บทที่3 100% สามีเก่า!

บทที่3 100% สามีเก่า!

18 / 22    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

เสียงกริ่งหน้าประตูเป็นการเตือนให้รับทราบว่าปราณมาถึงแล้ว เพราะเขาส่งข้อความมาหาก่อนหน้านี้แล้ว “ทำไมมาถึงเร็วจังล่ะคะ”

วณิชยาทำตัวให้เป็นปกติ เปิดประตูออกกว้างกว่าเดิมต้อนรับ หลังจากเขาเดินเข้ามาหล่อนก็ปิดประตูกลับที่เดิมและเดินเข้ามาในห้อง

“ตอนโทรหาพี่อยู่หน้าคอนโดแล้วน่ะครับ เอ่อ... เมื่อกี้พี่เห็นใครไม่รู้เดินออกมาจากห้องน้องนิว มีอะไรหรือเปล่าครับ”

แม้ใบหน้าปราณจะดูอิดโรยจากการทำงานมาทั้งวันแต่เขาก็รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยในตัววณิชยา ผู้ชายคนนั้นไม่น่าไว้ใจเลย ท่าทางแก่ๆ แถมสีหน้ายังดูเข้มๆ บังเอิญเห็นตอนลิฟต์เปิดออกชั้นยี่สิบเอ็ด ชายคนนั้นเดินออกมาพอดี ท่าทางแปลกๆ ดูอาลัยอาวรณ์อยากกลับเข้าไป เขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรจึงตัดสินใจกดปิดลิฟต์ขึ้นข้างบน

“ญาติน่ะค่ะ อย่าใส่ใจเลย”

หญิงสาวหลบหน้า หลบสายตาปราณ

“ญาติเหรอครับ พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องนิวมีญาติด้วย” คิ้วเข้มขมวดนิ่ง ไม่เคยได้ยินหล่อนคุยโทรศัพท์กับญาติเลย ปกติก็คุยแค่เรื่องงาน อีกทั้งหล่อนยังไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลย

“นิวมีญาติค่ะ เขาแค่แวะมาเยี่ยม ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

“พี่ถามไดไหมว่าเป็รญาติฝ่ายไหน แล้วสนิทมากหรือเปล่า คือ.. พี่ไม่รู้มาก่อนน่ะ” วิศวกรหนุ่มมองดวงหน้าหวาน รอคอยคำตอบ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะไม่อยากตอบสักเท่าไหร่ ถึงตวัดสายตาขุ่นๆ มองมาทางเขา ทำเป็นไม่ได้ยินจากนั้นก็จ้ำเท้าตรงดิ่งไปยังห้องครัว

ปราณถอนหายใจหนักมาก เหนื่อยหัวใจสุดๆ เขามันก็แค่ผู้ชายที่เพิ่งทำความรู้จักหล่อนไม่นาน คงไม่มีสิทธิ์อะไรไปบีบบังคับให้หล่อนเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองให้เขาฟัง ชายหนุ่มเดินตามเข้ามาในห้องครัว ช่วยวณิชยาทำอาหาร ทว่าหยิบจับอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ถูกใจหล่อน จับเครื่องปรุงผิด มั่วไปหมด

“นิวว่าคุณปราณกลับไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อน ค่อยลงมากินมื้อเย็นดีกว่านะคะ นิวทำอาหารคนเดียวได้ค่ะ”

ฟังดูใจร้าย แต่วณิชยาก็ตั้งใจพูดประโยคเมื่อครู่นี้ออกไป

สีหน้าปราณดูจ๋อยไป เขาพยักหน้ารับ

“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงพี่กลับมาใหม่นะ” ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ สงสัยว่าจะจีบสาวผิดเวลาล่ะมั้งไอ้ปราณ จะจีบติดไหมล่ะเนี่ย

