Chapter 6 คืนที่ดาวเต็มฟ้า

Chapter 6 คืนที่ดาวเต็มฟ้า

24 / 24    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

มีอีบุ๊กให้ดาวน์โหลดกันแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-80855-เพื่อนรักปรารถนา

เพื่อนรักปรารถนา
ไตรติมา
www.mebmarket.com
นิยายไบเซ็กชวลเกย์ รักสามเส้า "เธอเคยพูดจะไม่เก็บความสาวไว้ให้เขาคนนั้น ถ้าเธอจะเสียมันไปขอให้ฉันได้ไหม ฉันคือเพื่อนที่เธอวางใจได้ไปตลอดกาล จะไม่ทำให้เธอเสียใจเหมือนเขาคนนั้น" เขาเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ส่วนเธอมีเพื่อนหญิงที่ถูกใจหลงรัก ลังเลเรื่องรักกับเพศไหน?

 
       ..........ลูกสาวคุณหญิงอยู่ในสถานะสูงส่ง ได้รับการเลี้ยงดูแลอย่างประคบประหงม

       ได้รับสิ่งดีๆ ล้วนประณีต ดำรงคงอยู่อย่างงดงาม

       บ่าวไพร่คนรับใช้ต่างก้มหัวให้ ยอมรับนับถือเธอเป็นใหญ่ในบ้าน

       แต่ในวันนี้เธอมีแต่มือเปล่า ไร้บริวารรับใช้ห้อมล้อม ต้องพึ่งพาตัวเองไม่ต่างจากลูกนกปีกอ่อนเพิ่งสอนบิน

       แม้กระนั้นคาคบยังรู้สึกได้ถึงความเป็นเธอ อันหล่อหลอมด้วยความหอมหวานกลิ่นกายสาวผู้ดีคละเคล้าชวนละเมอ

       รสสัมผัสจากมือน้อยนุ่มนิ่มนั้นไหลถ่ายเทเข้าสู่ห้วงหัวใจยั่วย้อมให้มึนเมาไม่ต่างจากเหล้าชั้นเลิศรสละมุน

       เวลาอยู่ใกล้ชยาเขาต้องปฏิบัติตัวกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับเธอ

       ทำตัวเหมือนเป็นเพศเดียวกัน สนใจใส่ใจในเรื่องการแต่งเนื้อตัวให้ดูสวยงาม เครื่องประดับตกแต่งทั้งสร้อยแหวนต้องมีติดตัวตลอด ล่อตาล่อใจให้เธอสนใจหันมามองดูไม่คลาดสายตา

       กริยามารยาทอย่าให้ขาดตกบกพร่องต้องสุภาพอ่อนโยนสุดขีด

       โชคดีที่นิสัยคาคบนั้นสุภาพนุ่มนวลเกินชายทั่วไปอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเสแสร้งแกล้งฝืนนิสัยตัวตน

       “ถึงนอนไม่หลับก็ต้องล้มตัวลงนอนนะครับ อาจจะหลับไปเองโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้”

       คาคบบอกเตรียมคลี่ผ้าแพรนำมาคลุมช่วงขา

       ปล่อยให้ชยาเอนหลังลงนอนหงายเหยียดยาว

       แล้วได้รับการปรนนิบัติอย่างทะนุถนอมโดยเขาห่มผ้าแพรให้ดึงมาคลุมถึงช่วงท้อง

       “ขอบคุณค่ะพี่คาคบ”

       เธอกล่าว ปิดเปลือกตาลงขนตายาวงอนงามถูกปล่อยวางลงมาปิดสนิททั้งเปลือกตา

       ใบหน้าสงบนิ่งราวเจ้าหญิงนิทรา รอเจ้าชายประทับจุมพิตลงบนเรียวปากบาง

       “หืม? พี่คาคบก้มหน้าลงมาใกล้ทำไม”

       เธอยังไม่หลับจริง ชั่วครู่จึงลืมตามาเห็นทันการณ์

       คาคบถึงเพิ่งได้สติว่าตัวเองชักเหมือนคนหลงละเมอ

       จริงสิเมื่อครู่ถ้าเธอไม่ลืมตาขึ้นมาเสียก่อน อาจโดนกลีบปากของเขาประทับจุมพิตลงไปแล้ว

