ตอน 1 ในห้วงแห่งความทุกข์ 1/2

ตอน 1 ในห้วงแห่งความทุกข์ 1/2

6 / 267    0
coin × 0  coin × 0
ขนาดฟ้อนต์ 
ก+
ก-
โหมดกลางวัน
โหมดกลางคืน

         ภาณุเดชทรุดกายลงไปนั่งที่เก้าอี้ แม่ดาเป็นลมจนต้องแอดมิทเป็นผู้ป่วยไปอีกคน ตัวเขาหมดเรี่ยวแรงอยากตะโกนออกมาดังๆ ให้กับโชคชะตาที่แสนโหดร้าย เขาเสียลูกไปแล้วลูกจากไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เห็นหน้ากันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพศอะไรแล้วมันก็มีความเสี่ยงที่สูงเหลือเกินที่ณดาก็อาจจะจากเขาไปอีกคน

          ร่างกายณดาอ่อนแอมากส่วนจิตใจมันเกินที่จะบรรยายว่าบอบช้ำขนาดไหนจากเรื่องพิกุลและเมื่อเธอตื่นขึ้นมาและรู้ว่าลูกน้อยจากไปแล้วณดาจะรับมือกับมันยังไง เขาไม่เคยอยากเข้มแข็งมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต นาทีนี้เขาต้องเป็นเสาหลักให้ณดาและแม่ของเธอ

          “อ๊าก” ภาณุเดชทุบมือลงกับอ่างล้างหน้าและตะโกนออกมาด้วยความคับ

แค้นใจแต่ความเจ็บปวดที่มือก็ไม่อาจไล่ความโศกเศร้าไปจากใจเขาได้ เขาวักน้ำใส่หน้าสองมือใหญ่หยาบยกขึ้นมาปิดใบหน้าไว้ เขาเหนื่อยเหลือเกินอยากทิ้งตัวลงนอนตรงนี้ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปแต่ยามที่เขาหลับตาใบหน้าของณดาก็ลอยเข้ามา เขาจะอ่อนแอไม่ได้

          คุณแม่ครับ เป็นยังไงบ้างครับหลังจากเรียกสติเข้าร่างเขาก็รีบเดินมาที่ห้องคนไข้ทันที เขาขอร้องเป็นกรณีพิเศษให้คนไข้สองคนพักอยู่ด้วยกันเพราะเขาไม่สามารถแยกร่างไปดูแลทั้งคู่ได้ในเวลาเดียวกัน ตัวเขาร่วมบริจาคสร้างตึกในจำนวนเงินหลักล้านจึงได้ห้องพักแบบพิเศษด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งจากทางโรงพยาบาล

          แม่ดีขึ้นแล้ว เดชไปดูน้องเถอะ เธอไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกอกตกใจตามประสาคนแก่ก็เลยเป็นลมไปแต่ลูกสาวเธอที่นอนหน้าซีดไร้สีเลือดอยู่ข้างๆ มันช่างดูน่ากังวลเหลือเกิน เธอเสียหลานไปแล้วจะมาเสียลูกสาวไปอีกหรืออย่างไร

          ภาณุเดชเดินมานั่งทรุดกายที่เก้าอี้ข้างๆ เตียง สุดามองภาพตรงหน้า

แล้วก็ทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน พ่อเดชหมดเรี่ยวหมดแรงจากคนหนุ่มที่เคยมีกำลังวังชากลับดูอ่อนล้าโรยแรงจนนางหวั่นใจว่าจะป่วยตามกันไปอีกคน ชายหนุ่มกุมมือลูกสาวของเธอไว้แล้วเหม่อมองใบหน้าของคนที่หลับสนิทอย่างเลื่อนลอย

          พี่เดช ณดาเจ็บท้องณดารู้สึกตัวแล้ว เธอเอาอีกมือที่เขาไม่ได้เกาะกุมไว้ไปจับท้องตัวเองด้วยความทรมาน มันปวดร้าวไปหมดและเมื่อเธอเห็นสีหน้าของพี่เดช...เธอก็ใจหายวาบ

