ตอนที่3 50% สายสัมพันธ์พ่อลูก

ตอนที่3 50% สายสัมพันธ์พ่อลูก

21 / 25    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

 “แล้วทำไม คนนั้น ถึงยอมถูกสมอ้างผลงานของตัวเองล่ะครับ”

“น้องเขาเดือดร้อนเงินค่ะ แล้วตอนนั้นน้องก็ยังเรียนไม่จบ เอลลี่ให้โอกาส ส่วนน้องเขาก็ได้เงิน ในความคิดของเอลลี่มันก็แฟร์ดีนะคะ แต่หลังนั้นน้องเขาก็ย้ายมาอยู่เยอรมนีและเข้ามาทำงานบริษัทเดียวกันกับเอลลี่ค่ะ น้องเป็นคนรุ่นใหม่ ไอเดียดี ฝรั่งหลายคนชอบผลงานของน้องมากกว่าผลงานของเอลลี่ซะอีกค่ะ บริษัทที่เมืองไทยเองก็คอยติดต่อมาขอซื้อตัว แต่น้องก็ไม่รับ”

“ขอทราบประวัติได้ไหมครับ”

เขาวางแก้วกาแฟลงบนจานรองแก้วช้าๆ

“ได้ค่ะ” สูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบ ใจหนึ่งคิดเลยว่าไม่อยากง้อลูกค้าคนนี้แต่อีกใจก็บอกให้อดทน เพราะถ้าไม่มีลูกค้า ก็จะไม่มีบริษัทของตัวเองในอนาคต ดังนั้นต้องยิ้มสู้เข้าไว้

เอมิกาดึงเอาแฟ้มงานออกจากกระเป๋ามาค้นหาแฟ้มที่ตัวเองต้องการ “มีแฟ้มประวัติพนักงานติดกระเป๋ามาพอดี เชิญดูได้เลยค่ะ รบกวนพลิกไปที่หน้ารองสุดท้ายนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

รับแฟ้มมาเปิดดูในทันที พลิกไปพลิกมาเพื่อหารูปว่าใช่วณิชยาหรือเปล่า เปิดไปใจเขาก็กระสับกระส่ายไป วางมาดซะดิบดี แต่พอพลิกกระดาษไปถึงหน้ารองสุดท้ายใบหน้าคมเข้มก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเดียว เมื่อพนักงานคนดังกล่าวคือคนเดียวกับที่วิ่งหนีเขาไปต่อหน้าต่อตา!

 

การเดินทางด้วยรถยนต์ช่วงเวลาที่มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่เลิกงาน เป็นอะไรที่สวรรค์แตกมาก รถติดยาวเป็นกิโลเมตร ขยับนิดเดียวก็ติดไฟแดง แดงสิบนาทีเขียวยี่สิบวิ ลุงคนขับแท็กซี่ท่าทางจะชินแล้วถึงเปิดวิทยุฟัง เช็ดกระจกของแกเรื่อยเปื่อย มีแต่หล่อนที่กระวนกระวายใจกลัวไปไม่ทันคุยงาน ถ้าหากแถวนั้นใกล้รถไฟฟ้าก็คงดีจะได้ไม่ต้องเผชิญกับรถติดแบบนี้

เลทไปสิบนาทีแล้วยังไปไม่ถึงไหน ป่านนี้พี่เอลลี่ต้องโกรธแล้วแน่ๆ ชีวิตหล่อนจะซวยไปถึงไหนเนี่ยยัยนิว นึกถึงปุ๊บสายจากเอมิกาก็เข้ามาทันทีทำเอาเจ้าของมือถือลนลานไปหมด

“พี่เอลลี่ นิวขอโทษ นิวยังไปไม่ถึงเลยค่ะ”

ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีพี่จะโทรมาบอกว่าไม่ต้องเข้ามาแล้ว

