Chapter 1 Prologue

Chapter 1 Prologue

24 / 40    0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

       ..........ที่เกาะแห่งนี้มีตึกสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตหรูหราหลายแห่ง เป็นที่อยู่อาศัยของมหาเศรษฐีระดับบิ๊กหลายเชื้อชาติและนักค้นคว้าวิจัย

       มีนักศึกษามาทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับงานวิจัยทางทะเล กับพวกกรีนพีซผู้ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งนักอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเล นับว่ามีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก มีทั้งฝรั่งแขกจีนไทย

       ชาวประมงมีทั้งคนไทยจีนเจ้าของเรือ ส่วนลูกเรือส่วนใหญ่เป็นคนพม่ากับคนอีสาน พวกนี้มักมาเช่าบ้านพักอาศัยชั่วคราวในยามพายุเข้าออกทะเลหาปลาไม่ได้และกลับเข้าฝั่งไม่ได้

       ตลาดกลางเกาะ มีร้านขายยาเพียงหนึ่งเดียวประจำเกาะ

       สาวทอมวางมาดเก๊กเคร่งขรึม ไม่กล้าบอกว่าจะทานเอง ไม่อยากให้ความลับใหญ่หลวงแตกดังโป๊ะ!

       “ยาคุมกำเนิดแผงหนึ่ง เอ่อ... จะซื้อไปให้แฟนกิน”

       “แฟนเป็นผู้หญิงสาวใช่ไหมครับ”

       เภสัชกรประจำร้านยาเริ่มถาม โดยไม่เกรงว่าจะเป็นการขัดใจลูกค้า

       ทำไมจะต้องถามเรื่องมากด้วยนะ

       “ก็งั้นซี ...ถามแปลก”

       สาวทอมกล่าวตำหนิด้วยท่าทางเก๊กกวนๆ

       “เอ๊... ผู้หญิงกับทอมไม่น่าท้องด้วยกันได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องทานยาคุมก็ได้นี่ครับ”

       เภสัชกรประจำร้านยามีความเห็นเชิงวิเคราะห์

       ชักกวนใจลูกค้าสาวทอมที่เริ่มอารมณ์หงุดหงิด

       “ตกลงจะขายไหมครับยาคุม แค่ไปหยิบมาขายก็สิ้นเรื่อง”

       “เอ่อ... ร้านเราไม่เคยมีผู้หญิงมาซื้อยาคุม ทางร้านเลยไม่เคยสั่งมาขายครับ”

       “หะ!

       สาวทอมอุทานตกใจ

       ตายท้องกลมอุแม่เจ้า

       หลังจากนั้นจึงได้รับการชี้แจงไขความกระจ่างว่า... ที่นี่ไม่มียาคุมกำเนิดขายเพราะมีแต่ผู้ชาย คนที่นี่ร่ำรวยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูหลายครัวเรือนเป็นคู่เกย์

       ส่วนคนพื้นเมืองมักส่งลูกหลานหนุ่มสาวไปเรียนและอาศัยอยู่ในเมือง แล้วทำงานในเมือง ที่นี่ไม่สะดวกต่อการเดินทางทางเรือ ไกลแผ่นดินใหญ่พอควร ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงเหลือแต่คนชราวัยเกษียณทั้งสิ้น ไม่มีใครรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นหญิงสูงวัยอยู่ในวัยหมดประจำเดือนกันไปแล้ว

       “อย่างนั้นเอา condom สองโหล”

       “ใช้ได้หรือครับเป็นทอม? เอ่อ... ผ่าตัดแปลงเพศ? มี... มีปิกาจู้อันนั้นเหรอครับ”

       เภสัชกรพูดเอ่ออ่าราวกับว่าเกรงใจ ไม่วายซักถามล้วงลึกจนแทบรับฟังไม่ได้ ถามมากความจนลูกค้าหมดความตั้งใจจะซื้อสินค้าจำเป็นไปเลย

       “อยากจะบ้า! ถามไรอย่างนั้น ไม่ซื้อมันแล้ว ...ไปล่ะ”

      

       ..........โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนกระทั่งมาถึง...

