บทที่ 2 (50%) คุณวินกับหนูข้าวหอม

บทที่ 2 (50%) คุณวินกับหนูข้าวหอม

20 / 28    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 

“คุณวิน คุณวินอยู่ไหนคะ ข้าวหอมเพิ่งฝึกทำขนมอบกรอบสูตรใหม่ ช่วยชิมให้หน่อยสิคะ” เจ้าของเสียงหวานร้องบอกเจื้อยแจ้วขณะถือจานขนมออกมาจากห้องครัว บนกายยังมีผ้ากันเปื้อนสีขาวสวมใส่

เรียกหลายครั้งชักจะหงุดหงิด ชวินทร์เป็นแบบนี้ทุกทีเลย ชอบหายอยู่เรื่อย บางวันเรียกจนเมื่อยปากเขาก็ไม่โผล่หน้าออกมา ไม่เหมือนช่วงแรกที่คบกัน ฐานิดาทำหน้าบึ้งตึง วางจานขนมไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก กวาดสายตามองหาเขารอบห้องนั่งเล่น

“คุณวิน ถ้าไม่ยอมออกมาข้าวหอมจะโกรธจริงๆ นะคะ”

ฐานิดาจำต้องเล่นบทโหด เอ่ยเสียงเข้ม พ่อคนหล่อถึงยอมก้าวเท้าเร็วๆ ออกจากหลังผ้าม่านพร้อมกับผู้ติดตามจอมซนอย่างน้องเกว พยายามตีเนียน ทำหน้าเอ๋อ ตาใส ส่งยิ้มมาให้แต่ไกล รุดกายเข้ามาประจบประแจงหล่อน

“มาแล้วจ้ะที่รักจ๋า เอ่อ... พี่มีเหตุผลนะ อย่าโกรธ ที่มาช้าก็เพราะเล่นเกมล่องหนกับน้องเกว แบบให้ทำตัวล่องหน ถ้าใครขยับหรือส่งเสียงก่อนคนนั้นแพ้น่ะจ้ะ ทีนี้พี่ขยับตัวก่อน ก็เลยแพ้น้องเกว ฮ่าๆ”

หัวเราะแห้งๆ ยกหลังมือขึ้นเกาท้ายทอย แทบหุบรอยยิ้มไม่ทันเมื่อว่าที่คู่หมั้นสุดสวยไม่ยอมยิ้มหรือหัวเราะตามเลยสักนิด แฉลบสายตาไปหาน้องเกวตั้งใจให้ช่วย แต่เด็กแสบกลับปีนโซฟาไปนั่งกินขนมหน้าตาเฉย ให้มันได้อย่างนี้สิ ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ แบบนี้เขาไม่ถูกเมียโกรธแย่เหรอ

“ข้าวหอม...” นิ้วชี้สองข้างจิ้มลงหัวไหล่เล็กเบาๆ สลับกันไปมา ออดอ้อน ไม่อยากถูกโกรธ ไม่อยากให้หล่อนทำสีหน้าแบบนี้ใส่ตนเอง

“ไม่อยากกินขนมฝีมือข้าวหอมก็บอกมาเถอะ ต่อไปข้าวหอมจะไม่ทำให้กินอีกแล้วก็ได้” สะบัดแขนไล่ หมุนกายไปนั่งบนโซฟาข้างน้องเกวพลางถอดเสื้อกันเปื้อนออกวางบนหน้าขา ชวนหลานสาวคุย

“อร่อยไหมคะ” เด็กหญิงหยิบขนมสองไม้สองมือ เคี้ยวตุ้ยๆ เต็มปาก น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดเลย เพราะขนมยังเต็มปากน้องเกวจึงพยักหน้าแทนคำตอบ ฐานิดามีความสุขมากจุ๊บแก้มหนูน้อยไปหนึ่งที “เดี๋ยวพรุ่งนี้อาทำให้กินอีกนะคะ น้องเกวกินเยอะๆ เลยนะ จะได้โตเร็วๆ นะคะ”

“ค่ะ อาข้าวหอม”