“ทำไมล่ะคะ ลูกค้าไม่โอเคกับบริษัทของเรา หรือเขาไม่อยากฝากรีสอร์ทไว้กับคนที่มาคุยงานยังมาสายแบบนิว นิวขอโทษนะคะพี่เอลลี่ ขอโทษจริงๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของนิวเอง”

วณิชยาจิตตกมากเกือบจะร้องไห้ เสียดายงานแล้วก็กลัวโดนเจ้านายด่า คอยโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง เนื่องจากตลอดช่วงเวลาที่ทำงานที่ต่างประเทศ คนทางนั้นจะเคร่งครัดเรื่องเวลา ถ้าหากมาสายมากๆ จะถือเป็นการไม่ให้เกียรติ ซึ่งวณิชยาสามารถปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัด มีครั้งนี้นี่แหละที่หล่อนมาสายจริงๆ สายเพราะหลายๆ สาเหตุ รถติด ทั้งยังต้องหาคนเลี้ยงลูก

ใจเย็นๆ ก่อน ไม่ใช่เป็นเพราะน้องนิวหรอก

คนปลายสายหัวเราะเบาๆ เอ็นดูน้องสาวที่ตั้งใจทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถึงคราวนี้จะทำผิดไปเพราะมาสายก็เถอะ แต่ก็นะ ในเมื่อคุยกับคุณคีย์แล้วเขาโอเค ก็จะทำเป็นลืมเรื่องในคราวนี้ไปแล้วกัน

ลูกค้าโอเคกับบริษัทเรา แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียดเยอะเพราะลูกค้าติดธุระด่วน เขาอยากให้เริ่มงานเร็วที่สุดบอกจะให้เลขาติดต่อมาอีกที ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ระยะเวลาส่งงาน งบ ค่าจ้าง เราก็ไปประเมินแล้วส่งให้เลขาเขาได้เลย

“ค่อยโล่งใจหน่อย นิวเผลอคิดในแง่ลบว่าเราจะชวดงานนี้ซะแล้ว”

ตอนแรกพี่ก็คิดแบบนั้นแหละ ดูท่าทางเขาหยิ่งๆ หัวสูง เหมือนจะดูถูกว่าบริษัทเราเล็ก แต่พอเห็นผลงานของเราเขาก็โอเคนะ คุยกันง่ายขึ้น น้องนิวกลับบ้านได้เลยนะวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว

“ค่ะพี่เอลลี่ ขอบคุณมากนะคะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”

วางสายไปด้วยความสบายใจก่อนจะบอกคนขับให้วนรถกลับไปส่งที่เดิม กว่าจะมาถึงค่าแท็กซี่ก็เสียไปราวๆ ร้อยห้าสิบบาท วณิชยาแวะซุเปอร์มาร์เก็ตซื้อของใช้ในครัว ของสด รวมถึงนมของเจ้าตัวเล็กติดมือขึ้นห้องไปด้วย

ลิฟต์พาหล่อนขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงชั้นที่ยี่สิบเอ็ด คุณแม่ยังสาวแทรกกายจากผู้อาศัยร่วมคอนโดออกมายังชั้นที่ตัวเองพักอาศัย เท้าเรียวก้าวมั่นคงเดินไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงห้อง อยากทดสอบว่าพี่เลี้ยงที่ตนเองจ้างมาจะปิดล็อกห้องดีหรือเปล่า จึงลองดึงกลอนประตูลงล่าง ทว่าจากที่อารมณ์ดีๆ กลับต้องขุ่นหมองเมื่อพบว่าพี่เลี้ยงของน้องไนท์ไม่ได้ล็อกประตูห้อง

มือเล็กผลักประตูออกพอแทรกตัวผ่านเข้าไปข้างในได้ เจ้าหล่อนก้าวเท้าเดินฉับๆ เข้าไปยืนตรงกลางบ้านมองหาลูกรัก สีหน้าวณิชยามีความวิตกกังวลรีบร้องเรียกหาน้องไออุ่น

“ไออุ่น อยู่หรือเปล่าจ๊ะ พี่กลับมาแล้วจ้ะ!

