ตอนที่ 2 (100%) หาตัวจนเจอ!

ตอนที่ 2 (100%) หาตัวจนเจอ!

18 / 26    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

ชาครีย์กึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟากลางบ้านอ่านรายงานการประชุมในไอแพด สายตาเขาจดจ้องตัวหนังสือผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม ทว่าหูกลับคอยเงี่ยฟังเสียงคนในบ้าน ตอนนี้ชวินทร์กำลังให้หลานสาวตัวน้อยขี่หลังเดินวนรอบในตัวบ้าน ระหว่างรอฐานิดาลงมาจากข้างบนบ้าน น้องเกวอยู่ในชุดเดรสเด็กสีขาว ถือตุ๊กตาเจ้าหญิงหนึ่งตัว เป็นของรักของหวงที่ไปไหนมาไหนจะต้องเอาติดตัวไปด้วย เพราะคุณพ่อของแกซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดตั้งแต่สมัยยังอยู่อเมริกากับณิชาภัทร สมัยนั้นน้องชายของเขาต้องไปกลับกรุงเทพ-อเมริกาบ่อยมาก ณิชาภัทรไม่ยอมให้อภัยในสิ่งที่เจ้าน้องชายเขาทำไว้ ธนาตย์อดทนอดกลั้นและใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองมากกว่าสามปี ในที่สุดน้ารัตนารวมถึงณิชาภัทรก็ใจอ่อน ยอมให้โอกาสธนาตย์ได้ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวครั้งแรก

ชีวิตครอบครัวของเจ้าธนาตย์มันแฮปปี้แล้วแหละ มีเมียสวย มีลูกน่ารัก แถมยังกำลังจะเป็นคุณพ่อลูกสอง เพราะณิชาภัทรกำลังตั้งครรภ์ ส่วนน้องชายคนรองก็อย่างที่เห็น ตกเป็นทาสฐานิดาเต็มรูปแบบ ไม่กล้าแม้กระทั่งขัดใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เฮ้อ! คิดๆ แล้วเขาก็อิจฉาเจ้าน้องชายทั้งสองชะมัด เขาเป็นพี่พวกมันแท้ๆ แต่ทำไมถึงเหงามากขนาดนี้

มีเมียก่อนพวกมันก็จริง แต่... ก็ไปกันไม่รอด หย่าขาดกันมาสามปีแล้ว ปีนี้อายุอานามเขาก็สามสิบหก เผลอแป๊บๆ เลขสี่ก็คงมานำหน้า ให้ตายเถอะ นี่เขาจะต้องโสดทั้งที่หล่อ และรวยมากแบบนี้จริงๆ เหรอ

“มาแล้ว อาข้าวหอมคนสวยเดินมานู้นแล้วค่ะ” ชวินทร์บอกเล่าเบาๆ น้ำเสียงเขาสดใส ร่าเริง ชี้นิ้วไปทางแฟนสาวให้หนูน้อยร้องเรียก

“อาข้าวหอมขา น้องเกวอยากไปหาพี่เสือแล้ว” หนูน้อยร้องเรียกคุณอาคนสวย ยิงฟันยิ้มกว้างส่งไปให้ มือเล็กกอดรอบลำคอคุณอาชวินทร์ หัวเราะอิ๊กๆ อวดฟันน้ำนมซี่เล็กเรียงสวย ยังคงขี่คออยู่อย่างนั้น

“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ แถ่นแถ้นนน ของใครเอ่ย” ฐานิดาอยู่ในชุดเสื้อกับกางเกงเข้าเซ็ตสีสันสดใส มีแว่นกับหมวกเก๋ๆ หล่อนชูช็อกโกแล็ตของโปรดของหนูน้อยขึ้น หนูน้อยดีใจมาก ปรบมือแปะๆ ชอบใจ

“ของน้องเกวค่ะ อิอิ น้องเกวรักอาข้าวหอมที่สุ๊ดเลย”

