยังไม่หมดเลย

ส่วนนี้ยังแข็งแรงอยู่เลย หงุดหงิดชะมัด!

เขาจำต้องยอมปล่อยกายอรชรให้เป็นอิสระ พากายเปล่าเปลือยลงมายืนข้างเตียง เดินไปหยิบผ้าห่มมาถือไว้แล้วมองหล่อนที่นอนงอตัว และยับเยินไปหมดในสายตาของเขา ผิวหล่อนจากที่ขาวจัด ตอนนี้มีรอยแดงเต็มไปหมด รำคาญฉิบ เขาเกลียดผู้หญิงอ่อนแอที่สุดในโลก

กำลังจะวางผ้าห่มคลุมร่างไว้ทว่าสายตากลับมองไปเห็นคราบเลือดเล็กๆ ตรงจุดที่หล่อนนอน มันเป็นสีแดงขุ่นไม่เหมือนเลือดประจำเดือน และเมื่อเพ่งมองอย่างตั้งใจขนทุกเส้นบนกายก็พร้อมใจลุกฮือ ความฟิตของส่วนนั้นไม่ได้มาจากการรีแพ แต่มาจากความบริสุทธิ์งั้นเหรอ

ถ้าอย่านั้นที่หล่อนบอกว่าไม่รู้เรื่อง มันจริงเหรอ?

“นี่มันเรื่องอะไรกันวะ”

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว อิทธิพลนั่งลงข้างเตียงสีหน้าเขาค่อนข้างเครียด เขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบสะโพกก่อนตัดสินใจโทรกลับไปที่เบอร์เดิม แต่แล้วกลับพบว่าไม่สามารถติดต่อได้

ช่างเถอะ ถ้าจะนับคนผิดต้องเป็นยัยคนชื่อนีรนุชไม่ใช่เหรอ!

อิทธิพลอาบน้ำแต่งตัวชะล้างร่างกาย ก่อนขับกระบะคันเดิมกลับมาถึงบ้านกลางสวนยางเกือบตีสอง เขาเหลือบสายตาไปมองร่างกายยับเยินในชุดคลุมอาบน้ำ ถอนหายใจใส่แล้วลงจากรถเดินอ้อมมาอุ้มหล่อนพาเข้าไปพักผ่อนในบ้าน เปิดห้องนอนชั้นหนึ่งให้โดยห้องนี้มีอีกชื่อว่า ‘ลานประหาร’

ห้องนี้เป็นโทนสีขาวสบายตามีเตียงตั้งอยู่มุมด้านในสุด เฟอร์นิเจอร์มีไม่กี่อย่าง ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางหนังสือ เตียงนอน และตั้งคอมพิวเตอร์ทว่าไร้เครื่องคอมพ์ เขาอุ้มร่างที่ยังมีลมหายใจเข้าไปวางลงกลางเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาตลบคลุมโปงอย่างไม่สนใจ แต่กลัวจะหายใจไม่ออกจึงยอมดึงลงมาให้วางไว้ในระดับทรวงอกเท่านั้น เขาพยายามจะมองเมินแล้วแต่รอยแดงจ้ำๆ ตามนอกร่มผ้ามันเด่นชัดเหลือเกิน ไม่ได้เปิดออกดูเพราะก่อนหน้านี้เขาเห็นชัดเต็มตาแล้ว เขาหันหลังให้นั่งลงบนขอบเตียงครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะย้อนกลับเข้าไปในรถขโมยกระเป๋าเป้ใบเล็ก ไม่ลืมล็อกประตูไว้แน่นหนาป้องกันหล่อนหลบหนี

เขาขึ้นห้องนอน จัดการเทของทั้งหมดในกระเป๋าลงบนเตียงกว้างขนาดหกฟุต ใช้นิ้วเขี่ยๆ ดูเห็นชุดลำลองธรรมดาสองสามชุด ชั้นใน ของใช้ในห้องน้ำ ครีมบำรุงผิวไม่กี่กระปุก หาซื้อได้ตามร้านทั่วไปแต่ละอย่างราคาถูกทั้งนั้น

กระเป๋าเงินเปิดดูมีเงินไม่ถึงสามพันด้วยซ้ำ แคะๆ ดูเพื่อหาบัตรประชาชน เขาพลิกหน้าพลิกหลังก่อนจะอ่านชื่อ ปราณี วัฒนา

ทำไม… ถึงเป็นคนละชื่อกับที่เขาโอนเงินไปให้ล่ะ

 


แสดงความคิดเห็น

emotion