บทที่ 2 (4)

บทที่ 2 (4)

32 / 32    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

พยักหน้ารับทำสีหน้าเหมือนเข้าอกเข้าใจเหลือเกิน แต่ทว่าเขตแดนสามารถมองออกว่านั่นก็แค่ความตอแหลของมันเท่านั้น จึงโกรธจัดมากกว่าเดิม

“มึงมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจเอาแต่ได้ กลัวคนอื่นได้ดีมากกว่าตัวเอง ระวังตัวไว้เถอะ! ทำตัวให้คนเกลียดชังขี้หน้ามากๆ สักวันมึงจะกลายเป็นศพนอนอืด นอนตายเป็นผีเฝ้าสวนยางของมึง!” 

เขตแดนตวาดลั่นด้วยโทสะโง่ล้วนๆ ทว่าจู่ๆ ประตูกลับถูกผลักเข้ามาตามด้วยร่างกายสวยงามของสตรีคนหนึ่ง สองหนุ่มหันกลับไปมองพร้อมกันต่างแปลกใจว่าทำไมคุณนายถึงมาที่นี่

คุณนายรัศมีมารดาของอิทธิพลส่งยิ้มเยือกเย็นไปให้ชายหนุ่มรุ่นลูก ชูโทรศัพท์ขึ้นและกดเปิดเสียงบันทึกให้ฟัง ส่งผลให้เขตแดนถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาทันได้ยิน และมีสติกดบันทึกเสียงไว้

“ถ้าลูกชายฉันเจ็บแม้แต่ปลายก้อย หลักฐานชิ้นนี้จะถูกส่งต่อให้ตำรวจทันที” เอ่ยแล้วท่านก็ยิ้มอีกครั้ง เมื่อเถียงอะไรไม่ได้เขตแดนจึงหันเร็วกลับไปจ้องหน้าอิทธิพลอีกครั้ง มันยกไหล่ขึ้นเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ น่าเจ็บใจนัก!

เขตแดนฮึดฮัดขัดใจยอมล่าถอยออกไปจากสำนักงาน พนักงานของมันยืนออกันเต็มหน้าประตูทว่าต่างก็รีบก้มหน้าก้มตาหลบ

ทำไมคนตระกูลนี้มันถึงได้ฉลาดแกมโกงตั้งแต่รุ่นพ่อแม่มายันรุ่นลูกนักวะ เขตแดนโมโห เดินหัวเสียกลับไปขึ้นรถและขับออกไปด้วยความเร็วสูง ฝุ่นหน้าสำนักงานลอยฟุ้งเต็มไปหมด

“เซอร์ไพร์สจังเลยนะครับ นึกว่าแม่จะไม่มาด้วยตัวเองซะอีก” ปกติท่านจะให้คนขับรถมารับหลานกลับบ้านในตัวจังหวัดเท่านั้นไม่ค่อยมาด้วยตัวเอง แต่วันนี้มาแปลกแถมมาได้ตรงเวลาพอดีซะด้วย เป๊ะเวอร์

“ถ้าไม่มาด้วยตัวเองจะรู้เหรอว่าลูกแอบไปซื้อที่ดินมาเพิ่มอีกแล้ว มิหนำซ้ำยังหาเรื่องกับตาเขต”

“มันอ่อนแอเองนี่นาช่วยไม่ได้ นั่งก่อนสิครับ”

“กี่ล้านล่ะคราวนี้”

“ก็ไม่มากหรอกครับ เกือบๆ ห้าสิบล้านได้”

คุณนายจะบ้าตาย ลูกผลาญเงินเก่งชะมัด “ช่างเถอะ แม่เชื่อว่าลูกบริหารงานให้มีผลกำไรงอกเงยได้ แม่ขับรถสวนทางกับตากริชเมื่อกี้”

“ใช่ครับ ผมใช้เจ้ากริชให้ไปทวงหนี้ชาวบ้าน ได้มาแสนกว่าๆ”