เด็กหญิงเกวลินว่านอนสอนง่าย อุณหภูมิในห้องนั่งเล่นเย็นสบาย ไม่ร้อนเหมือนข้างนอก น้องเกวกินขนมดูการ์ตูนอย่างมีความสุข หัวเราะคิกๆ ตามหลัง มองอาวินตามไปง้ออาข้าวหอม ทุกวันอาทิตย์ชวินทร์กับธนาตย์จะกลับมาบ้านใหญ่เป็นประจำ ธนาตย์พาลูกพาภรรยามาด้วย

ส่วนชวินทร์ก็พาว่าที่คู่หมั้นมา เขากับฐานิดาเพิ่งเปิดตัวคบกันได้ไม่กี่เดือนหลังจากอาศัยอยู่ด้วยกัน และดูใจกันมานานหลายปี เขาไม่เคยเบื่อหล่อน ไม่เคยต้องการทำให้หล่อนน้อยใจ แต่ก็คุยกันหลายครั้งแล้วเรื่องขนมหวานว่าเขาขอไม่กิน อายุมากขึ้นทุกวัน ถ้าไม่ควบคุมอาหารจำพวกแป้งกับน้ำตาล มีหวังลงพุง อ้วนเป็นหมู ขืนเขาหมดหล่อแล้วเมียหนีไปมีแฟนใหม่ เขาไม่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆ เหรอ ฐานิดาเป็นคนสวย เก่ง น่ารัก แถมคุณตาของหล่อนยังรวยมาก

คิดดูเองเถอะว่าสวีตหวานทั้งชีวิตจริงทั้งในโลกอินเทอร์เน็ต แต่พอห่างหูห่างตานิดเดียวก็มีผู้ชายตามมาจีบ มาขอเบอร์ ขอไลน์ แล้วผู้ชายพวกนั้นธรรมดาซะที่ไหน ลูกนักธุรกิจ ผู้รากมากดี คนมีเงินมีฐานะร่ำรวยทั้งนั้น ธรรมดาลงมาหน่อยก็หน้าที่การงานดี เงินเดือนเฉียดแสน หึหึ! ดังนั้นเขาจะต้องรักษารูปร่าง หน้าตา ให้ดูดีแบบนี้ต่อไปสักห้าสิบปี!

เท้ายาววิ่งตามไปรวบเอวคอดเล็ก ดึงร่างหล่อนกลับมากอดกลางบ้านไม่กลัวใครผ่านมาเห็น ปากเล็กจิ้มลิ้มยื่นออกเล็กน้อย งอนหนัก สะบัดปลายคางหนี อดใจไม่ไหวก็ถูกเขาใช้นิ้วแตะปลายคางสวยให้เชิดขึ้นมารับจูบ ยัง... ยังจะสะบัดหางเสียงงอนๆ ใส่อีก เขาก็จูบอีก

“อืม... พอแล้วค่ะ เดี๋ยวมีคนผ่านมาเห็นเข้า” พูดออกไปอย่างนั้นเหมือนจะดูดี แต่เปล่าเลย ไม่ใช่ ปลายนิ้วฐานิดากรีดไปมาบนเสื้อโปโลสีขาวก่อนจะขยุ้มคอเสื้อเขาให้โน้มใบหน้าลงมาตะโบมจูบหล่อนอีกครั้ง

“อย่าขยันทำตัวน่ารักนักสิ แค่นี้พี่ก็หลงรักหัวปักหัวปำจะแย่” ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าข้างหูหญิงคนรัก เลื่อนสายตาสื่อความหมายมาสบประสานกับแม่สาวสวย หล่อนเฉไฉปรายสายตามองไปทางอื่น อมยิ้มมุมปาก เมียเขาน่ารักปนเซ็กซี่ เห็นอย่างนั้นชวินทร์ก็ยิ่งคลั่ง สอดสองมือใหญ่เข้าไปรวบเอวคอดเล็กมากอดแน่น แนบริมฝีปากฝังลงแก้มนุ่มหลายต่อหลายครั้ง จุ๊บซ้ายสองที ขวาสองทีจนฉ่ำปอด