ย้ำคำเดิมประมาณสองรอบทว่ากลับไม่มีเสียงใดๆ ตอบรับกลับมา วณิชยาตกใจมาก ปล่อยของในมือให้หล่นลงพื้นพรมสีน้ำตาล วิ่งเหมือนคนบ้าตามหาลูกรอบคอนโด

“น้องไนท์! น้องไนท์อยู่ตรงไหนครับ ออกมาหาคุณแม่หน่อย”

เครื่องปรับอากาศภายในยังคงทำงานครบทุกตัว ทีวีก็ถูกเปิดทิ้งไว้ คุณแม่ยังสาวกลัวจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับแก้วตาดวงใจ วิ่งไปหาในโซนห้องนั่งเล่น หลังทีวี หลังโซฟา ผ่านห้องครัวก็ชะเง้อใบหน้าเข้าไปมอง จนกระทั่งมาถึงห้องนอน ความตกใจทั้งหมดที่มีก็ค่อยๆ เลือนหายไป เพราะเห็นเด็กชายตัวน้อยนอนหลับบนเตียง มือกอดหมอนข้างแน่น

โธ่... ลูกรัก ตกใจหมดเลย สงสัยน้องไออุ่นคงจะกลับห้องตัวเองก็เลยไม่กล้าล็อกประตู เพราะกลัวจะกลับเข้ามาดูแลน้องไนท์ไม่ได้

วณิชยาระบายรอยยิ้มอ่อนหวานออกมา ทิ้งสะโพกนั่งลงบนขอบเตียงส่งมือไปลูบศีรษะลูกรักแผ่วเบา ใบหน้าแกน่ารักน่าชัง ปากแดง จมูกรั้น ผิวพรรณขาวสวยไม่แพ้เด็กผู้หญิง ยิ่งมองก็ยิ่งหลงรักลูกตัวเอง

“นอนเถอะนะคนดี เดี๋ยวคุณแม่จะทำของอร่อยๆ ให้กิน” มื้อเย็นสองคนตามประสาแม่ลูก ชินแล้ว ก็อยู่กันแค่นี้มาตั้งแต่แกลืมตาดูโลก

คุณแม่ยังสาวดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้ลูกรักอีกนิด กลัวแกจะหนาว โน้มใบหน้าลงไปจูบแก้มแกก่อนจะลุกจากเตียงออกไปข้างนอก ปิดทีวี และนั่งลงเก็บของต่างๆ ใส่ถุง นำของสดมาวางบนเคาร์เตอร์ในห้องครัว แยกออกจากถุง คัดเลือกมาเตรียมทำเมนูอาหารเย็นสำหรับตนเองกับลูก

ปราณโทรมาหาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับสาย เพิ่งจะว่างก็ตอนนี้นี่เอง วณิชยาละมือจากการหั่นผัก เดินไปล้างมือ ก่อนมากดรับสาย

“สวัสดีค่ะคุณปราณ” หญิงสาววางโทรศัพท์ไว้บนหัวไหล่ ยกขึ้นนิดๆ ให้แนบชิดใบหูพอที่จะคุยไปด้วย และทำอาหารเย็นไปด้วย

พี่โทรหาตั้งนาน ทำไมน้องนิวไม่รับสายเลยครับ’ คนปลายสายทำเสียงเหมือนงอน เขาทำงานหนักทั้งวัน พอเลิกงานก็อยากได้ยินเสียงวณิชยา ตอนนี้กำลังขับรถออกจากบริษัทมุ่งหน้ากลับคอนโดของตน ฟ้ามืดมาแล้วรถไม่ติดเหมือนช่วงห้าโมงเย็น ปราณขับเรื่อยๆ สบายๆ

“พอดีนิวมีนัดคุยงานกับลูกค้า ก็เลยตั้งเสียงเงียบไว้น่ะค่ะ”

