บทที่ 1 (50%) โลกหมุนเรามาเจอกันอีกครั้ง

บทที่ 1 (50%) โลกหมุนเรามาเจอกันอีกครั้ง

25 / 33    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

 



 

 

ภายในสนามบินนานาชาติดอนเมือง แม้เวลาจะเกือบหกโมงเย็นแต่ผู้โดยสารยังคงหนาแน่นดังเดิม ชาครีย์ ชนานนท์ นักธุรกิจมาดเข้มวัยสามสิบหกปีอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กวัยสามขวบเจ็ดเดือนไว้ในอ้อมแขนแบบสบายๆ ในสายตาคนนอกมองมาเสี้ยววินาทีก็ตัดสินว่าทั้งสองเป็นพ่อลูกกันร้อยเปอร์เซ็น แม้หน้าตาจะคล้ายกันเพียงบางส่วน บางทีหนูน้อยอาจจะได้หน้าตาและผิวพรรณขาวผ่องมาจากผู้เป็นแม่

“ลุงคีย์ กินอีกนะคะ” ขนมอีกชิ้นถูกป้อนเข้าปากคุณลุงมาดเข้ม หนูน้อยร่างกะทัดรัดมีใบหน้าเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักน่าเอ็นดู ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรักชื่อ 'เด็กหญิงเกวลิน ชนานนท์เพิ่งย้ายจากประเทศสหรัฐอเมริกากลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่ถึงปี ย้ายมาครั้งนี้เป็นการย้ายถาวรเพราะคุณพ่อคุณแม่ปรับความเข้าใจกัน ฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกันมาหลายปีในที่สุดก็ได้ครองรักและมีพยานรักเพิ่มอีกหนึ่งคนอยู่ในท้อง

คุณพ่อของหนูน้อยชื่อ ‘ธนาตย์ ชนานนท์’ น้องชายคนเล็กของชาครีย์ เจ้าน้องชายหนีไปพักใจที่เกาะไอรักตอนถูกเมียขอหย่าเพราะเข้าใจผิดคิดว่าธนาตย์มีเมียน้อย หลังจากความจริงเปิดเผยณิชาภัทรกระเตงลูกสาวตัวน้อยกับลูกในท้องไปง้อสามีถึงบ้านเขา ง้อกันไปง้อกันมาทั้งสองเปลี่ยนเกาะเขาเป็นสีชมพูหวานแหวว หนุ่มโสดอย่างเขาทนดูไม่ไหวต้องหอบหลานสาวกลับกรุงเทพ

“น้องเกวหิวข้าวหรือยังคะ”

“ไม่หิวค่า”

“หึหึ วันหลังลุงคีย์จะให้กินขนมน้อยๆ”

“ไม่ได้น๊า น้องเกวชอบกินขนมค่ะ” หนูน้อยประท้วงเสียงเล็ก แก้มป่อง น่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ลุงคีย์พูดเหมือนคุณแม่เลยชอบบอกจะไม่ให้น้องเกวกินขนมกับช็อกโกแลตทั้งที่น้องเกวชอบมากแท้ๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องกินข้าวเยอะๆ นะคะ ไหน อยากกินอะไรเอ่ย เดี๋ยวลุงคีย์พาไปกิน ชี้เลย ร้านนั้นดีไหมคะ” ชาครีย์อุ้มหลานสาวมายังโซนร้านอาหาร ชี้นิ้วไปร้านนั้นร้านนี้ขอความเห็นจากหนูน้อย

นิ้วเล็กจิ้มบนแก้มเอียงลำคอซ้ายทีขวาทีใช้ความคิดก่อนจะคลี่รอยยิ้มซุกซน ชี้นิ้วป้อมๆ ไปยังร้านสีแดง “น้องเกวอยากกินไก่ค่ะ

โอเคค่ะ เราไปกินไก่ทอดแล้วค่อยกลับบ้านเนอะ” ชาคีย์ยิ้มน้อยๆ กระชับอ้อมแขนอุ้มหลานสาวตัวน้อยตรงดิ่งไปยังร้านอาหาร 

“ค่า” น้องเกวตอบรับเสียงสดใส มือเล็กหยิบขนมเข้าปากตลอดเวลา กินเก่งแต่น้ำหนักก็ยังตัวเบาเหมือนเดิม