“ไม่รู้ทำไมถึงรักข้าวหอมมากขึ้นทุกวัน” รักมากจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปากที่พูดเพื่อให้หญิงสาวตายใจ ชวินทร์แอบรักฐานิดามาเป็นเวลานานแต่ต้องอดทน อดกลั้น ไม่แสดงออกให้หล่อนรู้ เนื่องจากสถานะของตนเองนั้นเป็นผู้ปกครองจำเป็นของหล่อน เดิมที ฐานิดาเป็นน้องสาวของเพื่อนรุ่นน้อง ทว่าเพื่อนคนนั้นเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ชวินทร์สงสารเห็นว่าหล่อนไม่มีครอบครัวคนอื่นหลงเหลือ ก็เลยทำตัวเป็นป๋ากระเป๋าหนัก เสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย การเรียน และการเงิน

ผ่านมากี่ปีกี่เดือนกี่วันก็ไม่รู้ที่เขาเผลอใจแอบรักหล่อนหมดใจ ถ้าหากพี่ชายกับน้องขายไม่ข่มขู่เอาไว้ อย่าหวังเลยว่าฐานิดาจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยจากเสือร้ายอย่างเขาจนกระทั่งหล่อนเรียนจบปริญญาตรี แต่ก็ดีแล้วแหละ นั่นถือเป็นการพิสูจน์ตัวอย่างหนึ่งว่าเขารักหล่อนมากจริงๆ รักมากที่สุดในชีวิต รักหมดใจจนสามารถมองผ่านผู้หญิงสวยนับร้อยที่เข้ามาในชีวิต และตั้งมั่นรอคอยหล่อนแต่เพียงผู้เดียว

อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงกำหนดหมั้นหมาย คุณตาของหล่อน ท่านบุรินทร์ ทศวรรณ’ ชายชราหัวการค้าซึ่งเป็นนักธุรกิจมือฉกาจ ท่านเป็นคนหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ในความคิดเขามันนานเกินไปใจจริงอยากหมั้นเช้าแต่งเย็นพรุ่งนี้เลย แต่ก็นะ เป็นไปได้ซะที่ไหนกัน คงต้องตามใจผู้ใหญ่ฝ่ายหล่อน ชวินทร์ดีใจที่ไม่มีอุปสรรค์ใดๆ คุณตาหล่อนก็ดูเหมือนจะชอบเขา ชอบคนในตระกูลของเขามาก จึงปราศจากสิ่งกังวลใดๆ

“ข้าวหอมเองก็รักคุณวินเหมือนกันนะคะ รักมากที่สุดเลย อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอดชีวิต”

“โอ๋... พูดแค่นี้ทำไมต้องน้ำตาคลอ” หัวเราะเสียงสดใส เอ็นดูแฟนเด็ก ขี้แยจังเลยแม่คุณ ชวินทร์รวบร่างเล็กเข้ามากอดแน่นกว่าเดิม กดศีรษะหล่อนแนบลงกลางอกกว้าง ยกมือขึ้นลูบไล้เส้นผมสลวยแผ่วเบา

“ก็ข้าวหอมรักคุณวินจริงๆ นี่นา” อุบอิบเถียงเบาๆ ตวัดสองแขนขึ้นกอดเขากลับบ้าง คุณวินตัวโต กอดทีไรก็อบอุ่นไปทั้งหัวใจ มีความสุขที่สุดเลย เช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ว่าจะวันไหนๆ ก็อยากกอดเขาแบบนี้อีก

“รู้แล้วครับ” ชายหนุ่มพรมจูบบนหน้าผากนวล ก่อนจะดันหัวไหล่บางออกห่างเบาๆ “เกือบลืมไปเลย เมื่อกี้ไอ้หมอหน้าจืดโทรมาแต่ตอนนั้นข้าวหอมอยู่ในครัว พี่ก็เลยรับสาย ตอบมันห้วนๆ แล้วตัดสายทิ้ง”

“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยคะ ข้าวหอมไม่อยากทะเลาะกับคุณวินเรื่องพี่ปุ๊อีกแล้วนะ” ใบหน้าสวยกระเง้ากระงอด ปัดมือเขาออกไม่ยอมให้คนนิสัยไม่ดีแตะเนื้อต้องตัว “คุณวินก็เห็นว่าพี่ปุ๊ดีกับข้าวหอมมากแค่ไหน อีกอย่างเขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปมากกว่าพี่ชายน้องสาว”