       ไว้ใจไม่ได้แม้แต่หัวใจตัวเอง คาคบรู้สึกตำหนิตัวเอง เกือบทำอะไรเกินเพื่อนล้ำขอบเขตมากเกินไป จึงกล่าวแก้ตัว

       “อ๋อ... ฉันก็จะก้มลงมากระซิบว่า... ราตรีสวัสดิ์”

       พร้อมส่งยิ้มหวานอ่อนโยนให้อย่างมิตร

       ชยาอมยิ้มตอบ แล้วคงวางใจจึงหลับตาลงอีกครั้ง

       เชื่อว่าไม่นานเธอคงจะง่วง แล้วหลับไปในที่สุด

       คาคบเปิดมุ้งออกมา กลับเข้ามุ้งของตนเพื่อพักผ่อนนอนหลับบ้าง

       พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่

      

       ..........ไปทำงานวันแรก ต้องแต่งตัวเรียบร้อย แม้ที่ทำงานจะไม่ได้กำหนดยูนิฟอร์ม ก็ต้องแต่งตัวเสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวกางเกงสแล็คสีดำไว้เป็นพื้นฐาน

       เก็บหมดสร้อยแหวนกำไลข้อมือ มีเพียงนาฬิกาข้อมือไว้ดูเวลาเท่านั้น

       “แต่งตัวเรียบร้อยจังเลยพี่คบ”

       เป็นคำกล่าวกลางๆ ไม่ถึงกับชื่นชม

       เพราะเขารู้ว่าเธอคงรู้สึกเฉยๆ คุ้นเคยกับการเห็นผู้ชายในเครื่องแบบเป็นทางการ

       “ฉันเพิ่งไปทำงานวันแรก อยากพาเธอไปเที่ยวที่ทำงานนะ แต่ฉันยังไม่คุ้นกับที่ทำงานเลย ไว้ค่อยพาเธอไปวันหลัง ถ้าวันนี้เธอกลัวไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียว เดี๋ยวติดรถฉันไปนั่งเล่นที่ตลาดสิ”

       “อื้ม”

       น้ำเสียงตอบรับเรียบๆ พร้อมจะไปด้วยอยู่ในชุดทอมบอยอยู่แล้ว

       ประสบการณ์เลวร้ายทำให้เธอกลัวผู้ชายจะไล่ปล้ำขืนใจ

       ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโดนจีราปลุกปล้ำ

       ก่อนหน้านั้นคนงานคนใหม่ในบ้านของพราวพรรณรายเป็นผู้ชายบ้ากาม ...ลากเข้าห้อง

       พราวพรรณรายตามไปช่วยไว้ทัน

       และคนงานนั้นถูกไล่ออกโดยคุณคชาทองบิดาบังเกิดเกล้าของพราวพรรณราย

       และเพื่อจะเอาใจคุณหญิงจันทร์เจ้า คชาทองต้องจ้างเวรยามมาเฝ้าระวังและปกป้องคุ้มครองชยาถึงสองคน

       คนแรกอยู่เวรกลางวัน และอีกคนอยู่เวรกลางคืน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

       แม้กระนั้นชยายังมาโดนจีราไล่ปล้ำเอาได้

       เนื่องจากการรู้เห็นเป็นใจจากพราวพรรณราย

       ถ้าไม่ได้คาคบช่วยปกป้องคุ้มครองในวันนั้นเธอคงเสร็จจีรา

       ดังนั้นความนับถือในน้ำใจของคาคบจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเธอตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมา...