ชาคีย์มองหาโต๊ะว่าง เห็นมุมหนึ่งว่างไร้ผู้คนก็ก้าวเท้าไปทางนั้น เขาวางหลานลงบนเก้าอี้ “น้องเกวนั่งรอตรงนี้ อย่าลุกไปไหนนะคะ”

“ค่ะ หนูจะคุยกับคุณพ่อรอ” หนูน้อยว่านอนสอนง่าย ยิ้มแฉ่งประจบประแจงคุณลุงสุดหล่อ ซึ่งคุณลุงก็รับรู้และหยิบโทรศัพท์ออกมา

“จ้ะ เดี๋ยวลุงต่อสายให้” ชาคีย์กดเบอร์ของน้องชาย “นี่จ้ะ”

“ขอบคุณค่ะ” หนูน้อยร่าเริง รับโทรศัพท์มาจากคุณลุง รอครู่เดียวก็ได้ยินเสียงคุณพ่อ น้องเกวร้องทักเจื้อยแจ้ว

“คุณพ่อขา คิดถึงจังเลย หนูมาถึงสนามบินแล้วนะคะ ลุงคีย์พามากินไก่ บอกถ้าน้องเกวไม่กินข้าวจะไม่ให้กินขนมเยอะๆ”

ปากเล็กจิ้มลิ้มคว่ำลงอย่างเอาแต่ใจ แต่ก็แป๊บเดียวเท่านั้นเพราะน้องเกวไม่อยากเอาแต่ใจนาน ถ้าคุณแม่รู้ คุณแม่จะดุ แล้วก็จะลงโทษด้วยการไม่ให้กินขนมหนึ่งวันเต็มๆ ลำบากคุณพ่อต้องแอบเอามาให้กิน พอคุณแม่จับได้ คุณพ่อก็ต้องถูกลงโทษตามน้องเกวอีกคน เด็กหญิงเกวลินไม่อยากเห็นคุณพ่อถูกคุณแม่ดุ

หึหึ คิดถึงคุณพ่อหรือขนมของคุณพ่อกันแน่คะ’ ธนาตย์รู้ทันลูกสาว ยัยหนูยิ่งโตยิ่งน่ารัก พูดเก่งมาก บางครั้งเขาแทบฟังไม่ทัน

“น้องเกวคิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ รีบมากอดหนูไวๆ นะคะ”

ไว้อีกสองสามวันคุณพ่อกับคุณแม่จะกลับไปกอดนะคะ จะกอดแน่นๆ เลยลูกรัก’ คุณพ่อตอบกลับมาอย่างเอาใจ น้องเกวดีใจมาก ยิ้มแฉ่งให้โทรศัพท์ จับไว้แน่นๆ เครื่องมันใหญ่ไปกลัวจะหลุดมือ

“ค่ะ” น้องเกวกลับกรุงเทพมาหาคุณปู่คุณย่าที่กรุงเทพพร้อมกับลุงคีย์ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ยังไม่กลับมาจากภูเก็ต 

ลุงคีย์อยู่ไหนเหรอลูก

“ไปซื้อไก่ทอดค่ะ”

ลุงคีย์กลับมาโต๊ะหรือยังเอ่ย

ยังค่ะ แต่ลุงคีย์ยืนมองน้องเกวตลอดเลย อิอิ” 

ฟันเล็กสวยมากเวลายิ้มทำให้โลกสดใสขึ้นมา น้องเกวไม่ใช่เด็กขี้แยร้องไห้งอแงเวลาอยู่ห่างจากพ่อแม่ เพราะเดิมทีตั้งแต่แรกเกิดหนูน้อยอาศัยอยู่กับคุณแม่ที่ต่างประเทศ ส่วนคุณพ่อเทียวบินไปหาบ่อยๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ขอแค่ได้ยินเสียงจากในโทศัพท์แม้จะไม่ได้เห็นหน้าหนูน้อยก็ไม่ร้องไห้

นั่งรอลุงคีย์อยู่ตรงนั้นนะลูก อย่าไปไหนโดยไม่บอกลุงคีย์ คุณพ่อห่วง’ กำชับอีกครั้ง น้องเกวซุกซนตามวัย ดื้อไม่มีใครเกินจึงต้องห่วง