          พี่เดชลูกของเราเป็นอะไรรึเปล่าคะ ณดาถามและกลั้นใจรอคำตอบแต่พี่เดชก็ไม่พูดอะไรกับเธอเลย

          ณดา เจ้าตัวเล็กไปสบายแล้วลูกหนูลื่นล้มหมอช่วยไว้ไม่ทัน เป็นเสียงแม่ดาที่ตอบและเธอก็เพิ่งเห็นว่ามารดานอนอยู่บนเตียงคนไข้เช่นกัน

          ไม่จริงใช่ไหมพี่เดช เธอถามแล้วเขย่าแขนเขาแรงๆ

          พี่เดชพูดกับณดา ได้โปรด

          ลูกไม่อยู่แล้วค่ะณดา พี่เดชตอบและเธอก็เห็นว่าหน้าตาของเขามันทุกข์ทรมานเพียงใด ณดาล้มตัวลงไปนอนอีกครั้งเธอร่ำไห้โดยไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว

          เธอปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาเรื่อยๆ สองมือกุมท้องที่เคยเป็นที่พักพิงของลูกน้อยซึ่งบัดนี้จากเธอไปแล้ว พี่เดชซบหน้าลงมาและกุมมือเธอไว้แน่นแล้วเขาก็ร้องไห้ออกมา สุดาหันหน้าหนีไปมองทางอื่นและร่ำไห้ออกมาเช่นกัน

          ดวงขวัญลางานแบบเร่งด่วนและขึ้นเครื่องมาเกาะสมุยทันทีหลังวางสายจากพี่เดช นุมารับเธอไปส่งโรงพยาบาลและเมื่อมาถึงเธอก็พุ่งตัวไปที่ประชาสัมพันธ์สอบถามเลขห้องของณดา เธอเดินเข้ามาในห้องโดยที่คนสามคนไม่รู้ตัวเลย

          ภายในห้องมีคนป่วยหนักทางใจอยู่สามคน ดวงขวัญกวาดตามองแล้วก็เศร้าเสียใจจนไม่รู้จะหาคำใดมาเทียบได้ พี่เดชกำลังซบหน้าร้องไห้อยู่กับณดา ส่วนแม่ดาก็มีสีหน้าปวดร้าวไม่แพ้กัน

          คุณแม่ พี่เดช สวัสดีค่ะดวงขวัญเอ่ยขึ้น

          ขวัญ ณดาเรียกชื่อเพื่อนรักแล้วก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ

          ไม่เป็นไรนะแก แกยังมีฉันอยู่ภาณุเดชลุกขึ้นให้เพื่อนได้ทักทายกัน ดวงขวัญโผเข้ากอดเพื่อนแล้วก็ร้องไห้ออกมา

          แกมาเหนื่อยๆ กินอะไรมารึยังขวัญณดาปล่อยเพื่อนออกจากอ้อมแขน

          กินมาบนเครื่องแล้วแกไม่ต้องห่วงฉันหรอก พี่เดชกับคุณแม่อยากทานอะไรกันเป็นพิเศษไหมคะเดี๋ยวขวัญลงไปซื้อให้ ณดาเอาขนมดอกไม้เหมือนเดิมเนอะ ดวงขวัญคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือให้ทุกคนได้ทานอะไรบ้างไม่อย่างนั้นคงป่วยตามกันไปหมดทั้งบ้านแน่ๆ เธอไล่มองใบหน้าแต่ละคนแล้วก็สงสารจับใจจะมีใครทุกข์และเสียใจได้เท่านี้อีก

          พี่เอาอะไรก็ได้ขวัญ เอาน้ำสับปะรดมาให้ณดาด้วยนะพี่เดชตอบ

          แม่ก็เหมือนกัน ขอบใจมากนะลูกอาหารโรงพยาบาลจืดชืดแม่กินไม่ลงเลยแล้วดวงขวัญก็ขอตัวออกไป