      

       ..........คาคบเลิกงานห้าโมง กลับมารับชยาในตลาดกลางเกาะ และนั่งทานข้าวเย็นในร้านข้าวแกงด้วยกันจนยามโพล้เพล้

       ส่วนใหญ่พูดคุยกันถึงเรื่องที่ทำงานใหม่ของเขา ทำเกี่ยวกับรักษาสิ่งแวดล้อมของบ้านพักตากอากาศ

       ซึ่งที่นี่สร้างไว้ให้เช่าขายชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐี มูลค่าบ้านพักตากอากาศแต่ละหลังคำนวณราคาเป็นตัวเลขเก้าหลักขึ้นไป เทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท

       วันแรกไปทำงานแค่เป็นการไปทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานและสถานที่ทำงาน

       ส่วนงานที่เขาต้องทำยาวนานต่อเนื่องจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ คืองานดำน้ำสำรวจปะการังฟื้นฟูและบำรุงรักษา คอยกำจัดขยะมลพิษบริเวณชายฝั่ง

       ก่อนกลับบ้านคาคบได้แวะซื้อต่างหูยาวแบบเป็นสร้อยระย้าตรงปลายรูปไม้กางเขนเล็กๆ

       นี่ล่ะที่ชยาชอบจนถึงขนาดเข้ามาจับเล่นติ่งหูของเขา

       “สวยจังพี่คาคบ”

       เธอกล่าวชมต่างหูคู่ใหม่ของเขา มือเธอไม่อยู่สุขเล่นจับอยู่กับสร้อยต่างหู

       นั่นทำให้คาคบรู้สึกเพลินสัมผัสไปอีกแบบ

       พอกลับถึงห้องเช่าชาวเล คาคบเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวครีมเนื้อบาง กับกางเกงนอนสีเหลืองขาสั้นที่ใส่แล้วดูเหมือนเป็นเด็กผู้ชายทั้งที่อายุเลยวัยเด็กแล้ว

       “คืนนี้มีดาวเต็มท้องฟ้า เธอคงนอนไม่หลับใช่ไหม ไปนั่งเล่นหน้าห้องกันดีกว่า”

       คาคบเอ่ยชวน พลางหยิบกีตาร์แล้วเดินออกจากห้อง

       ห่างจากหน้าห้องเช่าไปประมาณสี่สิบเมตรมีโขดหินให้พอนั่งเล่นแทนเก้าอี้ได้

       คนเช่าห้องคนอื่นมักปิดห้องดูโทรทัศน์กัน

       ผิดกับชยาและคาคบที่ไม่ติดรายการโทรทัศน์

       ชยาสวมชุดเสื้อกระโปรงติดกันสีอ่อนออกขาวแขนกุด ความยาวของตัวกระโปรงคลุมเข่าดูเหมือนไม่โป๊อะไร

       ไฟฟ้าหน้าห้องเช่าเปิดอยู่

       แต่สำหรับคาคบซึ่งนั่งอยู่ในที่มืดได้มองในมุมย้อนแสง เมื่อชยาเดินมาหา เขาเห็นถึงความบางเบาเร้าใจ...

       แสงไฟนีออนหน้าห้องเช่าส่องสะท้อนให้เห็นความโปร่งบางของตัวกระโปรง

       เอวเล็กเอวบางสะโพกผายสมส่วนสาวสวย ง่ามขาเรียวงามส่วนโค้งส่วนเว้าเร้าให้รู้สึกอะไรลึกๆ ในหัวใจ

       ใช่... เธอเซ็กซี่ยวนตาน่ามอง

       ขณะมือคาคบทำการดีดกีตาร์โซโล่เพลงจังหวะสนุกๆ

       ชยาชอบจังหวะเพลงจึงไม่ได้ลงนั่งฟังเพลง หากแต่ยืนเต้นตามจังหวะเพลง โยกย้ายส่ายเอวเข้าจังหวะเสียงกีตาร์อย่างสนุกสนาน

       ชยายืนเต้นตรงตำแหน่งที่ย้อนแสงโดยไม่รู้ตัวและไม่ได้คิดลึกหรือนึกยั่วยวนใคร

       แต่คนเล่นกีตาร์ปล่อยใจตัวเองกระเจิง... มันฟุ้งซ่าน

       นึกเห็นเธอเป็นผีเสื้อแสนสวยร่อนบิน ซัดส่ายเต้นเล่นภายใต้แสงไฟนีออน ชวนเคลิ้มปรารถนา แม้หากเอื้อมคว้าแรงไปปีกผีเสื้อคงขาดแหลกคามือ มีแต่ต้องจับด้วยความทะนุถนอม