“ใช้หลานทวงหนี้? ลูกจะบ้าไปแล้วเหรอ ตากริชเพิ่งยี่สิบเองปลายเดือนที่แล้วเองนะ ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ให้ใช้แล้วเหรอ” ไม่อยากจะเชื่อเลย ลูกคิดได้ยังไงเนี่ย คุณนายแม้อายุจะร่วงโรยไปเลขห้าแล้วทว่ายังสวย แต่งหน้า ทำผม แต่งกายด้วยชุดเรียบหรูมีระดับ ท่านดึงเก้าอี้ออกนั่งลงพลางมองหน้าลูกชาย

“ชีวิตคนเราไม่ต้องซีเรียสตลอดก็ได้ ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาดีผมก็พอใจแล้ว” ยกไหล่ขึ้นชิลล์ๆ ไม่สนใจว่ามารดาจะคิดหรือจะต่อว่าตนเองยังไง

ชายหนุ่มดึงแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากวาดสายตาอ่านคราวๆ ยังไม่มีเวลาดูเพราะช่วงเช้าจนมาถึงตอนนี้เขาขลุกอยู่ในสวนตลอด ส่วนงานเอกสารจะเข้ามาดูเฉพาะช่วงบ่ายจนถึงเวลาเลิกงานเท่านั้น ชีวิตเขาไม่มีอะไร มีแต่งาน งาน งาน

“ผมนึกว่าจะให้คนขับรถมารับหลานซะอีก ไม่คิดว่าแม่จะมารับด้วยตัวเอง” เห็นว่าจะพาหลานไปเที่ยวอ่าวนาง กระบี่ ไปเยี่ยมคุณยายทวด

“ถามแปลก แม่ก็คิดถึงลูกเป็นนะอยู่ตั้งไกลกัน แถมเราไม่ได้เจอกันหลายสัปดาห์ อยากจะแวะมาดูหน้าลูกบ้างไม่ได้เหรอจ๊ะ” คุณนายยิ้มมุมปาก

“ไม่ได้ เพราะผมรู้ว่าแม่คงไม่มาด้วยเหตุผลแค่นี้แน่ๆ” หัวเราะแบบยิ้มๆ ดึงลิ้นชักออกหยิบเอกสารลูกหนี้มาอ่านร่วมด้วยจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา

“ก็จริงของลูก” ท่านยอมรับง่ายๆ รอกระทั่งไอ้ตัวดีตวัดสายตามามองจึงพูดต่อ “แม่จะมารับหลานไปอยู่ด้วยหลายวัน โรงเรียนเจ้าคุณปิดถึงวันอังคาร วันพุธตอนเช้าแม่จะให้คนขับรถมาส่งเข้าเรียนเลย เพราะฉะนั้นแม่ถึงต้องมาเตือนอิฐด้วยตัวเอง ว่า… ห้ามพาผู้หญิงมามั่วที่บ้านเด็ดขาด จะมีก็ไปมีนอกบ้าน แล้วก็อย่าหละหลวมเรื่องป้องกัน แม่เบื่อจะฟังเวลาได้ยินชาวบ้านนินทาลูก”

“ก็เรื่องของพวกเขา ผมไม่สนใจขี้ปากใครหรอก”

“สนบ้างสักนิดก็ดีนะ ถามจริง มันตัดไม่ได้เลยเหรอเรื่องพวกนี้”

“ได้ แต่ไม่รู้จะตัดไปทำไม ผมไม่ได้มีเมียเป็นตัวเป็นตนสักหน่อย เอาเป็นว่าผมจะเพลาๆ ลงให้บ้างก็แล้วกัน” รับปากส่งๆ รำคาญจะพูดถึงเรื่องนี้

“แม่ไม่เข้าใจเลยอิฐ ทั้งที่ตระกูลเราก็ไม่มีคนติดเรื่องอย่างว่าขนาดนี้ แล้วทำไมลูกถึงติดนัก ไปหาหมอบ้างก็ดีนะ ไม่ก็ว่างๆ ลองไปฟังธรรมบ้าง”

“แม่ครับ แค่เรื่องงานผมก็เครียดมากแล้วนะ” เงยหน้าขึ้นมาจ้องท่านต่อเนื่องหลายวินาที เชิงจะบอกว่าอย่าสร้างเรื่องให้เขาเครียดเพิ่มได้ไหม

“ตามใจเถอะ จะทำอะไรก็ทำนี่มันชีวิตของอิฐนี่นา!