“จ้ะ จำที่แม่เอ๋ยสอนได้ไหมเอ่ย กินแล้วต้องอย่าลืมแปรงฟันนะคะ” ส่งมือมาลูบศีรษะหนูน้อยเบาๆ เอ็นดูน้องเกว ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มเก่ง ยิ้มทีตาหยีไปหมด ผิวพรรณก็สวย ขาวผ่อง ได้มาจากผู้เป็นแม่ร้อยเปอร์เซ็น เด็กหญิงตัวน้อยยกมือไหว้รับขนมมาถือเอง ฐานิดาจึงเอียงใบหน้ากลับมามองชายคนรักก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้ชายคนรัก

“คุณวินขา เราไปกันเถอะค่ะ นี่ก็บ่ายสองแล้ว”

“จ้ะ” ชวินทร์ขานรับ ใช้มือจับหนูน้อยมั่นคงก่อนจะหันหลังมุ่งหน้าเดินออกไปข้างนอก แต่ก่อนจะผ่านออกไปได้นั้นก็เห็นพี่ชายจึงทักทาย

“พี่คีย์ เดี๋ยวผมพาเด็กในสังกัดออกไปเที่ยวก่อนนะ”

“อืม เที่ยวให้สนุกนะ”

ชาครีย์ดีดกายขึ้นมานั่งพิงโซฟา หันหน้าไปมองฐานิดากับหลานสาวจอมซน ได้เที่ยว ได้กินขนมที่ชอบ หนูน้อยยิ้มกว้างเชียว คงจะรีบกินเยอะๆ ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะกลับจากภูเก็ต ไม่อย่างนั้นคงถูกคุณแม่เอ๋ยคนสวยสั่งลดปริมาณขนมหวานไม่ให้น้องเกวกินเยอะ

ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้นมองน้องชายพาแฟนกับหลานออกไปข้างนอก เสียงรถยนต์ขับเคลื่อนออกไปจนพ้นอาณาเขตถึงเอนกายลงนอนอีกครั้ง คราวนี้เลิกอ่านรายงานแล้ว วางมันไว้บนเอวสอบ และทำการพักสายตา ในบ้านเหลือเขาคนเดียว บิดามารดาออกไปทำธุระตอนเช้ายังไม่กลับ เสียงกุกๆ กักๆ ดังขึ้นไม่ไกลเท่าไหร่นักทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมา เห็นเป็นสาวใช้กำลังก้มเก็บซองจดหมายกับกล่องพัสดุที่ทำหล่นลงพื้น

“ไปรษณีย์เพิ่งมาส่งเหรอ” ส่งเสียงถามสาวใช้อายุราวสามสิบต้นที่ทำงานในบ้านมานานแล้ว เสียงนั้นเข้มมากจนหัวไหล่คนฟังสะดุ้ง

“ชะ... ใช่ค่ะคุณคีย์” ตอบเสร็จก็รีบกุลีกุจอเก็บต่อ

“เอามาวางไว้ตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะดูเอง”

“ดะ... ได้ค่ะ”

สาวใช้คำตามคำสั่งกระฉับกระเฉง รีบเก็บ รีบโกย รีบนำมาวาง แล้วก็รีบขอตัวไปทำงานบ้านอย่างอื่น ชาครีย์หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนอื่นต้องกลัวต้องไม่ชอบเข้าใกล้เขาด้วย จะว่าหน้าดุเกินไปก็ไม่น่าจะใช่นะ

ออกจะหล่อ ชาครีย์คิดเข้าข้างตัวเอง

สายตาคมคายแฉลบสายตาไปมองไอแพดเมื่อเห็นแจ้งเตือนอีเมลใหม่ ทว่าไม่สนใจ มือใหญ่เอื้อมมาหยิบซองจดหมายเกินสิบมาดูจ่าหน้าซองทีละฉบับ จากนั้นทำการคัดแยกเพื่อจะได้นำส่งให้คนในครอบครัวได้ถูกต้อง กระทั่งบังเอิญไปเห็นฉบับหนึ่งจ่าหน้าซองถึงมารดา มือเขาสั่นนิดๆ ตาเหลือกตาลานอ่านซ้ำอีกครั้ง ให้มั่นใจว่าคนที่ส่งมาคือคนเดียวที่เขาเกลียดจริงไหม