“ค่ะ” เสียงหวานขานรับเท่านั้นก็ตั้งใจปรุงอาหารต่อไม่สนใจใคร ปราณใช้สายตาจับจ้องมองคนตัวเล็ก ค่อยๆ ก้าวถอยไปทางด้านหลัง สุดท้ายก็ตัดใจหันหลังให้วณิชยาแล้วเดินออกไปจากคอนโดของหล่อน

คิดไม่ตกชะมัดว่าวณิชยาเป็นอะไร ทำไมถึงอารมณ์ไม่คงที่ อีกอย่าง... เธอเป็นอะไรกับผู้ชายคนเมื่อสักครู่ หรือเธอจะเป็น... เด็กเสี่ย? บ้าน่าไอ้ปราณ คิดอะไรโง่ๆ อย่าลืมสิเธอเพิ่งมาจากเยอรมนี ช่างเถอะ ยังไงเขาก็ชอบเธออยู่ดี ปราณพยายามมองวณิชยาในแง่บวก

 

รถเบนซ์ราคาหลายล้านเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถช้าๆ คนขับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นับจากก้าวเท้าออกจากห้องลูกสาว ท่านเจ็บหน่วงๆ บริเวณก้อนเนื้อในอกซ้าย กลัวมันจะกำเริบจึงยกมือขึ้นกดเล็กน้อย

ในระหว่างนั้นท่านพยายามต่อสายโทรศัพท์หาภรรยาคนล่าสุด ทว่าก็ไม่มีการตอบรับใดๆ กลับมา นี่แหละนะ ผู้หญิงที่เข้าหาท่านเพราะเงิน รักเงินท่านสุดชีวิต แต่ไม่เคยคิดจะดูแลให้ดีเท่าที่ท่านเลี้ยงดูมัน

คุณเดชาตัดใจจากการต่อสายหาภรรยา ค่อยๆ ประคองสติขับรถยนต์ออกจากคอนโดมิเนียม ขับไปได้ประมาณครึ่งทางก็ชะลอลงและขับไปจอดเลนส์ซ้าย ฟุบใบหน้าลงบนพวงมาลัยควานหายาในกระเป๋ามาใส่ปาก ก็ยังดีหน่อยที่แม่บ้านจัดเตรียมยาไว้ให้ทั้งในบ้าน ในรถ

ช่วงเวลาแบบนี้ท่านอยากให้วณิชยาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แต่ยัยเด็กแสบนั่นหัวแข็งเหมือนแม่ ต่อให้ต้องตายลงตรงนี้ท่านก็จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้มันเห็น คุณเดชานั่งพักจนรู้สึกดีขึ้นจึงพยายามขับรถต่อ ทว่าเพราะความมึนศีรษะทำให้ทันไม่ทันระวังรถที่ขับมาทางตรง

เสียงชายวัยกลางคนร้องตกใจลั่นรถเมื่อสองคันปะทะกันเต็มๆ จนรถไถลไปเกือบห้าเมตร เกิดเสียงเบรกลากล้อขึ้นหลังมีการเฉี่ยวชนท้ายคัน ใบหน้าชายวัยกลางคนฟุบอยู่บนพวงมาลัย หูดับไปหมด ท่านเจ็บตามเนื้อตัวมากคาดว่าหัวคงแตก โชคดีที่ใส่เข็มขัดนิรภัย

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากทว่าท่านก็ไม่ได้มีสติมากนักที่จะให้ความสนใจ ภายในรถยนต์เงียบกริบ ท่านได้ยินเสียงใครไม่รู้มาเคาะกระจกแรงๆ จึงรวบรวมสติสมาธิ หยัดกายขึ้นนั่งตรง และส่งมือสั่นๆ ไปกดกระจกลง ใบหน้าชายหนุ่มคนนั้นเลือนรางเหลือเกิน มีเพียงแสงไฟจากทางไหนบ้างไม่รู้เข้ามากระทบจอประสาทตา สว่างจ้าจนต้องหลับตาลง หัวใจท่านเต้นแรงมาก มือใหญ่เหี่ยวย่นกุมหัวใจแน่น พยายามรวบรวมสติ นึกถึงหน้าลูก หน้าหลาน ท่านจะไม่ยอมตายทั้งที่ยังมีเรื่องคาใจ

“คุณ! คุณบาดเจ็บมากหรือเปล่า!