เสียงเพลงรักในรถของปราณเคล้าคลอเบาๆ สร้างอารมณ์ดีๆ ให้สารถีหนุ่ม แล้วนี่พี่โทรกวนหรือเปล่า น้องนิวคุยงานเสร็จหรือยังครับ

“ไม่กวนค่ะ พอดีลูกค้าแคนเซิลนัดก็เลยได้กลับบ้านน่ะค่ะ ตอนนี้นิวกำลังทำมื้อเย็น คุณปราณกินมื้อเย็นหรือยังคะ”

น่ารักจัง ถามเหมือนรู้ใจแหนะ’ ปราณส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ พี่เพิ่งเลิกงาน ยังไม่กินอะไรเลย กำลังขับรถกลับคอนโดครับ

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวนิวทำอาหารเผื่อคุณปราณด้วยนะคะ”

ขอบคุณมากครับ แล้วเจอกันนะ’ ปราณกดวางสาย

วณิชยาเข้าไลน์น้องไออุ่นบอกว่าตนเองกลับมาแล้ว ไม่ต้องเข้ามาอีกก็ได้ จากนั้นหล่อนวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วก็เริ่มต้นทำอาหารต่อ

ทุกการกระทำวณิชยาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจ้องมองจากคนปริศนาคนหนึ่ง เขาเข้ามาตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว มาถึงก็สั่งให้พี่เลี้ยงน้องไนท์ออกไปจากห้อง ปล่อยหน้าที่ดูแลเด็กให้เป็นของตนเอง กระทั่งน้องไนท์หลับก็ออกมานั่งดูทีวีเพื่อรอเจ้าของห้องกลับมา

กลิ่นอาหารค่อนข้างหอม ส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายไหลจนเขาเองก็ชักจะรู้สึกหิวตามไปด้วย แต่ไม่ได้... เขายังติดใจคนที่วณิชยาคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อครู่ ชายปริศนามีใบหน้าเคร่งขรึม เขาเลิกยืนหลบหลังประตู ก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาในห้องและส่งเสียงเรียกหญิงสาว

“ไง ยัยเด็กแสบ ไม่คิดจะติดต่อกันบ้างเลยเหรอ”

เสียงห้าวทุ้มทรงพลังนั้นดังขึ้นกึกก้องห้องครัว วณิชยาละมือจากกระทะหันกลับมามอง นัยน์ตาหล่อนค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย กระทั่งโตเต็มที่ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะมายืนอยู่ตรงหน้า ในระยะที่ใกล้มาก

ใบหน้าของท่านโรยราไปตามวัย อายุอานามน่าจะห้าสิบกว่าๆ ทว่าร่างกายยังคงแข็งแรงและสูงใหญ่เหมือนเดิม วณิชยากะพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสสายตาให้ชัดๆ เผื่อว่าหล่อนจะหิวจนตาลายมองคนผิด แต่ก็นะ หล่อนไม่ได้แก่ถึงขนาดสายตาพร่ามัวซะหน่อย!

“คุณพ่อ!!” เรียวปากสีหวานส่งเสียงเรียกค่อนข้างดัง

ใช่... เขาคือบิดาบังเกิดเกล้าของหล่อน ที่แทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา นับจากท่านเซ็นใบหย่ากับมารดา

นี่ก็... เกือบเจ็ดปีแล้วมั้ง

“จำได้ด้วยเหรอว่าฉันเป็นพ่อของแก”