          พี่เช็ดหน้าให้นะคะณดา พี่เดชลูบแก้มของเธอเบาๆ แล้วเขาก็เอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดให้

          ณดาขอโทษที่รักษาลูกไว้ไม่ได้ เธอจับมือเขาไว้แล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

          ณดาไม่มีสติ ณดาไม่ระวังตัวเองเลยเสียลูกไป ณดาขอโทษที่ทำให้พี่เดชเจ็บปวดทำให้แม่เสียใจ 

          พี่เดชอย่าเกลียดณดานะ แล้วณดาก็รั้งตัวเขาลงไปกอด สองมือของเธอกำแน่นไว้ที่เสื้อ

          พี่ไม่มีทางเกลียดณดา ณดาอย่าคิดแบบนั้นนะพี่ห้ามพี่สั่งเข้าใจไหม มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วพี่ก็อยากให้ณดายอมรับมันอย่าโทษตัวเองเข้าใจไหมคะ เขาแกะมือเธอออกจากหลังแล้วเอาสองมือหนาประคองใบหน้าที่ทุกข์ระทมของเธอไว้ เขาพูดกับเธอจ้องลึกไปในดวงตาของเธอว่าเขายังรักเธอเหมือนเดิม

          ค่ะ พี่เดช

          แม่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ เจ็บตรงไหนไหม

          ไม่เป็นอะไรแล้วลูกแค่ตกอกตกใจตามประสาคนแก่ นี่ไม่คิดเลยนะว่าจะได้มานอนด้วยกันในโรงพยาบาลยังกะไปพักตากอากาศแน่ะ แม่ดากล่าวอย่างอารมณ์ดีแล้วลูกสาวเธอก็ยิ้มออกมานิดนึง

          ไม่เอาละค่ะแม่ นอนด้วยกันแบบนี้ณดาไม่ชอบเลยเธอตอบแล้วทำหน้าหงอย

          งั้นก็รีบหายสิลูกจะได้กลับบ้านกัน

          ดวงขวัญหายไปชั่วโมงกว่าๆ แล้วเธอก็หอบของพะรุงพะรังกลับมาเป็นสิบๆ ถุง มีทั้งอาหารพร้อมทาน ผลไม้ น้ำและขนม ขวัญซื้อข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยมาสามถุง ผัดกระเพราไก่สามกล่อง ข้าวมันไก่สามกล่องและยังมีก๋วยเตี๋ยวอีกสามถุงด้วย ส่วนขนมเยอะจนเหมือนไปเหมามาทั้งร้าน น้ำดื่มมีตั้งแต่น้ำแดง น้ำสับปะรด น้ำมะเขือเทศ ส่วนขนมก็มีแต่ของโปรดเธอทั้งนั้นและสุดท้ายผลไม้สดมีส้ม สับปะรด มะม่วง ชมพู่และมะละกอ

          ขวัญซื้อมาอย่างละสามเลยใครอยากทานอะไรบ้างเอ่ย ดวงขวัญพยายามทำบรรยากาศภายในห้องนี้ให้มันรื่นเริงที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้

          ณดา นี่น้ำมะเขือเทศของโปรดแกดวงขวัญเตรียมจะรินใส่แก้ว

          ณดาดื่มได้ไหมคะ พี่เดชรีบถามทันทีเมื่อเห็นขวัญรินน้ำมะเขือเทศสีแดง

          ณดาเขาไม่ค่อยชอบอะไรสีแดงๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องน่ะขวัญพี่เดชรีบเสริมให้เธอเข้าใจ

          แก ฉันไม่รู้ขอโทษนะ งั้นเอาน้ำสับ...