“กมลเนตร...” มือใหญ่กำรอบจดหมายนั้นแน่นจนเป็นรอยยับ อดีตความหลังมากมายหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ ผู้หญิงคนนี้ใจร้ายยิ่งกว่าซาตาน เลือดเย็น ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกเขาที่อยู่ในท้องเจ้าหล่อน ชาครีย์โกรธจัด ตวัดหลังมือไปชนแจกันปักดอกไม้ตกลงแตกกระจาย

เพล้ง! เสียงแก้วแตกนั้นดังกึกก้องในบ้าน สาวใช้ต่างพากันมาแอบดู แต่ก็ตามเคย ไม่มีใครกล้าสู้หน้าชาครีย์ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมได้เลย ถูกเขาจับจ้องมาเป็นต้องวงแตกแหกกระเจิง พร้อมใจวิ่งหนีเป็นป่าราบ

ใจเย็นๆ เว้ย

พยายามบอกตัวเอง ทั้งที่ทั้งมือและร่างกายสั่นเทาเกินจะระงับไว้ได้ นึกถึงเรื่องเก่าๆ ทีไรเขาอยากร้องไห้ อยากปล่อยตัวปล่อยใจให้อ่อนแอ แม้จะไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ อ่อนแอแบบนี้ เขาไม่ชอบเลย! ชาครีย์มีอารมณ์เหมือนคนฟุ้งซ่านอยู่ไม่ติดที่ เขารีบขึ้นห้องไปเก็บเอกสารใส่กระเป๋าก่อนจะขับรถออกไปด้วยความเร็วสูง

“คนอะไรหล๊อหล่อ แต่น่ากลัวชะมัด”

สาวใช้คนหนึ่งนินทาเจ้านาย โดยมีคนอื่นๆ พยักหน้าตามเพียบก่อนจะช่วยกันเก็บกวาดซากแจกันที่แตกกระจาย

 

ชาครีย์มาทำบุญที่วัด และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้เพื่อนสนิทผู้ล่วงลับ ยี่สิบปีแล้วเขายังไม่ลืมมัน ในวัดอากาศสดชื่น ค่อนข้างร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ทำให้อารมณ์เสียที่สั่งสมมาจากบ้านค่อยๆ มลายหายไป กลายเป็นจิตใจปลอดโปร่ง เจ้าของร่างสูงยืนในระดับเดียวกับรูปสีขาวดำของเพื่อนผู้ล่วงลับ เจ้าอาณัติหรือเอส

“ไงเอส สบายดีไหมมึง ส่วนกูน่ะเหนื่อยมาก ทำงานงกๆ หลังแทบหักไม่รู้ว่าจะบ้าทำงานหาเงินไว้ให้ใคร เหนื่อยว่ะ กูมาทำบุญให้มึงแล้วนะ มารับเอาด้วย ของที่มึงชอบกูก็จัดมาให้หมดแล้ว เว้นน้องดาว เขาคงมีลูกมีผัวไปนานแล้วแหละ ทำใจเหอะ ถามจริง นี่มึงไปเกิดใหม่แล้วเหรอวะ ทำไมถึงไม่มาหาไม่มาเข้าฝันกูสักครั้ง หรือกูจิตแข็งเกินไปถึงไม่เห็นมึง คิดถึงมึงมากนะเว้ย ไปเกิดใหม่ในร่างไหนก็มาหามาทักทายกูบ้าง ไม่เจอกันตั้งยี่สิบปีกูเหงาปากจะแย่”

ชาครีย์พูดกวนพูดเล่นติดตลกไปเรื่อยราวกับเพื่อนสนิทกำลังยืนฟังตรงหน้า วันเวลาผ่านมาเร็วเหมือนโกหก เผลอแป๊บๆ ก็ยี่สิบปีแล้วที่เพื่อนเขาตัดสินใจจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายตามพ่อแม่ เนื่องจากครอบครัวทนแรงกดดันจากหนี้สินหลายร้อยล้านไม่ไหว เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้เศรษฐีในประเทศไทยจำนวนมากกลายเป็นอดีตเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน ส่งผลให้นักธุรกิจหลายคนมีหนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ล้มกันระเนระนาดเป็นโดมิโน่

ครอบครัวของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทของพ่อเจ๊งแบบดับสนิทจนได้ขายบ้านใช้หนี้ ต้องปลดพนักงานออกเกือบหมด พ่อเขาถูกฟ้องล้มละลาย ขึ้นลงศาลเป็นว่าเล่น ยอมรับทุกอย่างแต่ก็เท่านั้น เพราะไม่มีเงินมาใช้หนี้ บากหน้าไปยืมญาติก็ไม่มีใครให้ยืม

ตอนนั้นชาครีย์อายุสิบหกปี โตมากพอจะรู้ปัญหาของครอบครัว รู้ว่าพ่อแม่กำลังเผชิญวิกฤตจนเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว น้องชายเขาสองคนถือว่ายังเด็กแต่ก็ไม่มากถึงขนาดพูดไม่รู้เรื่อง เขากับเจ้าวินสองคนช่วยกันออกไปหางานทำตามประสาเด็ก เป็นแรงผลักดันให้พ่อแม่ไม่ยอมแพ้ อดทนสู้ต่อจนมีชีวิตที่ดีขึ้นในปัจจุบันนี้

สมัยนั้นเขามีเพื่อนสนิทอยู่สองคน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด มีเขา เอส กับวศิน พ่อแม่เอสทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับพ่อแม่ของเขา ส่วนวศิน ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก ไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่ หลังจากเจอวิกฤตได้ราวหนึ่งเดือนเขาก็ต้องพบกับข่าวร้าย เอสตัดสินใจยิงตัวตายตามพ่อแม่

ส่วนวศินนั้นไม่เห็นหัวเพื่อนหน้าไหนทั้งนั้น เงินที่ยืมไปก็ไม่คิดคืน ทิ้งให้เอสเครียดจนฆ่าตัวตาย ช่วงล้ม ใครจะเหยียบก็ไม่เจ็บเท่าคนที่ตัวเองเรียกเต็มปากว่าเพื่อน มันไม่เคยเห็นเขากับเอสเป็นเพื่อนสนิท มันข่ม มันเกลียดชัง และให้พ่อมาซื้อทุกอย่างไปเป็นของมัน หลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นตายร้ายดียังไง ข่าวล่าสุดที่รู้คือพ่อมันติดการพนันจนถูกเจ้าหนี้ตามฆ่า บริษัทโดนโกง แม่มันมีสามีใหม่เป็นคนต่างชาติ แล้วมันก็ตามแม่มันไปอยู่ที่ต่างประเทศนับตั้งแต่นั้น

“กูไม่ได้เจอแม่งอีกเลย นับจากวันที่พ่อมันกว้านซื้อธุรกิจของพ่อแม่เรา ถ้ากูเจอมันอีกนะ สาบานได้ว่ากูจะเล่นมันให้กระอักเลือดตาย ระหว่างกูกับมัน ไม่มีคำว่าเพื่อนเหลือแล้ว!

สายลมอ่อนๆ พัดมาปะทะร่างกายกำยำ เย็นกายแต่จิตใจไม่ได้เย็นตาม หลวงตาเดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดีก็เทศนาเป็นธรรมทาน ชี้นำ แนะทางสว่างให้แก่ชายผู้หลงอยู่ในภวังค์มืดมน

“ใจสุขหรือใจทุกข์ คนเดียวที่สามารถเลือกได้ก็คือโยม หลวงตาขอบิณฑบาตนะโยมคีย์ เลิกเคียดแค้นอดีต เลิกจองเวรจองกรรมต่อกัน เห็นหน้าค่าตากันมาตั้งแต่สมัยโยมยังเด็กๆ หลวงตาไม่ต้องการให้ชีวิตโยมคีย์พบเจอแต่ความทุกข์ทรมาน หาความสุขทางใจยึดติดไม่ได้”

“ผมพยายามแล้วครับ แต่ผมก็เลิกแค้นเลิกคิดมากไม่ได้”