“พี่ขอโทษนะครับ อย่าโกรธพี่เลยนะ ก็แค่วางฟอร์มไปงั้นแหละ หวง ไม่ชอบให้ผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับข้าวหอม” ผิดเต็มประตูเลยไหมละนายวิน บางครั้งยังอดสงสัยไม่ได้ว่าฐานิดาแอบกิ๊กกับไอ้หมอหน้าจืดนั่นหรือเปล่า ทำไมถึงชอบโกรธเวลาเขาพูดจาไม่ดีกับมัน เฮ้อ! หวงก็ผิด

“หายโกรธพี่เถอะนะคนดี คนเก่ง คนสวย เดี๋ยวพาไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าสวยๆ” แอบเห็นหางตาหล่อนแฉลบมองมา โธ่... เด็กหนอเด็ก ง้อง่ายจริงเชียว ชวินทร์ได้ใจรีบรุดกายเข้าไปกอดว่าที่คู่หมั้นสวยอีกครั้ง

หมั่นไส้จัง หยิกสักทีดีไหมนะ ฐานิดากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งเพราะเขิน รีบหลบสายตาชายคนรัก “คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ไม่งั้นโกรธ”

“ครับ ไม่ทำอีกแล้วครับ” ออดอ้อนออเซาะหวานเกินใคร สาวใช้กี่คนผ่านมาเห็นก็ต้องรีบหลบ เปิดทางให้คุณๆ ทั้งสองสวีตหวานกลางบ้าน ช่างสิ เขาแคร์ซะที่ไหน ไม่เล่นบทอีโรติกกลางบ้านก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว ก็ดูเมียเขาซิ ทั้งสาว ทั้งสวย แถมรูปร่างยังน่าครอบครองอีก

“พอแล้วค่ะ ข้าวหอมอายคนอื่นเขา” แก้มนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ตีมือ ตีแขนชายคนรักให้ปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ เขาอิดออด ทว่าท้ายที่สุดก็ยอมปล่อย ไม่ใช่เพราะหล่อนขอร้อง แต่เพราะเห็นชาครีย์ พี่ใหญ่ของบ้านเดินผ่านหน้าตัวเองตรงไปยังห้องครัว ไม่พูดไม่จาอะไร

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี ไม่ว่าจะยุ่งวุ่นวายแค่ไหนพี่ชายเขาก็จะกลับกรุงเทพเป็นประจำ กลับมาเพื่อระลึกอดีตและทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เพื่อนสนิทที่ล่วงลับด้วยการตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง พี่คีย์เป็นคนขรึม ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ เหมือนคนเย็นชา แต่เอาเข้าจริงก็ต้องการความรัก ความเข้าใจ ครั้งหนึ่งพี่ชายเคยตัดสินใจพลาดแต่งงานกับผู้หญิงที่รักเงินเหนือสิ่งอื่นใด หล่อนร้ายกาจ กล้ากระทั่งทำแท้ง ดังนั้นพี่ชายก็เลยมีบาดแผลในใจเกี่ยวกับเรื่องความรัก

“พี่คีย์ซึมๆ ไปนะ ข้าวหอมว่าไหม แทบไม่คุยกับใครเลยตั้งแต่กลับจากภูเก็ต” ชวนว่าที่คู่หมั้นให้มาร่วมถกเถียงปัญหาใหญ่ตรงหน้า

“ข้าวหอมก็คิดแบบนั้นค่ะ แต่ไม่กล้าถาม” เวลาใจดีคุณคีย์ก็แสนจะใจดี แต่พอสวมบทเงียบขรึม แทบจะไม่มีใครกล้าพูดกับเขาด้วยซ้ำ

“เอางี้ ข้าวหอมไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่สวยๆ แต่ห้ามสั้น ห้ามโป๊ ห้ามแหวก โอเค้? ชวนน้องเกวไปเปลี่ยนด้วย เดี๋ยวบ่ายสองเราออกไปเดินห้าง กินข้าว ดูหนัง ซื้อของกัน ระหว่างนี้พี่จะเข้าไปคุยกับพี่คีย์”

“แต่ข้าวหอมยังทำขนมไม่เสร็จเลยนะคะ”

“ไม่ต้องทำแล้ว จะขุนพี่ให้อ้วนไปถึงไหน หืม?” เลิกคิ้วขึ้นสูงจะเอาเรื่องแม่คนสวย เจ้าหล่อนส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ เขินที่ถูกจับได้