ถึงในใจจะสบถว่าซวยชะมัด แต่ชายคนนั้นก็ยังมีน้ำใจถือวิสาสะสะเดาะกลอนเปิดประตูออกกว้าง สำรวจตามเนื้อตัวคนเจ็บ โดยเฉพาะมือใหญ่ที่กอบกุมบนอกข้างซ้าย เปลือกตาชายคนนั้นเดี๋ยวลืมเดี๋ยวหลับ ชาครีย์ไม่มั่นใจจึงตะโกนถามซ้ำอีกรอบ

“คุณได้ยินผมหรือเปล่า ยังมีสติรับรู้อะไรไหม”

 “ผม... ไม่เป็นไร แค่เจ็บหน้าผาก ขอบคุณมาก”

ดวงตาท่านพร่ามัว ไม่สามารถมองเห็นอะไรทั้งนั้น ยกเว้นแสงไฟสลัวจากรถที่ผ่านมาผ่านไป พยายามมองหน้าผู้ชายคนนี้ให้ชัดแต่ก็ไม่สำเร็จ หยาดเลือดสดๆ ไหลออกจากแผลบริเวณหน้าผากลงมาสู่เปลือกตาอ่อนล้า ดวงใจท่านเต้นแรงมาก แรงจนต้องยกมือขึ้นมากุม

หอบหายใจถี่ๆ แว่นสายตาเอียงกะเทเร่แตกหักไปหลายส่วน มันเกยอยู่บนจมูก แม้ชาครีย์จะไม่มีความผิดเพราะถือเป็นความประมาทของชายคนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้าย ใจดำ ถึงขนาดทนมองเพื่อนร่วมโลกบาดเจ็บแล้วไม่ยื่นมือไปให้ความช่วยเหลือ เขามองกลับไปทางด้านหลังเห็นรถจำนวนหนึ่งจอดเพื่อมองดูเหตุการณ์ บางคนถ่ายคลิปเก็บไว้ และมีหลายคนที่ชะลอรถ ลดกระจกลงเกาะติดสถานการณ์ทว่าไม่ลงมาช่วย ไม่มีใครเลยที่จะเข้ามาช่วยเหลือเขากับชายสูงวัยคนนี้ ชาครีย์พยายามไม่โกรธทั้งที่ใจจริงอยากด่า รีบรุดกายเข้าไปให้ความช่วยเหลือชายสูงวัย

“เฮ้! อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ ผมจะพาคุณไปหาหมอ!!

เอ่ยด้วยโทนเสียงตกใจ ไม่ได้รับคำตอบใดๆ เพราะชายคนนั้นหมดสติไปแล้ว เห็นอย่างนี้เขายิ่งอยู่เฉยไม่ได้รีบโทรเรียกรถโรงพยาบาล ติดตามขึ้นรถไปด้วย ส่วนเรื่องทางนี้เขาประสานให้น้องชายเข้ามาช่วยดูแล รบกวนมันก็แสนจะเกรงใจเพราะมันก็กำลังยุ่งๆ ตอนนี้เกือบสามทุ่มแล้วผู้คนในโรงพยาบาลเอกชนไม่พลุกพล่าน ส่งคนเจ็บถึงมือหมอแล้วเขาก็ให้พยาบาลติดต่อหาญาติฝ่ายนั้นเพราะเขาไม่ใช่ หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน แจ้งให้ทราบว่าชายวัยกลางคนปลอดภัยแล้วทว่ายังไม่ได้สติ พยาบาลเอ่ยเสริมอีกว่า ขณะนี้ญาติก็กำลังเดินทางมา