ท่านยกมุมปากขึ้นสูง คล้ายจะแสยะยิ้มเย้ยหยันอย่างไรอย่างนั้น เข้ามานั่งลงเก้าอี้ตัวหนึ่งกลางห้องครัว ส่งสายตาคมเข้มมองลูกสาวคนเดียวไม่วางตา โอกาสแบบนี้หาได้จากที่ไหน ลูกสาวตัวดีไม่ชอบหน้าตัวเองอย่างกับอะไรดี มันตีตัวออกห่างเหมือนเขาตายไปแล้ว ไม่ติดต่อ ไม่โทรมาหา ถ้าอยากเจอคือเขาต้องหาทางมาเจอเอง นี่ก็ทำงามหน้า ท้องก็ไม่ยอมบอก หอบท้องหนีไปอยู่ต่างประเทศจนลูกโตถึงพากลับมา

ที่น่าตีกว่านั้นคือกลับมาสามเดือนกว่าแล้ว ก็ไม่ยอมพาหลานไปกราบตาของมันสักที ตั้งใจจะรอให้เขามากราบมันทั้งสองแทนเหรอไง วณิชยาเป็นเด็กที่น่าตีให้สำนึกผิดมาก

ชายวัยกลางคนแม้จะอยู่ในชุดธรรมดา แต่ยังคงมีมาดมีราศีของการเป็นนักธุรกิจ โกรธลูกสาวนัก กิจการของทางบ้านก็มี บริษัทก็ใหญ่โตไม่ยอมเข้ามาช่วยบริหาร แต่กลับมาเป็นมัณฑนากรกิ๊กก๊อกเงินเดือนไม่กี่หมื่น หัวรั้น หัวแข็งเหมือนแม่มันไม่มีผิด อยากรู้นักจะไปได้สักกี่น้ำ

วณิชยาถอนหายใจออกแรงมาก เอื้อมมือไปปิดแก๊ส หยุดการทำอาหาร ณ วินาทีนั้น เพราะไม่มีอารมณ์ “คุณพ่อมาได้ยังไงคะ ทำไมไม่บอกก่อน แล้วเข้ามาในห้องของนิวได้ยังไง”

“ขับรถมาสิ ถามแปลกๆ ฉันไม่ได้ไม่มีเงินซื้อรถจนต้องนั่งแท็กซี่นั่งรถไฟฟ้าแบบแก แล้วนี่ก็คอนโดที่ฉันซื้อให้แก ทำไมฉันจะไม่รู้จักทาง”

ไม่วายเกทับ ซึ่งนิสัยเสียข้อนี้ของบิดาวณิชยารู้นานแล้วจึงสงบสติอารมณ์ไม่ให้โกรธไม่ให้เคืองท่าน ชายวัยกลางคนกวาดสายตามองรอบห้องครัว และมองอาหารที่ลูกสาวกำลังทำ

“แกทำกับข้าวเผื่อใคร แล้วคุยกับใครเมื่อกี้ มันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานที่ไหน ใช่พ่อของลูกแกหรือเปล่า ถ้าโปรไฟล์ไม่ดี อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมรับมันมาเป็นลูกเขย”

“คุณพ่อจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ นั่นก็เรื่องของคุณพ่อค่ะ นิวไม่สนใจ แล้วคุณปราณเขาก็ไม่ใช่พ่อของน้องไนท์ กรุณาทำความเข้าใจด้วยนะคะ”

“เออ ไม่ใช่ก็แล้วไป แต่อย่าให้ฉันรู้แล้วกัน ว่าใครหน้าไหนที่มันทำแกท้องแล้วไม่รับผิดชอบ ฉันจะส่งคนไปกระทืบให้มันตาย แต่ก่อนตายฉันจะลากมันมากราบเท้าขอโทษแก”

คุณเดชาคาดโทษด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง หมายความตามที่พูด ถ้าเจอ ท่านจะฆ่ามันให้ตายทั้งเป็น ให้สมกับที่มันทำให้ยัยหนูต้องเสียใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในสายตาคนอื่นถึงเขาจะเป็นพ่อที่แย่ แต่พ่อแย่ๆ อย่างเขาก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกต้องลำบาก ช่วยเหลือทุกอย่างจนมันมีอยู่มีกิน มีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้ สายสัมพันธ์พ่อลูกมันขาดไปแล้วจริงๆ เหรอ คุณเดชาอยากโกรธลูกสาวให้มากกว่านี้ แต่ท่านก็เข้าใจความรู้สึกของลูก จึงพยายามใจเย็น