“โอเคค่ะ รักที่สุดเลย” เข้ามาจุ๊บแก้มสากระคายฟอดใหญ่ก่อนจะย้อนกลับไปหาเด็กหญิงเกวลินจอมซนที่ห้องนั่งเล่น หนูน้อยกินขนมเลอะเต็มมือเต็มปากหมด ดูทีวีพลางเล่นตุ๊กตาพี่เจ้าหญิงอยู่คนเดียว ทางด้านชวินทร์นั้นตรงดิ่งไปยังห้องครัวเห็นสาวใช้กำลังตั้งโต๊ะอาหารเที่ยงมาเสิร์ฟให้พี่ชาย ตอนนี้เลยเวลามื้ออาหารมานานมาก เขากับฐานิดาก็เรียบร้อยไปแล้ว ดังนั้นพี่ชายจึงต้องกินมื้อเที่ยงคนเดียว

“ไง กินข้าวด้วยกันไหม”

“ผมเรียบร้อยแล้วครับ แค่มานั่งเป็นเพื่อนเฉยๆ”

“อืม” ครางรับในลำคอ รอกระทั่งสาวใช้จัดโต๊ะเสร็จก็สะบัดมือไล่ออกไป ในห้องครัวจึงเหลือแค่เพียงเขากับน้องชายคนกลางเท่านั้น มันนั่งจ้องมองหน้าเขาอย่างนั้น จะตักอะไรกินอะไรก็สะดุดสายตามันตลอด “กินไม่ลงโว้ย อะไรของนายวะวิน นายมีอะไรจะคุยกับพี่หรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอก แต่ผมแค่สงสัยว่าทำไมสีหน้าพี่ถึงไม่ค่อยดี ปกติพี่ขรึมนะ แต่ไม่มากเท่านี้” วิจารณ์ไปตามตรง พี่ชายเขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ตักข้าวเข้าปากหลายคำมาก ข้าวพร่องเกินครึ่งกว่าจะตอบ

“พี่ก็รู้สึกเหนื่อยๆ น่ะ ไม่มีอะไรหรอก ขอบใจมาก”

“ผมไม่เชื่อหรอก เป็นน้องพี่มาตั้งกี่ปี”

“อยากเลิกเป็นวันนี้ไหมล่ะ”

“เฮ้ยโกรธอะไรผมเนี่ย” อุทานขึ้นมาเสียงดังลั่นบ้าน

“ล้อเล่นน่ะ” ชาครีย์กระตุกรอยยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มแรกนับจากกลับมาเยี่ยมบ้านที่กรุงเทพ สองสามวันมานี้เขามีเรื่องให้คิดเยอะ โดยเฉพาะเรื่องของวณิชยา ทบทวนในใจดูดีๆ แล้วก็พบว่าเขาอยากเจอหล่อนอีก ถ้าหากมีโอกาสได้เจอก็อยากจะซักถามทุกสิ่งที่เคยค้างคาในใจ รวมถึงความรู้สึก ณ เวลานั้น ว่าหล่อนเคยรักเขาจริงๆ หรือเปล่า

“หน้าตาไม่เห็นจะเหมือนคนล้อเล่นเลย”

ชวินทร์บ่น หน้าตาบึ้งตึง ทำงอนไปงั้นแหละ รู้อยู่ว่าพี่ชายไม่สนใจ ไม่ยกเท้าขึ้นถีบเก้าอี้เขาก็บุญหัวแล้ว นั่งมองพี่ชายกินข้าวนานชักจะหิวตามจึงดึงตะกร้าผลไม้มาปอกกิน “ผมว่าจะออกสักบ่ายสอง แล้ววันนี้พี่จะออกไปไหนหรือเปล่า”

“เย็นๆ นู้นแหละ พี่มีนัดคุยกับคุณเอมิกา”

“เรื่องรีสอร์ทใหม่ใช่ไหมครับ”