ชวินทร์ยังยุ่งๆ กับการตามหาโจรยังต้องมาช่วยทางนี้ เขารู้สึกเกรงใจน้องชายคนรอง แต่ก็นะ ไอ้เจ้าธันก็ดันอยู่ภูเก็ตยังไม่กลับกรุงเทพ โชคยังดีที่ไปส่งน้องเกวที่บ้านแล้วค่อยขับรถออกมาอีกรอบ ตั้งใจจะไปดื่มแก้กลุ้ม เพราะคิดไม่ตกเรื่องของวณิชยาว่าจะเอายังไงต่อไปดี

“ขอบคุณมากครับ”

มือใหญ่พนมมือไหว้เจ้าพนักงานทั้งสอง โล่งอกชะมัดที่ชายคนนั้นไม่ได้รับอันตรายถึงขั้นร้ายแรง ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด แต่ชาครีย์ก็ไม่อยากมีประวัติไม่ดี กลัวจะส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิต อาจเหมารวมไปถึงเรื่องธุรกิจของตัวเองและคนในครอบครัวก็ได้ เก้าอี้หลายตัวโล่ง ไร้ผู้คน ไร้ญาติ ไร้คนไข้ มีเพียงหมอ พยาบาลบางส่วนที่เข้าเวรดึกเท่านั้นที่เดินผ่านไปผ่านมา ชาครีย์ยกมือขึ้นลูบใบหน้า ทิ้งท้ายทอยไปพักพิงกำแพง พักกาย พักใจให้หายเหนื่อย

เออ ใช่เขามันปอดแหก เขามันไม่กล้าสู้หน้าวณิชยา ถึงได้อ้างธุระแล้วรีบออกมาจากร้านอาหาร ทิ้งคุณเอมิกาให้งุนงง

ตอนนั้นเขาไม่พร้อมเจอหน้าหล่อนจริงๆ นี่นา อยากได้เวลาตั้งตัวกว่านี้ สีหน้า แววตาของหล่อนในสนามบินวันนั้นยังติดตราตรึงอยู่ในใจ แสดงออกถึงความเจ็บปวด ทรมาน และอัดอั้นตันใจ

ชาครีย์ยกหลังมือขึ้นดูเวลาอีกครั้ง เริ่มหงุดหงิดที่ญาติคนเจ็บมากช้าขนาดนี้ จึงโทรหาน้องชายให้มารับตัวเองที่โรงพยาบาล

ได้ครับพี่ ผมอยู่แถวนี้พอดีเดี๋ยวแวะไปรับ

“วันนี้พี่รบกวนนายหลายอย่างเลย ขอโทษนะวิน”

พูดเหมือนผมไม่ใช่น้องพี่อย่างงั้นแหละ พี่คีย์รอแป๊บนะ

“อืม” ขานรับแล้ววกดวางสาย ก่อนลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังห้องฉุกเฉิน “คุณพยาบาลครับ ผมขอเข้าไปดูอาการคนเจ็บได้ไหมครับ พอดีมีธุระจะไปทำต่อ ขอเข้าไปเยี่ยมแป๊บเดียว”

“ได้ค่ะ แต่ได้แค่ครู่เดียวนะคะ” พยาบาลอนุญาต

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรุดกายเข้าไปทันที

ภายในมีหมอมีพยาบาลอยู่กันหลายคน แยกเตียงคนไข้เป็นสัดส่วนทว่าห้องไม่ค่อยมีเคสใดๆ เว้นเพียงอุบัติเหตุเมื่อสักครู่ 

“ขอโทษนะครับ ผมฝากนามบัตรนี้ไว้ให้ญาติคนเจ็บจะได้ไหมครับ พอดีต้องไปสถานีตำรวจ” ส่งไปให้พยาบาลคนหนึ่งซึ่งทางนั้นก็เต็มใจรับไว้ “ขอบคุณมากนะครับ แล้วฝากบอกญาติคนเจ็บด้วยนะครับว่าไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล ผมจะเป็นคนจ่ายให้เอง”

“ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งให้”

หลังจากรับคำ พยาบาลก็เข้าไปดูอาการคนเจ็บอีกครั้ง ชาครีย์ปรายสายตาไปมองชายวัยกลางคนก่อนเดินออกไปรอน้องชายที่หน้าโรงพยาบาล ป่านนี้เจ้าชวินทร์คงจะมาถึงแล้วล่ะมั้ง