ค่ะ คุณพ่อขา ลุงคีย์บอกว่าจะพาน้องเกวไปดูพี่เสือพี่ช้างด้วยค่ะ แล้วก็ไปนั่งเรือเป็ดที่สวนสัตว์ อาข้าวหอมกับลุงวินก็ไปด้วย ต้องสนุกมากแน่เลยค่ะ น้องเกวจะไปนั่งดูพี่เสือนอนหลับ อิอิ

เหมือนครั้งก่อนที่เคยไปกับคุณพ่อคุณแม่ น้องเกวขี่หลังคุณพ่อเดินดูพี่เสือในหลายๆ กรง หนูน้อยพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยเปื่อยเสียงสดใส

หึหึ ระวังโดนพี่เสือจับกินนะคะ

ธนาตย์เสมองภรรยานั่งลงเคียงกายทิ้งศีรษะลงนอนหนุนตักหล่อนเปิดลำโพงวางโทรศัพท์กลางอกกว้างฟังเสียงแก้วตาดวงใจพูด

คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ น้องเกวเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่งอแง พี่เสือไม่กินน้องเกวหรอกค่ะ อิอิ”

จ้ะ ลูกสาวของคุณพ่อน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดเลย

“น้องเกวน่ารัก อิอิ”

หลงตัวเองเหมือนคุณพ่อไม่เปลี่ยนเลยนะ ลูกรัก

“น้องเกวป่าวน๊า คุณแม่”

ลูกสาวยิ่งโตยิ่งพูดเก่ง ณิชาภัทรเอ็นดูลูก

ตาชมมาถึงหรือยังคะ

“ยังค่ะ ลุงคีย์โทรหาเมื่อกี้คุณตาชมบอกรถติดมากเลย อุ๊ย คุณแม่ขา กระเป๋าใครไม่รู้เงินตก น้องเกวขอไปเก็บให้นะคะ

หนูน้อยตกใจรีบวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ร่างกะทัดรัดรีบปีนป่ายลงจากเก้าอี้วิ่งออกไปหน้าร้าน หยิบกระเป๋าเงินสีขาวขนาดยาวบนพื้นขึ้นมา ออกแรงวิ่งตามหลังผู้หญิงเจ้าของกระเป๋าเงินคุณคนนั้นกำลังอุ้มเด็กชาย น้องน้อยมองมายังตนเองตาแป๋วปากดูนิ้วโป้งจ๊วบๆ

น้องเกว อย่าวิ่งออกไป!” ร้องตามหลังเสียงดัง

“เดี๋ยวกลับมาเอานะครับ

หันหน้ามาบอกพนักงานก่อนวิ่งตามหลานสาวออกมา กลัวจะพลัดหลงกับหลานเพราะช่วงเย็นวันเสาร์นักเดินทางเยอะมาก เขาเป็นผู้ชายตัวโต ขายาว วิ่งตามแป๊บเดียวมาหยุดอยู่หน้าร้าน

“กระเป๋าเงินของคุณตกค่ะ หนูเก็บให้” หนูน้อยวิ่งไปดักข้างหน้าเจ้าของกระเป๋าเงินและส่งคืนให้ จ้องมองผู้หญิงคนนั้นนัยน์ตาใส

“ขอบใจนะจ๊ะ เอาตังค์ไปกินขนมนะ” ผู้หญิงคนนั้นเปิดกระเป๋าอย่างยากลำบากเพราะอุ้มตัวเล็กอยู่ด้วย หยิบเงินออกมาส่งให้

“ไม่เป็นไรค่ะ น้องเกวทำดีไม่หวังสิ่งตอบแทน”

“น่ารักจังเลย ขอบใจมากนะ”

วณิชยาเอื้อมมือลงไปจับหัวไหล่เด็กหญิง ซาบซึ้งใจ ลูกเต้าเหล่าใครนะทำไมถึงเลี้ยงลูกได้ดีขนาดนี้ ถ้าหนูน้อยไม่ช่วยเก็บมาให้คงจะลำบากแย่ หล่อนกับลูกคงไม่มีเงินใช้