ชาครีย์พนมมือขึ้นทว่าก้มหน้าลงไม่กล้าสบสายตากับหลวงตาที่ตนเองนับถือ สมัยนั้นเขาลำบากมากก็ได้หลวงตาคอยช่วยเหลือ

“โยมวศินกับครอบครัวของเขา ต่างได้รับผลกรรมของพวกเขาแล้ว ส่วนโยมเอสป่านนี้ก็คงไปเกิดใหม่แล้ว เท่าที่หลวงตาเห็นก็มีแค่โยมคีย์คนเดียวที่ยังทุกข์ระทมกับเรื่องในอดีต ลองกลับไปคิดทบทวนดูนะ”

“ครับหลวงตา ผมจะพยายามสู้กับความคิดตัวเองให้ได้”

มือใหญ่พนมลงกราบแทบเท้าหลวงตาผู้มีบารมี ขยับกายขึ้นมองท่านเดินด้วยกิริยาสำรวมกลับไปยังศาลาวัด

ครอบครัวเขาเคารพท่านมาก เจ้าธัน เจ้าวิน ต่างก็มาขอฤกษ์แต่งงานจากท่านทั้งนั้น ท่านบำเพ็ญเพียรจนเป็นที่นับถือของคนในละแวกนี้ ไม่ยอมรับเงินก้อนใหญ่แม้เขาจะเต็มใจบริจาคเพื่อใช้จ่ายส่วนรวม หนี้บุญคุณของหลวงตาที่มีต่อเขามีมากเหลือเกิน มากจนเขาไม่สามารถตอบแทนหลวงตาได้หมด

 

“อะไรนะน้องนิว! จนป่านนี้แล้ว เพิ่งถึงแถวนั้นเองเหรอ กว่าจะมาถึงต้องสายแน่เลย ทำไมถึงไม่รักษาเวลา ไม่ประมาณเวลาการเดินทางก่อนฮะ เอางี้... ส่งข้อมูลงานคราวๆ มาให้พี่ทางเมล์ เดี๋ยวพี่จะลองคุยกับลูกค้าก่อนในระหว่างที่น้องกำลังเดินทางมา... แค่นี้นะ”

น้ำเสียงของหญิงวัยสี่สิบต้นแสดงออกถึงความหงุดหงิดที่มีต่อพนักงานในบริษัท แม้จะสนิทกันมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับงานเอมิกาจะเข้มงวดเสมอ ไม่ต้องการให้งานออกมาไม่ดีหรือลูกค้าไม่ประทับใจ เดิมทีเอมิกาทำงานร่วมกับบริษัทออกแบบภายใน ณ เยอรมนี เก็บรวบรวมเงินทุนและประสบการณ์การทำงานจนเต็มอิ่มจึงตัดสินใจบินกลับไทยมาเปิดบริษัทที่กรุงเทพ เป็นบริษัทเล็กๆ เพิ่งเปิดมาได้สามเดือนเศษๆ เท่านั้น ต้องทำงานหนักมาก เพราะบริษัทยังไม่มีชื่อเสียง

ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา โต๊ะที่เลือกอยู่บริเวณด้านนอกสามารถมองเห็นวิวได้ชัดเจน

เอมิกานั่งรีเฟรซอีเมล์ประมาณห้ารอบก็มีไฟล์งานถูกส่งเข้ามา ถึงลูกค้าจะเป็นรุ่นน้องของสามี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเลือกบริษัทของหล่อนไปทำงานเสมอไป ดังนั้นเอมิกาจึงตั้งความหวังไว้กับงานนี้สูงมาก ถ้าหากงานผ่านไปได้ด้วยดี บริษัทก็จะเป็นที่รู้จักมากขึ้น

“อ้าว น้าเอมหวัดดีครับ มานั่งหน้าเครียดอะไรคนเดียวตรงนี้” เสียงทักทายอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เอมิกาละสายตาจากไฟล์งานมามอง ก็เห็นหลานชายตัวเองควงสาวสวย อกโต เดินมาหา

“ฟ้า นี่น้าของเราเอง”

“สวัสดีค่ะ”