วินาทีนั้นเองเขาเดินสวนทางกับญาติคนเจ็บที่รีบเดินมาจากอีกทาง จ้ำเท้าเร็วมากไม่เข้ากับส้นสูงกว่าสามนิ้วที่เจ้าหล่อนสวมใส่เอาซะเลย ดวงตาคู่สวยแม้จะดึกดื่นแล้วก็ยังกรีดอายลายเนอร์สวยงามมองไปเห็นเสี้ยวใบหน้าของคนคุ้นเคย หัวใจหล่อนแทบหล่นวูบลงตาตุ่ม เผลอตัวเผลอใจหยุดเดินกะทันหัน เป็นเหตุให้แม่บ้านที่มาด้วยเดินชนเต็มๆ

“ว้าย! ขอโทษค่ะคุณเนตร”

ป้าแม่บ้านทำถุงผ้าตกลงพื้น เสื้อผ้าที่จะเอาไว้เปลี่ยนพรุ่งนี้ตกเกลื่อน หางตาคุณผู้หญิงของบ้านจิกมามองคนใช้ชั้นต่ำ

“ทำอะไรก็ระวังๆ หน่อยสิป้า หลังฉันช้ำหมดทำยังไง”

รีบมองกลับมาที่เดิมก็ไม่เห็นเขาแล้ว หญิงสาววิ่งกระแทกส้นสูงกึกๆ ไปตามทว่ากลับไม่พบใครแล้ว เขาคือชาครีย์ไม่ผิดแน่ สายตาหล่อนไม่ได้พร่ามัวถึงกับมองผิดแน่นอน

“คุณมาทำอะไรที่นี่...” กมลเนตรเชิดใบหน้าสวยขึ้นสูง ความสวยนี้ต้องปรุงแต่ง ต้องผ่านการฉีด การร้อยไหมไม่อย่างนั้นก็คงดูไม่ได้

ป้าแม่บ้านเห็นคุณผู้หญิงจะเดินไปทางอื่น ทั้งที่ห้องฉุกเฉินไปอีกทางจึงส่งเสียงเรียกแบบกล้าๆ กลัวๆ ป้าทำงานที่บ้านมานาน ไม่ชอบภรรยาใหม่ของคุณท่านทุกคน คิดถึงคุณผู้หญิงกับคุณหนูนิวสุดหัวใจ ไม่ได้เจอหน้าตั้งหลายปี

“คุณผู้หญิงจะไปไหนคะ คุณผู้ชายอยู่ทางนี้ค่ะ”

“อย่าสะเออะมาถามฉัน!

กลมเนตรถลึงนัยน์ตากลมโตใส่ให้ป้าแก่ๆ กลัวตัวเองจนหัวหด หล่อนผินใบหน้ากลับมามองทางเดิมอีกครั้ง ตัดใจไม่ตามชาครีย์ เดินย้อนกลับมายังห้องฉุกเฉินเพื่อถามอาการสามี พยาบาลรายงานว่าปลอดภัย ปากก็ยิ้มอยู่หรอกแต่ในใจก็ก่นด่า

ไอ้แก่เอ๊ย จะอยู่ให้มันรกโลกไปทำไม น่าจะตายๆ ไปซะ บ้านและทรัพย์สมบัติของแกจะได้เป็นของฉันคนเดียวไม่ได้แบ่งส่วนปันส่วนกับใคร โคตรดี!