ร่างสูงยืนนิ่งไม่ไหวติงคอยตั้งใจฟังบทสนทนาเงียบๆ สมองเขาในตอนนี้ลืมไปซะสนิทว่าวิ่งตามหลานสาวออกมา จู่ๆ น้ำใสก็ไหลเอ่อขึ้นคลอเต็มเบ้าตา มือเขาสั่นระริกจนไม่สามารถกำรอบได้ นี่คือความจริงใช่ไหม ไม่ใช่ความฝันหรือคิดเพ้อไปเองคนเดียวใช่ไหม ชาครีย์มองแผ่นหลังบอบบางแสนคุ้นเคย เลื่อนผ่านมามองหน้าเด็กชายตัวเล็ก แววตาของตาหนูทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นหลายระดับ แทบจะกระเด็นกระดอนออกจากหน้าอกข้างซ้าย เขารู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้จนภาพมากมายในอดีตหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความทรงจำ คือหล่อนใช่ไหม วณิชยา...

กี่ปี กี่เดือน กี่วันผ่านมาแล้วที่ไม่ได้พบเจอกัน ไม่ได้ยินกระทั่งข่าวคราวความเป็นอยู่ แม้จะเห็นเพียงข้างหลังแต่เขาก็จำได้แม่นยำ ไม่เคยลบลืมภาพหล่อนได้สักวินาทีเดียว เพราะเคย รัก’ หล่อนหมดหัวใจ

ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเลยด้วยซ้ำ สติกลับมาอีกทีก็ตอนที่น้องเกววิ่งเร็วๆ ผ่านผู้หญิงคนนั้นกลับมาหาเขา

“เรากลับเข้าไปกินไก่กันเถอะค่ะลุงคีย์”

น้องเกวยิ้มกว้าง คิดถึงคุณพ่อ อยากกลับไปคุยกับท่านต่อ หนีมาเมื่อกี้ท่านต้องตกใจแน่ๆ แรงส่งจากปลายนิ้วเล็กขยุ้มขากางเกงเบาๆ ไม่ทำให้สนใจไปมากกว่าจังหวะการเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้น ที่ค่อยๆ เอียงใบหน้ากลับมาทางด้านหลังเพื่อจะมองว่าใครคือ ลุงคีย์

วินาทีแรกที่ได้สบตากัน ทั้งสองต่างอึ้งไม่แพ้กัน ไม่มีคำพูดใดๆ จะพรรณนาความรู้สึกจากข้างในได้มากกว่าน้ำใสๆ ในดวงตา

วณิชยากำกระเป๋าเงินแน่นและโอบกระชับลูกน้อย ปกป้องแกไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมให้เขาได้เห็น

“นิว...” ชื่อนี้หลุดออกจากปากเขาครั้งแรกในรอบหลายปี สติกลับมาแล้วทั้งคู่ เป็นวณิชยาที่ไวกว่ารีบอุ้มลูกเดินฝ่าฝูงชนหายไป ชาครีย์ร้องเรียกหลายครั้งหล่อนไม่ยอมหัน เขาร้อนรนลดกายลงอุ้มน้องเกวพากลับเข้ามาในร้าน หยิบกระเป๋ากับโทรศัพท์วิ่งออกไปตามหาวณิชยา ได้เจอหล่อนแล้วเขาจะไม่ยอมให้เรื่องราวมันคาราคาซัง

อดีตความหลังหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ สีหน้าเศร้าหมองรวมถึงเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของหล่อนไม่เลือนหายไปจากความทรงจำ หลายปีก่อนเขาเลือกจะบีบหล่อนออกไปจากชีวิตด้วยการคืนดีกับเมียเก่า แค่แกล้งคืนดี... แต่วันนั้นกลับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอหน้าผู้หญิงที่ชื่อวณิชยา หล่อนได้หายไปจากชีวิตเขาราวกับเสียชีวิต 

นิว คุณได้ยินเสียงผมหรือเปล่า!” เสียงเข้มตะโกนเรียกสุดแรงทั้งที่ไม่รู้ว่าวณิชยาอยู่ตรงไหน เขาไม่อยากจากหล่อนทั้งที่ไม่ได้พูดคุยแบบนี้ ไม่อยากติดค้างในใจเกี่ยวกับเด็กชายตาแป๋วคนนั้น