“คุณพ่อไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตนิวได้ไหม นิวดูแลตัวเองได้ แล้วก็ดูแลได้มานานมาแล้ว นิวไม่เคยต้องการเงิน ไม่เคยต้องการอำนาจของคุณพ่อ” เจ้าของห้องฮึดฮัดขัดใจ เอ่ยแต่ละคำออกไปไม่สนใจเลยว่าคนฟังจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน คิดแค่ว่ามีเฉพาะตนเองเท่านั้นที่เสียใจ

“เออ ปีกกล้าขาแข็งแล้วลืมพ่อแก่ๆ คนนี้งั้นเหรอ”

“นิวไม่ได้ลืม แต่นิวก็อยู่ของนิวแบบนี้มานานแล้วนะคะ”

“แกอยู่ของแก สบายของแก แล้วฉันล่ะ แก่ป่านนี้ยังไม่เกษียณสักทีเพราะไม่มีคนดูแลธุรกิจที่บ้านต่อ มีลูกก็เหมือนไม่มี ไม่เคยมาช่วยทำงาน ไม่เคยโผล่หัวมาดูสักครั้งว่าฉันทำอะไรเพื่อแกไปบ้าง”

“นิวไม่ต้องการทรัพย์สมบัติของคุณพ่อค่ะ คุณพ่ออยากจะยกให้ใครก็เชิญ นิวไม่แคร์” จบคำนั้นในห้องครัวก็เงียบกริบไร้เสียงใดๆ น้ำตาชายวัยกลางคนเอ่อคลอขึ้นมา เสียใจจนหาคำพูดใดๆ มาเปรียบไม่ได้

“ไม่เอาก็เรื่องของแก แต่ฉันจะยกให้หลานของฉัน!” ว่าจบก็ลุกจากเก้าอี้ จ้องมองหน้าลูกสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย “ว่างวันไหนก็เข้าไปหาฉันที่บริษัทด้วย แกไม่อยากได้อะไรฉันก็ไม่ว่า แต่แกอย่าเอาทิฐิมาบังตาจนทำให้หลานของฉันต้องลำบาก อยู่แบบอดๆ อยากๆ กับแกเลย ฉันรักแก แล้วก็รักหลานมาก ไม่เคยรักใครไปมากกว่าพวกแก แล้วฉันก็ไม่เคยคิดจะยกสมบัติให้คนนอกสายเลือดอย่างที่แกดูถูกฉันในใจ”

“นิวไม่ได้...” วณิชยาจะเถียง ท่านรีบยกมือห้าม

“เลิกพูดได้แล้ว ฉันเหนื่อยจะฟังเสียงแว้ดๆ ของแกเต็มที ถ้าหลานตื่นแล้วก็ฝากบอกด้วยว่าวันหลังตาจะซื้อของเล่นมาให้อีก ฉันกลับล่ะ” ท่านตวัดมือลงวางแนบข้างลำตัวจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องครัว ความสัมพันธ์ในสายเลือดระหว่างเขากับลูกสาวมันคงจะขาดไปนานแล้วสินะ คงนับจากวันที่ท่านจรดปลายปากกาเซ็นใบหย่ากับภรรยา

คุณเดชาน้ำตาซึม เอียงใบหน้าไปมองประตูห้องที่หลานชายกำลังนอนหลับ อยากเข้าไปกอด ทว่าต้องตัดใจแล้วออกไปจากที่แห่งนี้ ส่วนวณิชยานั้นใช่ว่าจะมีความสุขที่ได้พูดอะไรในแง่ลบแบบนั้น หัวเข่าหล่อนอ่อนยวบ ทิ้งกายลงนั่งบนพื้นหมดเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน แบบนี้ดีแล้วใช่ไหม มันดีจริงๆ ใช่ไหม ทำไมหล่อนถึงรู้สึกอยากร้องไห้