สาวสวยดีกรีพริตตี้เงินล้านทำสีหน้าเบื่อโลกตลอดเวลา

“จ้ะ” สายตาคนเป็นน้าเข้มขึ้นเล็กน้อย รับไหว้สาวสวยที่ไหว้ตนเองแบบจำใจ ก่อนเหลือบสายตามองมือหลานชายที่โอบเด็กคนนี้เหมือนไข่ในหิน เด็กสมัยนี้ทำไมถึงทำตัวแรงได้ขนาดนี้นะ 

“มากินข้าวไกลบ้านจังเลยนะตาสอง แล้วทำเรื่องขอฝึกงานเสร็จแล้วเหรอถึงว่างมาควงสาว”

“ระดับสองแล้วมีดองงานด้วยเหรอครับน้าเอม เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วเหลือแค่รอวัน แต่ผมโดนอาจารย์ที่ปรึกษาติว่าทำไมไม่เลือกไปฝึกบริษัทอื่นที่ใหญ่กว่านี้ อาจารย์ผมมองข้ามมาก ยิ่งเล็กสิดี ได้เรียนรู้งานครบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่งานเบ๊ยันงานของเจ้าของบริษัท”

“คิดได้แบบนั้นก็ดี แต่ถ้าจะใช้เส้นเพื่อมากินแรงคนอื่นขอบอกเลยนะ ถึงเป็นสอง น้าก็ไม่ให้ผ่าน!” เจ้าของบริษัทออกแบบฝ่ายในขู่หลานชายตัวเอง ทว่าเขากลับทำลอยหน้าลอยตา

“สองคุยกับน้าไปก่อนนะ ฟ้าขอไปเข้าห้องน้ำแล้วจะออกไปรอที่รถ” พริตตี้สาวไม่รอได้รับอนุญาตรีบเดินบิดบั้นท้ายไปทันที ส่วนสองก็ไม่แคร์อะไร เพราะฟ้าก็เป็นแค่เพื่อนเที่ยวเพื่อนนอนที่เขาซื้อมาใช้บริการเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแคร์ ไม่จำเป็นต้องถนอมน้ำใจอะไรหล่อนทั้งสิ้น

เอมิกาส่ายหน้าเร็วและแรงมาก รีบออกตัวแรง

“ถ้าสองคิดจะคบกับผู้หญิงแบบนี้น้าไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าคบให้ถึงขั้นหวังใช้ชีวิตด้วยกัน น้ากลัวจะโดนด่าโดนฉีกอกเข้าสักวัน”

หนุ่มหล่อกระตุกยิ้มมุมปาก ทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ผมก็ไม่คิดเอาผู้หญิงแบบนั้นมาทำเมียหรอกครับ เพราะผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วและน้าเอมก็รู้ดี... ว่าเป็นใคร ขอตัวไปรอฟ้าที่รถก่อนนะครับ”

“ย่ะ” มองตามเจ้าหลานจอมเจ้าชู้จนสุดสายตาก่อนจะกลับมาสนใจงานตัวเองต่อ ลูกค้าในร้านยังไม่เยอะเท่าไหร่เพราะยังไม่ถึงเวลาดินเนอร์ ส่วนใหญ่จะมากินขนมจิบกาแฟชมวิวมากกว่า

เอมิกานั่งรอต่อไม่นานนัก น้องพนักงานที่รู้จักกันก็เข้ามากระซิบบอกว่าลูกค้าคนสำคัญมาถึงแล้ว เขาหล่อมาก หล่อแบบคมเข้มสไตล์พระเอกละครไทย เดินเข้ามาสง่าผ่าเผยสาวในร้านมองตามเป็นตาเดียว สวมเสื้อผ้ามีราคาแพงรับกับสรีระ เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็ค ชวนหลงใหล

เอมิกาวางโทรศัพท์ลงรีบลุกขึ้นยกมือไหว้นักธุรกิจหนุ่มหล่อ ใจสาวใหญ่เต้นตึกๆ กลัวการคุยงานจะออกก้อยมากกว่าออกหัว เพราะคนที่รับออกแบบงานนี้ยังเดินทางมาไม่ถึงร้าน