ลุงคีย์เสียงดัง ร้อง... เรียกใครคะ น้องเกวกลัว

เด็กหญิงตัวน้อยเบะปากจะร้องไห้ตามที่บอกจริงๆ คนมองมาเยอะมาก น้องเกวตกใจ กลัวไปหมดแล้วตอนนี้ บอกลุงคีย์หลายครั้ง ลุงก็ไม่ยอมฟัง ชาครีย์ไม่มีสติจะฟังอะไรทั้งนั้น ยังคงออกแรงวิ่งตะโกนเรียกชื่อวณิชยา จนตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานและนักเดินทางในละแวกนี้ 

 “อย่าขี้ขลาดสินิว คุณอยู่ไหน ออกมาคุยกับผมก่อน!

“ฮือ...” น้องเกวปล่อยโฮออกมา น้ำตาไหลเต็มแก้ม ชาครีย์เหมือนคนสติแตกคลุ้มคลั่งวิ่งไปทั่วสนามบิน ตะโกนจนถูกตำรวจสนามบินเข้ามาตักเตือน ไม่เช่นนั้นจะจับเขาไปควบคุมสติอารมณ์จนกว่าจะมั่นใจว่าเขาไม่ได้คลุ้มคลั่ง ทว่าเขาไม่สน ด่าตำรวจกลับไม่เกรงกลัว กระทั่งหนูน้อยในอ้อมแขนส่งเสียงร้องไห้จ้าเขาถึงยอมสงบสติอารมณ์ ตัดใจจากการตามหาวณิชยาพาหลานสาวมานั่งเก้าอี้ริมทางเดินกอดปลอบไม่ยอมปล่อย เช็คน้ำตาให้หนูน้อยไม่ขาดมือ

“ฮึก... ฮือ... คุณพ่อ คุณแม่ น้องเกวอยากกอด ฮือ...” กำปั้นเล็กถูกยกขึ้นมาขยี้ดวงตา น้องเกวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยากกลับบ้าน

น้องเกวจ๋า อย่าร้องไห้นะคะ ลุงคีย์ขอโทษ ลุงคีย์แค่อยากเจอผู้หญิงคนที่น้องเกวเก็บกระเป๋าเงินให้” สายตายังคงสอดส่องมองหาเผื่อจะเจอวณิชยาอีกครั้งและถามไถ่ว่าหลายปีที่ผ่านมาหล่อนไปอยู่ไหน หายไปไหน ทำไมไม่ไปเที่ยวเกาะไอรักบ้างทำไมถึงทำเฉยเหมือนลืมเขาได้แล้ว ลืมได้แล้วจริงๆ เหรอ ทั้งที่... เราสองคนลึกซึ้งกันขนาดนั้น

“ฮึก... ฮือ...” เด็กหญิงตัวน้อยพยายามกลั้นเสียงร้องไห้ แต่กลั้นไม่ไหว พอคุณลุงจะกอดก็ขยับหนี ไม่ยอมให้คุณลุงแตะต้องตัวเอง

ลุงคีย์ขอโทษ น้องเกวอย่าโกรธเลยนะคะ”

“ฮือ... ลุงคีย์น่ากลัว”

“ลุงคีย์ผิดไปแล้ว ลุงคีย์ขอโทษ ต่อไปจะไม่ส่งเสียงดังให้น้องเกวตกใจอีก สัญญาค่ะ” ส่งนิ้วใหญ่ไปให้หนูน้อย หนูน้อยยังร้องไห้แต่ก็ยอมยกนิ้วก้อยเล็กขึ้นมาเกี่ยว เท่านั้นเองชาครีย์ก็ยิ้มกว้าง ดีใจที่หลานสาวหายโกรธ “ถ้าน้องเกวเจอผู้หญิงคนนั้นอีก รีบบอกลุงนะ

ฮึก... ค่ะ ถ้าเจอน้องเกวจะบอกลุงคีย์

“อย่าร้องนะคนเก่ง ลุงว่าเรากลับไปกินไก่กรอบๆ กันเถอะนะคะ”