“ใช่ นัดไปคุยกันเรื่องรายละเอียดการจ้างงาน ถ้าไม่โอเค ก็ต้องหาทีมงานใหม่” โครงการรีสอร์ทใหม่ของเขา เป็นการร่วมทุนกันกับเพื่อนสนิท กำลังอยู่ในช่วงของการก่อสร้าง บังเอิญว่าเขาไปถูกใจผลงานการตกแต่งภายในของมัณฑนากรคนหนึ่งจึงติดต่อไปให้เข้ามารับงานนี้ เห็นว่าทีมงานลงไปดูสถานที่มาแล้ว ทุกอย่างโอเค เขาจึงจะคุยเรื่องสัญญาจ้าง บริษัทต้นสังกัดเป็นบริษัทเล็กๆ เพิ่งเปิดในไทยได้ไม่กี่เดือน เจ้าของบริษัทเป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบอยู่ประเทศเยอรมนี

 “นายทุนเงินหนาแบบพี่ชายผม ใครจะไม่อยากร่วมงานด้วยล่ะครับ คิดมาก” พูดพลางกินลำไย มันหวาน หอม อร่อยจนหยุดมือไม่ได้

“พูดอะไรกรุณาเช็คหน้าพี่ชายนายด้วย”

หน้าขรึมอย่างเขา ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้ ให้คุยด้วยห้านาทียังเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา แต่ก็ชินแล้วแหละ

ชาครีย์เป็นคนนิสัยแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ถ้าไม่ใช่คนที่อยากคุยด้วยเขาจะกระทำตัวไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่ เช่น จะจิกตา จะพูดห้วน

“ดูแล้วน่า เช็คแล้ว ก็หล่อซะขนาดนี้” ชวินทร์อวยพี่ชายตัวเองใหญ่เลย โยนลูกลำไยไปให้ พี่ชายก็รับไปแกะเปลือกกินทันที

“เฮ้อ!” ถอนหายใจ หลุบสายตาดูเปลือกลำไยเลื่อนลอย “จะว่าไปพี่ก็มีเรื่องค้างคาในใจตามที่นายสงสัยจริงๆ นั่นแหละ”

“นั่นไง มีอะไรเล่ามาให้หมดดดด” เซนท์เขาก็แรงไม่แพ้ผู้หญิงจับกิ๊กแฟนล่ะวะ ชวินทร์หยุดการกินลำไยลง ณ วินาทีนั้น จ้องมองพี่ชาย สงสัยจะกดดันเกินไป พี่ชายมาดขรึมถึงโยนเปลือกลำไยมาใส่หน้า

“สอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นชะมัดเลยนายเนี่ย” ไม่ใช่ไม่อยากเล่า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่ายังไง รายละเอียดมันเยอะเกินไปจนขี้เกียจพูด

“คนอื่นที่ไหน นั่นพี่ นี่น้อง” ชี้นิ้วไปทางพี่ชาย จากนั้นวกกลับมาจิ้มอกตัวเอง ก่อนจะเก็บเปลือกลำไยลูกดังกล่าวมาใส่ถังขยะดีๆ

“เอาไว้ถ้าอยากเล่าพี่จะเล่าให้ฟังแล้วกัน ตอนนี้นายรู้แค่พี่กำลังตามหาผู้หญิงคนนี้ก็พอ ถ้าเจอแล้วให้รีบบอก”

หยิบโทรศัพท์ออกมาจิ้มๆ เลื่อนหารูปเก่าของวณิชยาที่เคยถ่ายคู่กับเขาเมื่อหลายปีก่อน ใบหน้าหล่อนอ่อนเยาว์ไร้เครื่องสำอางแต่ก็ฉายแววสวย วณิชยานั่งข้างเขาชูสองนิ้วส่งยิ้มมาให้กล้อง ฉากหลังของรูปเป็นบ้านหลังเล็กบนเกาะไอรัก ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวของเขา

ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้แวะไปค้างที่เกาะ เพราะติดงานขยายรีสอร์ทที่ร่วมทุนกับเพื่อนสมัยเรียนที่ชื่อชิน ความคืบหน้าการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเกือบหกสิบเปอร์เซ็น ฝ่ายออกแบบภายในกำลังเข้ามารับงานต่อ คาดว่าน่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการได้ภายในปลายปีนี้

“ใครเหรอพี่ หน้าน่ารักดีจังเหมือนเด็กมหาลัย”