“สวัสดีค่ะคุณคีย์ พี่ชื่อเอลลี่นะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ”

เอมิกาผายมือเชิญด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับคุณเอลลี่” รับไหว้เร็วๆ แล้วนั่งลงตามคำเชิญของสาวใหญ่ ยิ้มให้นิดๆ พอเป็นพิธีสุดท้ายก็กลับมาตีหน้าขรึมเหมือนเดิม ยังกับตั้งเวลาเอาไว้ หยุดยิ้มเร็วจนเอมิกาใจแป้ว

“ก่อนอื่นเดี๋ยวพี่เอลลี่สั่งเครื่องดื่มให้นะคะ คุณคีย์ชอบดื่มอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” ถามพลางยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟมารับออร์เดอร์เพิ่ม หลังจากที่ตนเองสั่งกาแฟมาแล้วหนึ่งแก้ว

“กาแฟดำแล้วกันครับ”

เขาพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยให้คลายความอึดอัด เมื่อกี้แวะเข้ามาเห็นเอมิกากำลังคุยกับคนรู้จักจึงเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำรอ แต่ก็เซ็งชะมัดมีสาวจากไหนไม่รู้เดินมาชนเขาเต็มๆ ไอ้เรื่องชนเขาไม่ถือสา แต่เรื่องหลังจากนั้นนี่สิ เบื่อชะมัดที่ต้องถูกยั่วกลางวันแสกๆ

“ไม่อ้อมค้อมนะครับ พอดีผมมีธุระต้องรีบไปทำต่อ ผมเห็นผลงานของบริษัทคุณจากในอินเทอร์เน็ตแล้วเกิดถูกใจ ก็เลยเข้าไปหาข้อมูลจนเจอว่าคุณเอลลี่เป็นภรรยาของพี่ทศ คงคุยกันง่ายนะ แต่ปัญหาใหญ่คือบริษัทของคุณเพิ่งเปิดใหม่ และเล็กมากถ้าเทียบกับบริษัทที่ผมเคยใช้บริการ”

เหมือนจะเป็นการเกริ่นแนะนำที่มาที่ไปแต่ก็แปร่งๆ แปลกๆ เอมิกาจะยิ้มก็ยิ้มไม่เต็มปาก ยิ้มไม่สุด ได้แต่เออออแล้วขานรับแบบยิ้มๆ ตามนักธุรกิจหนุ่ม ขณะเดียวกันเขาก็พูดต่อ

“ผมโอเคนะถ้าหากบริษัทคุณจะเข้ามาออกแบบภายในรีสอร์ทใหม่ของผม ผมไว้ใจในฝีมือของคุณ”

“เอลลี่ต้องขอขอบคุณนะคะที่คุณคีย์ให้ความสนใจในบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ของเอลลี่ เทียบกันแล้ว บริษัทเอลลี่เล็กจ้อยจนไม่คู่ควรกับการรับผิดชอบรีสอร์ทใหม่ของคุณคีย์เลย แต่ถึงอย่างนั้นเอลลี่ก็อยากขอโอกาส ให้เอลลี่กับน้องในบริษัทได้ลองเสนอผลงานลองยื่นข้อเสนอสักนิดนะคะ ถึงบริษัทเราจะใหม่ แต่ประสบการณ์ของเราทุกคนในบริษัทไม่ใหม่นะคะ”

“พูดเข้าท่าดี ผมชอบ” ชาครีย์ยิ้ม ส่งผลให้ใจเอมิกาเริงร่าขึ้นมาหลายระดับแทบจะกรี๊ด “แล้วนี่คุณเอลลี่เข้ามาควบคุมงานเองเลยหรือเปล่า คิดว่ากว่าจะส่งงานได้คงใช้เวลานาน”

“อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ เอลลี่เป็นที่ปรึกษาทุกโครงการในบริษัทไม่ได้ไปดูแลเอง ถ้าคุณคีย์โอเคกับบริษัทเอลลี่ คนที่เข้าไปดูแลควบคุมงานจะเป็นน้องอีกคนค่ะ ประสบการณ์ทำงานอาจจะไม่นานแต่ผลงานมีเยอะมากค่ะ ความเป็นอินเตอร์ ความตอบโจทย์ลูกค้ามีสิบให้เต็มร้อยค่ะ น้องคนนี้ทำงานกับเอลลี่สมัยอยู่เยอรมนี พอเอลลี่ย้ายกลับมาเปิดบริษัทที่ไทยน้องก็ตามมาทำด้วย”