ชาครีย์ย้อนกลับมากินไก่ทอดร้านเดิม ตลอดเวลากินเขาพยายามมองหาตำแหน่งกล้องวงจรปิดในร้านบางทีอาจจะจับภาพวณิชยาได้ ได้แค่คิดเท่านั้น การขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านยุ่งยากกรณีทำของหายในร้านต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันถึงจะสามารถมาขอดูได้ แต่กรณีนี้ 'เมียหาย' เขาถอนหายใจ ทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า กลอกสายตาลอกแลกมองหลานสาวคุยโทรศัพท์กับพ่อคุณแม่เล่าเรื่องเมื่อกี้ให้ฟังแล้วก็ตามระเบียบ

หนูน้อยเล่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นไม่มีหมกเม็ดเสียงใสแจ๋วเชียว รู้เลยว่าได้นิสัยช่างพูดนี้มาจากเจ้าน้องชายเขาชัดๆ

เฮ้อ! ดูท่าว่าเร็วๆ นี้เขาคงถูกคนในบ้านซักฟอกยกใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นแน่แท้ 

เอาไงดีล่ะนายคีย์ หนีกลับภูเก็ตตอนนี้ทันไหมนะ

 

 

 

 

 

วันนี้อัปไปหลายเรื่องเลย

ถ้าใครชอบสไตล์การเขียนของคณานางค์ ฝากตามอ่านเรื่องอื่นด้วยนะคะ 

 

นางฟ้าลวงรัก
คณานางค์
www.mebmarket.com
เขาใจร้ายขับไสไล่ส่งเธออย่างเลือดเย็น ไม่รัก ไม่สนใจ ทั้งที่เธอกำลังจะบอกว่า 'ท้อง' เขาก็ไม่ยอมฟังวันคืนผันเปลี่ยนทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งเด็กชายตาใสในอ้อมกอดของเธอ ทำให้ก้อนเนื้อกลางอกซ้ายของเขาเต้นแรงช่วยบอกที... เด็กคนนั้นคือลูกเขาใช่ไหม?“น้องไนท์ไม่ใช่ลูกของคุณ ต้องให้บอกกี่ครั้งคุณถึงจะยอมเข้าใจสักที! แกไม่ใช่ลูกคุณ ลูกของฉันต้องไม่มีพ่อชั่วๆ แบบคุณ!”“นิว!” เสียงเข้มตวาดลั่น รุนแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน ชาครีย์ส่งแรงไปบนปลายนิ้วมากขึ้นเพื่อขยุ้มหัวไหล่บาง จงใจให้แหลกคามือ“ตอบมาว่าอยากได้เงินมากเท่าไหร่ ถ้าต้องอุ้มท้องลูกที่เกิดจากพ่อชั่วๆ อย่างผม คุณต้องการเงินเท่าไหร่ฮะนิว ตอบผมมาสิ!”“ไม่เอา ฉันไม่อยากมีลูกกับคุณ” “แต่อยากมีกับมันงั้นเหรอ ดี! ไม่เอาเงินก็ไม่ต้องเอา แล้วอย่าหวังว่าจะได้จากผม เพราะแม้แต่บาทเดียวผมก็ไม่มีวันยกให้คุณ!”“จำไว้ จำทุกคำพูด ทุกการกระทำ... ของคุณในวันนี้ไว้ให้ดี เพราะฉันจะไม่มีวันให้อภัย จะไม่มีวัน... ยกโทษให้คุณ”เขาหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ กดร่างหล่อนให้นิ่งมากกว่าเดิม ลดใบหน้าลงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ “จำทำไม คุณสำคัญอะไรกับผม” ------นิยายแนวโรมานซ์-ดราม่านะคะ ภาคจบของหนุ่มๆ ในบ้านชนานนท์ค่ะอ่านตัวอย่างก่อนซื้อน้า จะได้ไม่ผิดหวังกรณีไม่ชอบ1. นางฟ้าเปื้อนราคี (คุณธัน-เอ๋ย)2. นางฟ้าร่ายรัก (คุณวิน-ข้าวหอม)3. นางฟ้าลวงรัก (คุณคีย์-นิว)



 


แสดงความคิดเห็น

emotion