          เอาน้ำมะเขือเทศแหละแกขอบใจนะ ฉันต้องเข้มแข็งสักทีจะคอยแต่ให้ใครมาโอ๋มาเอาใจตลอดมันไม่ได้แล้ว ณดาจะพยายามค่ะพี่เดชเธอหันไปบอกทุกคน เธอจะมัวทำตัวอ่อนแอป้อแป้เกาะติดเป็นปลิงให้พี่เดชต้องดูแลทุกฝีก้าวไม่ได้อีกแล้ว พี่เดชมีงานต้องทำและเธอก็เป็นกำลังใจเดียวของเขา

          มื้ออาหารเย็นนั้นถือเป็นมื้อที่น่าจะมีความสุขมากมื้อหนึ่งถ้าไม่ติดว่าเธอเพิ่งจะเสียลูกไปในเช้าวันเดียวกัน ดวงขวัญพยายามเต็มที่ที่จะทำให้ทุกคนหัวเราะและยิ้มออกมา เธอมองหน้าดวงขวัญแล้วก็เต็มตื้นอยู่ในใจที่เธอมีเพื่อนแสนดีอยู่เคียงข้างแบบนี้

          เอาสีอะไรก่อนดี ดวงขวัญหยิบขนมโปรดแกะออกจากถุง มันคือขนมบิสกิตรูปดอกไม้ธรรมดาๆ ที่หาซื้อได้ได้ง่ายๆ ตามร้านทั่วไปแต่มันเป็นขนมโปรดของเธอกับดวงขวัญตั้งแต่สมัยเรียนเพราะมันถูกและหาซื้อง่ายยิ่งซื้อในสหกรณ์โรงเรียนจะถูกกว่าร้านข้างนอกสองบาทเลยทีเดียว สมัยเด็กๆ เงินแค่บาทสองบาทมันก็มีค่าสำหรับเธอสองคนมาก

          สีชมพู ณดาเลือกสีโปรดของตัวเองและดวงขวัญก็เลือกสีน้ำตาลไป ขนมมีไส้ทั้งหมดสามสีคือ สีครีม สีชมพูและสีน้ำตาล ณดาจะเลือกสีชมพูส่วนดวงขวัญก็จะเลือกสีน้ำตาลทุกครั้งส่วนสีครีมทั้งคู่ก็จะแบ่งกันกินคนละครึ่ง เธอกับขวัญกินขนมนี้ด้วยกันมาเกือบสิบปีแล้ว ทั้งคู่ชอบแอบเอาไปกินในห้องเรียนหรือไม่ก็ตอนนั่งรถกลับบ้าน

          กินกันตั้งแต่เด็กจนโตไม่เบื่อกันบ้างหรอลูก แม่ดาถามด้วยความเอ็นดู

          ไม่จ้ะแม่หนูยังไม่เคยเบื่อขนมอะไรสักที แม่กินไหมจ๊ะ

          กินกันเถอะลูก แม่ไปอาบน้ำดีกว่า

          พี่เดชทานไหมคะ ณดาหันมาถามและยื่นขนมให้พี่เดชหนึ่งชิ้น

          พี่เอาสีครีม ป้อนด้วยได้ไหมคะ  ณดาป้อนขนมให้พี่เดชแล้วจูบเขาที่หน้าผากเป็นของแถม

          เออ ขวัญแล้วนี่แกจะนอนที่ไหนใครจะมารับไปโรงแรม ณดานึกได้เอาตอนเกือบสี่ทุ่มเพราะมัวแต่นั่งคุยนั่งเล่นกันอยู่จนลืมเวลา

          ขวัญนอนที่นี่แหละค่ะ พี่ก็ด้วยมีเตียงผ้าใบอยู่ตรงมุมโน้นพี่ขอกับพยาบาลไว้แล้วพี่เดชตอบเธอ

          แกไปนอนโรงแรมไหมขวัญจะมานอนหลังขดหลังแข็งที่นี่ทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วณดาเกรงใจที่ทุกคนต้องมานอนเฝ้าเธอแบบนี้ ด้านร่างกายเธอเชื่อว่าเธอไม่มีอะไรต้องห่วงมีแค่จิตใจเท่านั้นที่ต้องกังวล