       “เฮ้อ... เหนื่อยแล้ว”

       เธอลงนั่งบนพื้นหญ้าข้างโขดหินที่คาคบนั่งดีดกีตาร์

       เมื่อนั้นจิตใจของคาคบจึงค่อยสงบลงบ้าง

       “คืนนี้ดาวเต็มท้องฟ้าเลย คงเป็นคืนเดือนแรมละมั้งไม่เห็นมีดวงจันทร์เลย”

       ชยาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้ายามค่ำคืน พูดคุยด้วยท่าทางสบายใจ เอ่ยรำลึกถึงความหลัง...

       “พี่คบเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลย กลางคืนชอบเล่นกีตาร์ เวลาฉันนั่งแช่ในอ่างน้ำได้ฟังเพลงเพลินเลย ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักกัน ฉันคิดไม่ถึงเลยเนอะว่าวันนี้เราจะกลายมาเป็นเพื่อนกัน”

       “เธอก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกัน นิสัยชอบแช่น้ำแก้ผ้าเป็นชีเปลือย หน้าไม่อาย”

       คาคบพูดเล่นกับเธอ

       ทำให้เธอต้องแก้ข้อหาหน้าไม่อาย

       “ก็นั่นมันดาดฟ้าชั้นสามเป็นที่ส่วนตัวของฉันคนเดียวเอาไว้แช่อ่างน้ำวนและชมจันทร์ยามค่ำคืน ฉันชอบอาบน้ำกลางแจ้งนะ มันให้ความรู้สึกอิสระสบายตัวดี”

       ความหลังตอนนั้น...

       เขาจำได้ดีก่อนที่หัวใจของเขาจะหลงใหลใฝ่ฝันถึงแต่เรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอ

       พราวพรรณรายคลั่งไคล้ในใบหน้าหล่อๆ ของเขาและชอบเสียงเพลงจากกีตาร์ของเขา จึงเชิญชวนเขามาเป็นแขกของบ้านให้นอนค้างคืนด้วย

       แต่เขาไม่เคยมีสัมพันธ์ทางเพศลึกซึ้งถึงขั้นได้เสียกับพราวพรรณราย เพียงสัมผัสกอดจูบลูบคลำภายนอก

       หัวใจมันค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าผู้หญิงที่ถูกใจ กับผู้หญิงที่เป็นได้แค่คู่นอนนั้นให้ความรู้สึกประทับใจต่างกันอย่างเทียบกันไม่ได้

       สำหรับชยา... ในใจของเขานั้นเมื่อแรกเจอ เธอให้ความรู้สึกราวกับอยู่ไกลเกินเอื้อมไขว่คว้า เหมือนฟ้าสูงสวยงามแต่ห่างไกลเหลือเกิน

       จำได้เขาเคยกล่าววาจาล่วงเกิน ด้วยเข้าใจไปเองว่าเธออาจจะโหยหาผู้ชายเหมือนกับพราวพรรณรายผู้เป็นพี่สาว

       “ถ้าเป็นเธอต้องการฉัน ฉันพร้อมยอมมอบกายใจให้เธอ”

       เคยเอ่ยปากเสนอตัวเอง พร้อมเอื้อมมือไปหมายจะเชยคางของสาวน้อยหน้าสวย

       แต่เธอปัดมือของเขาแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง

       “อย่าได้บังอาจมาแตะต้องตัวฉัน”

       จากนั้นเธอเดินหนีไป...