       ห้องเช่าชาวเล

       ลักษณะเป็นห้องแถวเรือนไม้เก่าผุใกล้พังมีชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังคามุงสังกะสีขึ้นสนิมผุกร่อนหากฝนตกมีรั่วซึม มันเป็นห้องแถวราคาถูกที่ชาวเลมาเช่าอาศัยชั่วคราวเวลาติดพายุหรือต้องมาส่งปลาขายที่ตลาดสดของเกาะที่ห่างไกลแผ่นดินใหญ่แห่งนี้

       “หน้านิ่วคิ้วขมวดไปหัวเสียมาจากไหนฮึยัยลูกคุณหญิงจันทร์เจ้าขา”

       เสียงห้าวทุ้มกังวานของชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่เอ่ยทักเพื่อนเพศหญิง

       ซึ่งเธออยู่ในชุดทอมบอย กางเกงลาเท็กซ์หนักสีดำมันเลื่อมกับเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเดียวกัน สวมหมวกแก๊ปหันหน้าหมวกไปด้านหลัง ผมสีน้ำตาลดัดลอนยาวเกือบประบ่า

       “แม่ฉันชื่อจันทร์เจ้าเฉยๆ ย่ะอิพี่คบ”

       หันมาแก้คำผิดที่ถูกเพื่อนเพศชายเรียกขานชื่อมารดาบังเกิดเกล้า แล้วเม้มปากจากเรียวปากรูปกระจับกลับกลายเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์คว่ำในค่ำคืนแรม พลางถอนหายใจแบบกลุ้มๆ

       “เฮ้อ...”

       เพื่อนหญิงจึงเอ่ยถามขึ้นบ้างอย่างเป็นกังวลในอะไรบางอย่าง เสียงพูดนั้นอึกอักในลำคอ

       “แล้วซื้อมาได้ไหม? ...ยาคุมน่ะชยา”

       “ร้านยาที่นี่ไม่มีขายอ่ะลีนิน เขาบอกว่าที่นี่มีแต่คนแก่ปลดเกษียณเป็นหญิงวัยหมดประจำเดือน กับครอบครัวคนรวยที่เป็นคู่เกย์ นอกนั้นเป็นชาวประมงมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว ไม่มีผู้หญิงเลยไม่ได้สั่งยาคุมมาขาย ไม่รู้มีถุงยางอนามัยขายหรือเปล่า อิเภสัชกรมันซักถามมากจนฉันอาย เลยไม่กล้าซื้อแล้ว”

       “เฮ้อ... อย่างนี้ฉันก็แย่สิ เพิ่งได้งานทำงานแรกในชีวิตนักศึกษาจบใหม่ จะรอดไหมเนี่ยถ้าเกิดฉันโดนปล้ำล่ะ ไม่อยากจะคิด ฮึก... ฮึก...”

       สาวน้อยหน้ามนวัยยี่สิบสามปีทำเสียงเหมือนเด็กแกล้งร้องไห้ ไม่มีน้ำตาสักหยด

       เพื่อนชายชักเห็นว่าพวกเพื่อนสาวอาจจะปริวิตกเกินกว่าเหตุกันไปเอง

       “ยัยลูกคุณหญิงยอดเพชรนี่ขี้กังวลจัง ฉันว่าไอ้สปานวดนั่นอาจจะไม่ใช่อาบอบนวดอย่างที่คิดกลัวกันหรอกมั้ง แล้วหล่อนไปเป็นแคชเชียร์ไม่ใช่เป็นหมอนวดนะ ใครจะมาปล้ำหล่อนเฮอะ”

       “เอ่อ... มาคิดดูแล้วคนที่น่าจะอันตรายเสี่ยงเสียพรหมจรรย์น่าจะเป็นเพศชายมากกว่า เพราะเกาะนี้มีเกย์เยอะ แล้วเจ้านายของพี่คบที่เป็นฝรั่งคนนั้นเป็นเกย์ด้วยหรือเปล่า”

       “ไม่รู้แฮะ”

       “พี่คาคบเอย... ทรามเชยเป็นหนุ่มรูปงามในสามโลก คิ้วโค้งเหมือนวงรูปเคียว ดวงตาเรียวรีเหมือนหนุ่มเกาหลี มีจมูกดั้งโด่งดังสันเขื่อน กลีบปากอย่างกุหลาบแรกแย้ม คางแหลมใบหน้ารูปหัวใจ ไฉไลไม่ใช่เล่น ใครเห็นเป็นหลงรัก จักได้สามีเป็นเกย์ เกย์ เกย์...”