หญิงสาวยกยิ้ม มีแว้บหนึ่งที่เห็นป้าแม่บ้านมองหน้า หล่อนจึงต้องปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม “โชคดีจังเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของดิฉัน อ้อ! มีคนฝากนามบัตรมาให้คุณด้วยค่ะ น่าจะเป็นคู่กรณี เขาฝากมาบอกว่าจะช่วยจ่ายค่าพยาบาลให้ค่ะ ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ” คุณพยาบาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นอบน้อมส่งนามบัตรใบเล็กไปให้คุณผู้หญิงแสนสง่างาม

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” คล้อยหลังป้าพยาบาลเดินออกไป กมลเนตรพลิกนามบัตรนั้นขึ้นมาดูด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย ถึงจะเป็นโรงพยาบาลเอกชน ประดับตกแต่งเฟอร์นิเจอร์หรูพอๆ กับโรงแรมห้าดาว แต่หล่อนก็เบื่อบรรยากาศอยู่ดี ไม่ชอบโรงพยาบาล อยู่นานๆ รู้สึกเหมือนจะไข้ขึ้น

นัยน์ตาคู่สวยหลุบลงมองนามบัตรใบดังกล่าว 

“คีย์... ใช่คุณจริงๆด้วย” กมลเนตรแปลกใจระคนตกใจ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าคู่กรณีจะเป็นเขา คิดไว้แล้วเชียวว่าหล่อนจำคนไม่ผิด ขนาดเห็นแค่แผ่นหลังหล่อนยังจำได้แม่นยำ ก็แน่สิ มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะจำ ผัวเก่า’ ของตัวเองไม่ได้!

 

 

 

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ^//^

 

 

นางฟ้าลวงรัก
คณานางค์
www.mebmarket.com
เขาใจร้ายขับไสไล่ส่งเธออย่างเลือดเย็น ไม่รัก ไม่สนใจ ทั้งที่เธอกำลังจะบอกว่า 'ท้อง' เขาก็ไม่ยอมฟังวันคืนผันเปลี่ยนทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งเด็กชายตาใสในอ้อมกอดของเธอ ทำให้ก้อนเนื้อกลางอกซ้ายของเขาเต้นแรงช่วยบอกที... เด็กคนนั้นคือลูกเขาใช่ไหม?“น้องไนท์ไม่ใช่ลูกของคุณ ต้องให้บอกกี่ครั้งคุณถึงจะยอมเข้าใจสักที! แกไม่ใช่ลูกคุณ ลูกของฉันต้องไม่มีพ่อชั่วๆ แบบคุณ!”“นิว!” เสียงเข้มตวาดลั่น รุนแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน ชาครีย์ส่งแรงไปบนปลายนิ้วมากขึ้นเพื่อขยุ้มหัวไหล่บาง จงใจให้แหลกคามือ“ตอบมาว่าอยากได้เงินมากเท่าไหร่ ถ้าต้องอุ้มท้องลูกที่เกิดจากพ่อชั่วๆ อย่างผม คุณต้องการเงินเท่าไหร่ฮะนิว ตอบผมมาสิ!”“ไม่เอา ฉันไม่อยากมีลูกกับคุณ” “แต่อยากมีกับมันงั้นเหรอ ดี! ไม่เอาเงินก็ไม่ต้องเอา แล้วอย่าหวังว่าจะได้จากผม เพราะแม้แต่บาทเดียวผมก็ไม่มีวันยกให้คุณ!”“จำไว้ จำทุกคำพูด ทุกการกระทำ... ของคุณในวันนี้ไว้ให้ดี เพราะฉันจะไม่มีวันให้อภัย จะไม่มีวัน... ยกโทษให้คุณ”เขาหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ กดร่างหล่อนให้นิ่งมากกว่าเดิม ลดใบหน้าลงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ “จำทำไม คุณสำคัญอะไรกับผม” ------นิยายแนวโรมานซ์-ดราม่านะคะ ภาคจบของหนุ่มๆ ในบ้านชนานนท์ค่ะอ่านตัวอย่างก่อนซื้อน้า จะได้ไม่ผิดหวังกรณีไม่ชอบ1. นางฟ้าเปื้อนราคี (คุณธัน-เอ๋ย)2. นางฟ้าร่ายรัก (คุณวิน-ข้าวหอม)3. นางฟ้าลวงรัก (คุณคีย์-นิว)

 


แสดงความคิดเห็น

emotion