          ก็ฉันอยากนอนกะแกทีนี่ แกจะไล่ฉันทำไมเนี่ยณดาดวงขวัญเริ่มทำหน้าตูม

          โอเคๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทัวร์โรงอาหารของโรงพยาบาลกันถ้าไปได้นะ

แล้วดวงขวัญก็เข้าไปอาบน้ำ ส่วนแม่ดาอาบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          พี่เดช ณดาอยากอาบน้ำค่ะเธอหันไปบอกเขาด้วยความเคยชินแต่พี่เดชกลับทำหน้าเลิ่กลั่กใส่เธอ

          ณดาไปอาบคนเดียวนะคะ เดี๋ยวพี่รอหน้าห้องน้ำพี่เดชตอบเธอแบบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง

          เข้าไปอาบกับน้องแหละเดช น้องยังไม่แข็งแรงเกิดพลาดล้มขึ้นมาอีกจะแย่เอา แม่ดาหันมาบอกแล้วกลับไปอ่านหนังสือต่อ เมื่อได้ยินดังนั้นพี่เดชจึงจูงมือเธอแล้วพาไปอาบน้ำ

          ขอบคุณนะคะ เมื่อเข้ามาอยู่ในที่ลับตากันสองคน ณดาก็จูบเขา

          ขอบคุณเรื่องอะไรคะ พี่เดชถามด้วยความงุนงง

          ขอบคุณที่ไม่โกรธณดาแต่ช่วงนี้ณดาขอทานยาคุมก่อนได้ไหมคะ ณดายังไม่พร้อมเผื่อ...

          ได้ค่ะ ไว้เราไปซื้อด้วยกันนะคะและเมื่อเธอได้เห็นร่างอันเปลือยเปล่าของพี่เดชเธอก็ร้องไห้ออกมา

          เป็นอะไรคะณดา เจ็บตรงไหนพี่เดชปิดน้ำแล้วถามเธอ

          คือ ช่วงนี้ณดาคงไม่พร้อมจะรักกับพี่เดช ณดากลัว

          พี่เข้าใจค่ะ ณดาไม่ร้องนะ ณดาอยากให้พี่ไปใส่เสื้อผ้าไหม

          ไม่ค่ะ ณดาอยากให้พี่เดชรู้ว่าณดากำลังกลัวและสับสนไม่ใช่ว่าณดาไม่รักหรือไม่ต้องการพี่เดชนะคะ ณดาพูดแล้วโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของเขาไว้แน่น เมื่อออกมาจากห้องน้ำแม่ดาก็หลับไปแล้วส่วนดวงขวัญก็เอาเก้าอี้ผ้าใบมากางนอนเรียบร้อย

          ฝันดีนะขวัญ ณดาบอกแล้วล้มตัวลงนอนข้างพี่เดชและเมื่อหลับตาภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายก็กลับมาหาเธอทันที เธอซุกหน้าแน่นลงไปที่อกของเขาพยายามเก็บกลั้นเสียงที่พร้อมจะกรีดร้องออกมาไว้สุดแรง

          เราจะผ่านมันไปด้วยกันค่ะ พี่เดชจับมือเธอไว้และกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ณดากำมือเขาไว้แน่นสักพักเธอก็คลายมือออกแล้วหลับไป ณดาไม่ได้ตื่นมากรีดร้องเลยเพราะเมื่อหัวค่ำพยาบาลจัดยานอนหลับให้ทาน ร่างกายณดาต้องได้รับการพักผ่อนแบบล้ำลึกเธอเหนื่อยอ่อนและเครียดสะสมมาพักใหญ่ๆ แล้ว

          การได้นอนหลับลึกๆ โดยไม่ต้องสะดุ้งตื่นตอนกลางดึกเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับณดาในเวลานี้


แสดงความคิดเห็น

emotion