       ชยาเล่นร้องเป็นเพลงแร็ป ล้อเลียนเพื่อนชายรูปหล่อ

       เขาเคยไปย้อมโกรกร้านทำผมแห่งเดียวกันจึงมีสีผมน้ำตาลโทนเดียวกัน แบบผมซอยดัดลอนระปรกคลอเคลียต้นคอระหง ตัวสูงหุ่นเพรียวลมสมส่วนไม่ต่างกับนายแบบ

       ปลายนิ้วมือเธอหยอกเย้าเล่นติ่งหูหนุ่มผู้ใส่ต่างหูตุ้งติ้งเป็นสายสร้อยห้อยระย้า

       หนุ่มเพศชายสวมใส่เครื่องประดับสร้อยคอกำไลแหวนตามแบบเทรนด์เกาหลีมาแรง

       “เออ... ขอบใจที่อวยพรให้ฉันได้ผัว”

       พูดประชดเล่นๆ และยิ้มให้ ไม่ได้ติดใจเคืองโกรธเพื่อนเพศหญิงเหมือนทอมบอย

       คาคบ ชื่อนี้พ่อตั้งให้แปลว่าแขนงกิ่งไม้ใหญ่ ถึงเจ้าตัวจะไม่ค่อยอยากใช้ชื่อนี้ แต่พ่อมีเหตุผลว่าเป็นชื่อที่เท่ห์แปลกแตกต่างจากคนไทย โตขึ้นเหมาะจะไปอยู่ต่างประเทศ

       แต่กว่าจะเติบโตเป็นหนุ่มถึงทุกวันนี้ได้ต้องอดทนเมื่อโดนเพื่อนล้อชื่อจนเคืองโกรธกันมานานแล้ว

       “คางคก... คางคก...”

       แต่สำหรับเพื่อนเพศหญิงชื่อชยา มักเรียกชื่อเขาอย่างหลากหลายและผันเพี้ยนไปแล้วแต่อารมณ์เธอ

       “อิพี่คบ”

       เรียกตอนอารมณ์บ่จอย

       “พี่คาคบ”

       เรียกชื่อเต็มตอนอ้อนแบบอารมณ์ดี

       ถ้าอารมณ์ปกติจะเรียก

       “พี่คบ”

       คาคบไม่ได้ใจลอยอยู่นานนัก จู่ๆ โดนตบไหล่ด้วยมือของชยา

       “นั่นนกนางนวลบินออกไปที่ทะเล พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน พี่คบพาพวกเราไปดูวิวทะเลหน่อยสิ”

       หนุ่มสาวทั้งสามมาจากกรุงเทพฯ เพิ่งได้งานทำไปสองคนคือลีนินกับคาคบ

       ส่วนชยายังสมัครงานไม่ผ่านจึงยังคงต้องหางานทำต่อไป

       คาคบได้ทำงานบริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์เอกชนของฝรั่งเศสซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง

       อยู่ในแผนกที่ทำงานเกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของเกาะ

       คาคบบอกข่าวการได้งานนี้กับสองสาวเพื่อนสนิท

       เธอทั้งสองซึ่งเป็นลูกสาวคุณหญิงจึงได้ขอติดตามมา ด้วยใจหวังท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่เคยมาเยือนยังเกาะแห่งนี้ด้วย

       เขาต้องเดินทางมายังสถานที่ทำงานแห่งนี้ที่อยู่ห่างไกลแผ่นดินใหญ่มาก การเดินทางลำบากต้องเช่าเหมาลำเรือเฟอร์รี่รับจ้างมา ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง

       ต่างเป็นนักศึกษาจบใหม่อยากออกไปใช้ชีวิตอิสระสู่โลกกว้างไกล ตามความใฝ่ฝันของแต่ละคน

       เปรียบไปคล้ายดั่งนกน้อยเพิ่งโผผินบินออกจากกรงทอง

       ชีวิตข้างหน้าย่อมมีประสบการณ์แปลกใหม่ให้ค้นหาและได้เรียนรู้อีกมากมาย

.


แสดงความคิดเห็น

emotion