“รีสอร์ทผม ไม่ใช่ใครก็เข้ามาทำได้นะคุณเอมิกา”

บริษัทเปิดใหม่ไม่พอ คนดูแลงานยังใหม่อีกเหรอ ชาครีย์ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน คิดว่าเอมิกากำลังไม่ให้เกียรติตนเอง น้ำเสียงเอย สายตาเอย เหมือนจะเอาเรื่องให้ได้ แต่คราวนี้เอมิกาไม่ได้อ่อนข้อให้เหมือนคราวก่อนๆ

“เอลลี่อยากให้คุณคีย์โฟกัสผลงาน มากกว่าอย่างอื่นนะคะ น้องเขาติดเรื่องการเดินทางนิดหน่อยตอนนี้คงใกล้มาถึงแล้วค่ะ ในระหว่างนี้เอลลี่ขอเสนอผลงานเก่าของน้องนิวให้ดูนะคะ ส่วนใหญ่จะอยู่โซนทางเยอรมนี แต่งานที่ไทยก็มีค่ะ เป็นจ็อบเล็กๆ ไม่ใหญ่ได้เสี้ยวของรีสอร์ทคุณคีย์” ไม่วายเหน็บเพราะเริ่มจะหมั่นไส้พ่อคุณคนหล่อ ตอนทำงานต่างประเทศไม่เห็นลูกค้าคนไหนดูถูกเก่งแบบนี้ เขาจะโฟกัสผลงาน ถ้าทำชุ่ย ทำออกมาไม่ได้เรื่องถึงโดนด่าโดนตีงานกลับ

“เลือกผลงานเด่นๆ มาให้ผมดูแลดีกว่า แฟ้มเยอะขนาดนี้ผมดูไม่ไหว” เพราะมัวแต่วางมาดขรึมชาครีย์จึงไม่ทันได้ยินรายละเอียดยิบย่อยจากปากของสาวใหญ่ เขายกหลังมือขึ้นดูนาฬิกาหลายครั้ง เจ้าชวินทร์มันใช้เขาให้ไปรับน้องเกว เพราะติดทำธุระเรื่องมีโจรเข้ามางัดบ้าน

ในระหว่างรอสาวใหญ่เลือกผลงาน เขายกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบพลางเหลือบสายตามองบรรยากาศร้าน เขาไม่ค่อยชอบกรุงเทพสักเท่าไหร่ มาแป๊บๆ ก็คิดถึงทะเล อยากกลับภูเก็ต

“นี่ค่ะ เป็นการออกแบบภายในให้โรงแรมแห่งหนึ่งในมิวนิก ผลงานนี้สร้างชื่อเสียงให้เอลลี่มากค่ะแม้ว่าความจริงจะเป็นฝีมือน้องนิวก็เถอะ สมัยน้องเขาช่วยงานเอลลี่ทางออนไลน์ทุกจ็อบเลยค่ะ”

สมัยนั้นเอมิกาทำงานที่ต่างประเทศ ทว่ายังติดต่อกับวณิชยาที่อยู่เมืองไทยตลอดเวลา กระทั่งน้องย้ายไปอยู่ด้วย วณิชยาเป็นเด็กเก่ง ช่วงนั้นสมองหล่อนตันมากเพราะทำงานใช้ไอเดียมาหลายปี

“น้องนิว...”

แก้วกาแฟที่จ่อปากค้างไว้อยู่อย่างนั้น อุทานชื่อออกมาราวกับละเมอ ชายหนุ่มจี้ถามต่อด้วยความใจเย็น ทั้งที่ความจริงใจเต้นแรงมาก ชื่อนั้น จะมีความเป็นไปได้ไหมว่าจะเป็น นิว’ คนเดียวกับที่เขาตามหา 

 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น

emotion