“ผิดตรงไหนล่ะครับแม่ ผมยังโสดอยู่นะ!

“โสดเหรอ ก็เพราะทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอหนูพราวถึงต้องตาย”

“แม่!” คำรามใส่ลั่นห้อง

แม้กระทั่งตัวคุณนายเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เกิดเดตแอร์ไม่มีใครพูดอะไรหลายวินาที กระทั่งคุณนายพูดทำลาย

“แม่พูดความจริง จะพอใจหรือไม่พอใจก็แล้วแต่อิฐเถอะนะ แม่แวะมาเตือนอิฐแค่นี้ แม่กลับก่อนล่ะจะแวะไปรับหลานที่โรงเรียนกลับบ้านด้วย”

ไม่มีคำว่าขอโทษหรืออะไรทั้งนั้น คุณนายรัศมีลุกจากเก้าอี้เดินออกจากห้องทำงานของลูกชายในทันที ทิ้งอิทธิพลให้นั่งกุมขมับเพียงลำพังบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ พยายามลืมเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่นี่ก็ผ่านมาร่วมเจ็ดปีแล้ว เขากลับไม่สามารถลืมได้เลยแม้แต่เสี้ยวสายตาแห่งความเสียใจ พราวฟ้าถูกรถชนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา และก่อนตายหล่อนมองมาที่เขา!

 

ฮือๆ อิฐทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง ทำลงไปได้ยังไง’ พราวฟ้าตัดพ้อทั้งน้ำตา ต่อว่า ด่าทอ กำหมัดทุบลงกลางอกเขาหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาล และนั่นเป็นวันสุดท้ายที่เราได้ยืนอยู่ข้างๆ กัน อิทธิพลนั่งในห้องทำงานตั้งแต่บ่ายจนกระทั่งฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน ปล่อยใจให้จมดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด เจ็บใจ เสียใจ สารพัดความรู้สึกตั้งแต่มารดาหลุดปากพูดถึงพราวฟ้า

เลิกกันเถอะ พราวว่าเราคงอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้แล้ว’ สายตาหล่อนในวันนั้นมองมาด้วยความเจ็บปวด สะท้อนเข้ามาในหัวใจเขาที่กำลังพังทลายลง

พราวไม่ผิดที่ขอเลิก ส่วนเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองผิดหรือเปล่า หล่อนเสียใจมากวิ่งหนีไปเขาพยายามวิ่งตามสุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งไปเห็นวินาทีที่หล่อนถูกรถกระบะชนเข้ากลางตัวจนร่างหล่อนลอยไปไกลหลายเมตร และเสียชีวิตคาที่

“ผมขอโทษนะพราว ขอโทษ” เพราะเรื่องวันนั้น เขาถึงไม่กล้าเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหน ไม่กล้าแม้แต่จะรักใครอีกเพราะกลัวจะต้องสูญเสียเหมือนในวันนั้น ผู้ชายเลวๆ อย่างเขามันเหมาะสมแล้วกับการอยู่คนเดียว และซื้อผู้หญิงกิน

มึงไม่ต้องมีใครหรอกไอ้อิฐ ชั่วชีวิตนี้มึงอย่าฝันเลยว่าใครจะมารักตัวตนรักจิตใจของมึง รอจนตายก็จะมีแต่พวกอีตัวเท่านั้นแหละที่อยากอยู่กับมึง!’

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของพ่อพราวฟ้า ท่านด่าเขาในวันเผาศพทั้งน้ำตา

หวนคิดถึงอดีตทีไรน้ำตามักจะไหลลงมาทุกครั้ง อิทธิพลดิ่งความรู้สึกลงไปให้สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องอ่อนแออีก ต้องทนให้ได้ไม่ว่าใครจะด่าเขาว่ายังไง

ไม่มีใครรักก็ช่าง เพราะเขาก็ไม่คิดจะรักใครอีกเหมือนกัน!