       ชุดนอนบางพลิ้วปลิวไปตามแรงลมผสมกลิ่นสบู่หลังอาบน้ำ หอมลึกซึ้งติดตรึงใจ

       ยอมรับในนาทีนั้นว่าไม่อาจเจียมตัวและหัวใจตัวเอง มีแต่ดวงจิตคิดใฝ่ปรารถนา

       ค่อยรู้จักเธอจากปากคำบอกเล่าของพราวพรรณรายว่าตัวเธอไม่ใช่น้องสาวแท้จริง

       และชยาไม่สนใจคบหาเพื่อนชายแบบแฟน เพราะมีครึ่งหนึ่งที่เธอชอบผู้หญิงแบบคู่รักเชยชม

       มันชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อคาคบได้เห็นภาพความใกล้ชิดเคลียคลอระหว่างลีนินกับชยา

       สองสาวดูคล้ายดาวเดือนเคียงคู่กัน น่ารักสวยงามเหมาะสมกันตามคำล่ำลือว่าเป็นคู่รักเลสเบี้ยน

       นั่นทำให้คาคบผันเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นผู้ชายรักสวยรักงาม เพื่อความเหมาะสมกลมกลืนเข้ากันกับพวกเธอ

       แฝงเข้าไปเป็นเพื่อนเธอด้วยถ้อยคำแสดงความบริสุทธิ์ใจ

       “คบฉันเป็นเพื่อนสักคนได้ไหม ฉันไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เธอไม่ชอบ ฉันสามารถเป็นเพื่อนบริสุทธิ์ใจไม่คิดอะไรกับผู้หญิงได้นะ”

       “เพื่อนบริสุทธิ์ใจ? ฉันไม่คบผู้ชายเป็นแฟนอยู่แล้ว”

       “ไม่... ฉันไม่คิดคบกับเธออย่างแฟน ฉันเป็นเพื่อนเธอได้จริงๆ”

       ชยาดูลังเล กระพริบตาถี่มองหน้ากันอย่างพินิจพิจารณาว่าจะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี

       ใบหน้าหวานๆ ได้เค้าหน้ามาจากมารดาของคาคบและการแต่งตัวด้วยเครื่องประดับทั้งต่างหูสร้อยคอกำไลข้อมือแหวนดูสวยงามคล้ายผู้หญิง

       เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ชยาสนใจ

       ความจริงใจของชยาชอบมองใบหน้าสวยหวานของผู้หญิง แต่หากเป็นผู้ชายใบหน้าสวยหวานและเขามาขอคบเป็นเพื่อนแบบบริสุทธิ์ใจล่ะ?

       “พี่เป็นเกย์หรือเปล่า”

       ถ้าเป็นผู้ชายมาดแมนเจอคำถามนี้อาจฉุนเฉียว หาว่าสบประมาทคงแสดงความโกรธออกไปแล้ว

       แต่ผู้ชายสุขุมลุ่มลึกอารมณ์เยือกเย็นเป็นธาราอย่างคาคบไม่รู้สึกอย่างผู้ชายอื่น เขาไม่ได้โกหกและทุกคำพูดเอ่ยตอบไปเป็นกลางๆ

       “ก็อาจจะ...”

       เพราะความเยือกเย็นและยิ้มหวานคือเสน่ห์หรือหลุมพรางไม่ต่างกันของคาคบ

       ทำให้ชยาตอบตกลง

       “อืม... งั้นคบเป็นเพื่อนกันก็ได้”

       ได้คบเป็นเพื่อนกันแต่นั้นมา

       ขณะนั่งฟังเพลงจากกีตาร์และแหงนหน้ามองดาว ชยาเริ่มมีอาการป่วยไข้

       “รู้สึกไม่ค่อยดีเลยพี่คบ ฉันใกล้จะมีประจำเดือน ร่างกายอ่อนแออีกแล้ว ง่วงแล้วก็เพลียมากด้วย”

       ชยาบอก หายใจเหนื่อยอ่อน...

       “งั้นเข้าบ้านก่อนเถอะ ไม่ต้องเดินเองหรอก ขี่หลังฉันแล้วถือกีตาร์นี้ด้วย”

       คาคบค้อมกายลงให้ชยาขึ้นขี่หลัง ค่อยแบกพาเธอเข้าห้องเช่า

       เส้นทางเดินที่มีคนอยู่บนหลังนั้นคาคบแสนอบอุ่นเหมือนเดินเหินล่องลอยอยู่ท่ามกลางความฝัน...

       ความฝันที่มีกันแนบชิดติดกายดังเงาของกันและกัน

.


แสดงความคิดเห็น

emotion