ชวินทร์ดึงทิชชู่มาเช็ดมือ รับโทรศัพท์จากพี่ชายมาซูมดูรูปดังกล่าว หัวคิ้วเข้มขมวดนิ่งเข้าหากัน เงยหน้ามองพี่ชายผู้มีใบหน้าเรียบเฉย สายตาว่างเปล่าราวกับคนไร้หัวจิตหัวใจ ออกจะไปทางเบื่อโลก

“ทำไมผมไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วพี่ก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง”

“เถอะน่า อย่าถามอะไรให้มันมากความนักเลย”

ถามเยอะซะจริง ชาครีย์ตีสีหน้าดุใส่น้องชาย เอ็ดมันนิดๆ ก่อนแย่งโทรศัพท์กลับคืนมาไม่ให้ชวินทร์ดูต่อ มันซูมไปซูมมาจนหน้าจอเขาแทบถลอกตามแล้วมั้ง ไม่รู้ว่าจะอยากรู้อยากเห็นอะไรขนาดนั้น

ชาครีย์อิ่มทั้งข้าวทั้งผลไม้จึงลุกจากเก้าอี้ไปล้างมือ เดินหลบหนีจากน้องชายออกไปข้างนอก มันร้องเรียกตามหลังเสียงดังเชียว เขาได้ยิน แต่พยายามไม่สนใจ จะให้เขาตอบว่าอะไร

ให้ตอบตามความจริงไปว่า เธอคือของตายที่เขาเคยได้แล้วเฉดหัวทิ้ง อย่างนั้นเหรอ มันจะฟังดูสารเลวเกินไปไหม?

 

 

 

 

ฝากติดตามด้วยนะคะ ^//^ 

 

 

นางฟ้าลวงรัก
คณานางค์
www.mebmarket.com
เขาใจร้ายขับไสไล่ส่งเธออย่างเลือดเย็น ไม่รัก ไม่สนใจ ทั้งที่เธอกำลังจะบอกว่า 'ท้อง' เขาก็ไม่ยอมฟังวันคืนผันเปลี่ยนทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งเด็กชายตาใสในอ้อมกอดของเธอ ทำให้ก้อนเนื้อกลางอกซ้ายของเขาเต้นแรงช่วยบอกที... เด็กคนนั้นคือลูกเขาใช่ไหม?“น้องไนท์ไม่ใช่ลูกของคุณ ต้องให้บอกกี่ครั้งคุณถึงจะยอมเข้าใจสักที! แกไม่ใช่ลูกคุณ ลูกของฉันต้องไม่มีพ่อชั่วๆ แบบคุณ!”“นิว!” เสียงเข้มตวาดลั่น รุนแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน ชาครีย์ส่งแรงไปบนปลายนิ้วมากขึ้นเพื่อขยุ้มหัวไหล่บาง จงใจให้แหลกคามือ“ตอบมาว่าอยากได้เงินมากเท่าไหร่ ถ้าต้องอุ้มท้องลูกที่เกิดจากพ่อชั่วๆ อย่างผม คุณต้องการเงินเท่าไหร่ฮะนิว ตอบผมมาสิ!”“ไม่เอา ฉันไม่อยากมีลูกกับคุณ” “แต่อยากมีกับมันงั้นเหรอ ดี! ไม่เอาเงินก็ไม่ต้องเอา แล้วอย่าหวังว่าจะได้จากผม เพราะแม้แต่บาทเดียวผมก็ไม่มีวันยกให้คุณ!”“จำไว้ จำทุกคำพูด ทุกการกระทำ... ของคุณในวันนี้ไว้ให้ดี เพราะฉันจะไม่มีวันให้อภัย จะไม่มีวัน... ยกโทษให้คุณ”เขาหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ กดร่างหล่อนให้นิ่งมากกว่าเดิม ลดใบหน้าลงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ “จำทำไม คุณสำคัญอะไรกับผม” ------นิยายแนวโรมานซ์-ดราม่านะคะ ภาคจบของหนุ่มๆ ในบ้านชนานนท์ค่ะอ่านตัวอย่างก่อนซื้อน้า จะได้ไม่ผิดหวังกรณีไม่ชอบ1. นางฟ้าเปื้อนราคี (คุณธัน-เอ๋ย)2. นางฟ้าร่ายรัก (คุณวิน-ข้าวหอม)3. นางฟ้าลวงรัก (คุณคีย์-นิว)



 


แสดงความคิดเห็น

emotion