เขาพยายามเช็ดน้ำตาออกหลายครั้งจนเกลี้ยงเกลา รอคอยการติดต่อมาของโสเภณีคนนั้น ณ เวลานี้เขาเครียดและอยากระบายอารมณ์ให้หมดไป

ควรจะมาถึงนานแล้วสิ แต่ทำไมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวออกมา! อิทธิพลระบายลมหายใจเข้าออกอย่างผิดธรรมชาติ และในที่สุดการรอคอยของเขาก็สัมฤทธิ์ผล มีสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่ใช่เบอร์เดียวกับก่อนหน้านั้นที่เคยใช้ติดต่อขอซื้อบริการ ฮึ! โสเภณีระดับนี้ การจะมีเงินซื้อโทรศัพท์หรูหลายๆ เครื่องไว้รับแขกก็คงไม่ใช่เรื่องเกินตัวอะไร เหยียดริมฝีปากรังเกียจเดียดฉันท์ปรายสายตามองจนกระทั่งหน้าจอขาวสว่างดับลง และในครั้งที่สองของการพยายามติดต่อเข้ามาเขาถึงยอมหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนีย์ ใช่เบอร์คุณเจ้าของสวนยางไหมคะ เสียงสั่นแสนหวานเอ่ยมาตามสาย กล้ากลัวในการตั้งคำถามกลัวเขาจะไม่รับสาย

“ใช่!” เผลอตอบด้วยเสียงห้วน เข้ม

ดิฉันมาจากกรุงเทพนะคะ มาติดต่อเรื่องงาน

“รู้แล้ว ตอนนี้เธออยู่ไหนฉันจะไปรับ”

ดึงลิ้นชักเล็กออกเพื่อควานหากุญแจกระบะคันเก่า อายุใช้งานร่วมสิบปี แค่นี้ก็พอแล้วมั้งสำหรับการไปรับผู้หญิงขายบริการ

ดิฉันเพิ่งมาถึง บขสในอำเภอค่ะ รอแถวร้านข้าวมันไก่ ดิฉันมาในนามของคุณนุชนะคะ เธอบอกว่าคุณมีที่พักให้ก็เลยลองโทรมาถามก่อน

“คุณนุช?” งง นุชห่าเหวอะไร พูดเรื่องอะไรวะ

ดิฉันชื่อนีย์ค่ะ มาติดต่องานแทน

“รอแถวนั้นแหละ เดี๋ยวจะขับรถไปรับ”

ในส่วนของปราณีนั้น หลังวางสายหล่อนตกใจและแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมน้ำเสียงนายทุนคนนี้ถึงเย็นชานัก แต่ถึงอย่างนั้นสาวหน้าตาดีจากเมืองกรุงจึงยิ้มสู้เสือ 

ซึ่ง… น่าจะเป็นเสือตัวร้ายด้วยมั้ง

 

 

 

 

ขอบคุณที่ติดตามนิยายนะคะ ^//^

ถ้าใครอยากอ่านเร็วสามารถกดโหลดตัวอย่างจากในลิ้งด้านล่างอ่านได้ก่อนนะคะ

 

 

 

 

พ่ายรักภรรยามือสอง
คณานางค์
www.mebmarket.com
‘ปราณี’ โชคร้ายถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัวแล้วโชคชะตาเล่นตลกให้มาเจอ อิทธิพล เจ้าของสวนยางพาราผู้มีนิสัยดุร้ายเขามองผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ที่ระบายความใคร ไม่เคยรักใครจริง ‘อิทธิพล’ ซื้อหล่อนด้วยเงิน จนกระทั่งรู้ความจริงว่าเข้าใจผิดหัวใจของเขาก็รักและค่อยๆ เปิดรับหล่อนเข้ามาแต่แล้วเรื่องราวจะจบลงอย่างไรเมื่อความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้มันกำลังจะทำลายตัวเขาเอง!ปล. อ่านตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่เด็กดี ธัญวลัย รีดอะไรท์นะคะ(จัดโปรโมชั่น 169 บาท **วันนี้ - 27 กันยายน 1 เดือนเต็ม** จากปกติราคา 179)

 

 
 
 
 
 
 
 
ภาคต่อเรื่องนี้จะมาเดือนมกราค่ะ
นานหน่อยเพราะติดแต่งเรื่อง นักธุรกิจพ่อลูกอ่อนค่ะ ^^
 
 

แสดงความคิดเห็น

emotion