“คุณพ่อทิ้งนิวกับคุณแม่ไปตั้งนาน ฮือ... แล้วจะกลับมาหานิวทำไมคะ” หลังมือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตา ไม่ปล่อยให้มันพรั่งพรูไหลลงมา ข้างนอกอาจดูเหมือนเป็นคนเข้มแข็ง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเนื้อในแล้วหล่อนอ่อนแอและโหยหาความรักความอบอุ่นจากคนครอบข้างมากแค่ไหน

เจ้าของร่างเล็กมีอากัปกิริยาสั่นระริกตามแรงสะอื้น หัวใจบอบบางจนแทบทนรับความเสียใจอีกไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบิดา หรือเรื่องของผู้ชายใจร้ายคนนั้น เมื่อไหร่กันนะ ชีวิตหล่อนถึงจะมีความสุขสักที วณิชยาชันเข่าขึ้น ซบใบหน้าลงร่ำไห้และคอยกอดคอยปลอบตัวเอง

 

 

 

 

นางฟ้าลวงรัก
คณานางค์
www.mebmarket.com
เขาใจร้ายขับไสไล่ส่งเธออย่างเลือดเย็น ไม่รัก ไม่สนใจ ทั้งที่เธอกำลังจะบอกว่า 'ท้อง' เขาก็ไม่ยอมฟังวันคืนผันเปลี่ยนทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งเด็กชายตาใสในอ้อมกอดของเธอ ทำให้ก้อนเนื้อกลางอกซ้ายของเขาเต้นแรงช่วยบอกที... เด็กคนนั้นคือลูกเขาใช่ไหม?“น้องไนท์ไม่ใช่ลูกของคุณ ต้องให้บอกกี่ครั้งคุณถึงจะยอมเข้าใจสักที! แกไม่ใช่ลูกคุณ ลูกของฉันต้องไม่มีพ่อชั่วๆ แบบคุณ!”“นิว!” เสียงเข้มตวาดลั่น รุนแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน ชาครีย์ส่งแรงไปบนปลายนิ้วมากขึ้นเพื่อขยุ้มหัวไหล่บาง จงใจให้แหลกคามือ“ตอบมาว่าอยากได้เงินมากเท่าไหร่ ถ้าต้องอุ้มท้องลูกที่เกิดจากพ่อชั่วๆ อย่างผม คุณต้องการเงินเท่าไหร่ฮะนิว ตอบผมมาสิ!”“ไม่เอา ฉันไม่อยากมีลูกกับคุณ” “แต่อยากมีกับมันงั้นเหรอ ดี! ไม่เอาเงินก็ไม่ต้องเอา แล้วอย่าหวังว่าจะได้จากผม เพราะแม้แต่บาทเดียวผมก็ไม่มีวันยกให้คุณ!”“จำไว้ จำทุกคำพูด ทุกการกระทำ... ของคุณในวันนี้ไว้ให้ดี เพราะฉันจะไม่มีวันให้อภัย จะไม่มีวัน... ยกโทษให้คุณ”เขาหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ กดร่างหล่อนให้นิ่งมากกว่าเดิม ลดใบหน้าลงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ “จำทำไม คุณสำคัญอะไรกับผม” ------นิยายแนวโรมานซ์-ดราม่านะคะ ภาคจบของหนุ่มๆ ในบ้านชนานนท์ค่ะอ่านตัวอย่างก่อนซื้อน้า จะได้ไม่ผิดหวังกรณีไม่ชอบ1. นางฟ้าเปื้อนราคี (คุณธัน-เอ๋ย)2. นางฟ้าร่ายรัก (คุณวิน-ข้าวหอม)3. นางฟ้าลวงรัก (คุณคีย์-นิว)




แสดงความคิดเห็น

emotion