perfect-match!รักนี้รับประกันความเหมาะสม มีอีบุควางขายที่เมพ

perfect-match!รักนี้รับประกันความเหมาะสม มีอีบุควางขายที่เมพ

107    0

https://www.bannniyay.com/avatar/member/3382/636456654826884458.jpg
ความรักที่มาพร้อมความต่่างเค้าจะฝ่าฟันอุปสรรคได้หรือไม่ตามได้ในเรื่องราคาเพียง 99บาทเท่านั้น

ตัวอย่าง

 

 

“คำว่าความรัก ความแตกต่าง การมีคู่หรือพรหมลิขิต ไม่มีคำไหนสามารถจำกัดความของคำว่ารัก เหมาะสมหรือแม้กระทั่งฐานะหน้าตา”

ชายหนุ่มวัยยี่สิบสอง ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิดหรอกภายนอกเค้าอาจจะดูเซอร์แต่ถ้ามองดูดีๆเขาก็มีความเท่ห์ มาดร็อกเกอร์เค้ามีเสน่ห์ทั้งใบหน้าที่ได้รูปเรียกว่าทุกอย่างเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวแม้ว่าเขาจะไม่หล่อเท่เหมือนพวกเทพบุตรในนิยายแต่ความที่เขาเป็นตัวของตัวเองและความที่เป็นสุภาพบุรษนิสัยดีไหนจะความซื่อของเค้าทำให้สาวๆหลงรักเค้าได้ไม่ยากเขาเป็นคนต่างจังหวัดแต่มาเรียนที่กรุงเทพ เพราะที่บ้านฐานะเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแถมครอบครัวเค้ายังเป็นหนี้เพราะขาดทุนจากการทำไร่กุหลาบ แม่ของเขาก็เจ็บออดๆแอดๆส่วนคุณพ่อของเขาก็เพิ่งมาจากไปเมื่อไม่นานมานี้แถมทิ้งหนี้สินจำนวนมหาศาลไว้ให้อีกต่างหาก ครอบครัวที่ขาดเสาหลักไปก็เหมือนต้นไม้ที่ขาดร่มใบทำให้ภาระทั้งหมดต้องมาตกที่เขากลางวันเขาก็เรียนกลางคืนก็ทำงานเป็นนักร้องในผับหรูแห่งหนึ่งย่านชานเมือง เขาใช้จ่ายอย่างประหยัดเงินติดกระเป๋าที่เหลือใช้ต่อเดือนก็ยังไม่ถึงพันเลย แต่เพื่อแม่เพื่อครอบครัวเขาจะต้องทำให้ครอบครัวได้อยู่สุขสบายให้ได้ เขาไม่เคยบ่นหรือปริปากให้คนในครอบครัวได้ทราบเลย แล้ววันนึง....โชคชะตาได้เล่นตลกกับชีวิตเขาทำให้เขาได้พบกับเธอคนนั้น เธอที่สวยออกจะไปทางน่ารักซะมากกว่าเดินผ่านหน้าเค้าไปกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอยังปลิวไปแตะที่ปลายจมูกของเค้านั่นยิ่งทำให้เค้าอยากรู้จัก อยากใกล้ชิดกับเธอให้มากขึ้น ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลกับใจเค้าเหลือเกิน นับแต่วันนั้นมาเค้าก็พยายามที่จะออกตามหาเธอและพบเธอในที่สุด ที่ๆเดียวกันกับเขาเรียนอยู่และเค้าก็พยายามทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่าเดิม หญิงสาวที่สวยผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากสีชมพูได้รูปนั่น ดวงตากลมโต ขนตางอนแพยาว ใบหน้าที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากนั่นยิ่งสวยอยู่แล้วความน่ารักสดใสแบบธรรมชาติของเธอที่ยอมรับว่าสะกดตาสะกดใจเขาเหลือเกิน

“เห้ย ไอ้เตมึงเป็นเชี่ยไรว่ะ กูเห็นมึงมองน้องคนนั้นมานานมากแล้วนะเว้ย” เจมส์เพื่อนสนิทเอ่ยขัดจังหวะหลังจากที่เห็นเพื่อนสนิทตัวเองนั่งเงียบไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งมองเปโชที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะหินอ่อน

“เปล่านิ ไม่มีอะไร”

“จะไม่มีอะไรได้ไง กูแอบเห็นนะว่ามึงอ่ะจ้องน้องเค้าตาเป็นมันเลย”

“อื้ม แล้วไง”

“ชอบก็จีบดิ ได้ข่าวว่าน้องเค้าเป็นดาวปีหนึ่ง เอกบริหาร แถมบ้านรวยอีกต่างหาก”

“มึงรู้จักน้องเขาอ๋อ”

“โห่ ไอ้ห่ากูจะไม่รู้ได้ไงเคยมีอะไรที่คนอย่างกูไม่รู้บ้างละ”

“เออ ลืมไปเรื่องชาวบ้านคืองานถนัดของมึงเลยนิ”

“ตกลงมึงด่าหรือชมกันแน่วะ”

“ชม เอ่อ...เข้าเรื่องเลย”

“น้องที่มึงกำลังจ้องตาเป็นมันนั่นนะ เค้าชื่อ น้อง เปโช พ่อกับแม่เค้าเป็นนักธุรกิจชื่อดังเลยน่ะเว้ย อีกไม่นานน้องเขาก็ต้องสืบทอดกิจการทุกอย่าง แว่วมาว่ามีคู่หมั้นละด้วยน่ะเห็นว่าพ่อแม่เขาหาให้ แดกแห้วไปก่อนนะเพื่อน”เจมส์ร่ายยาวตามที่รู้มาไม่วายตบบ่าเป็นการปลอบใจ

“แล้วไง ตราบใดที่ยังไม่แต่งกูก็มีสิทธิ์” เตวิชพูดขึ้น

“เชี่ยเต นี่มึงเอาจริงหรอวะ นี่มึงคิดจะเด็ดดอกฟ้าหรอวะ”

“ถ้ามึงรักใครก็อย่าเอาคำว่าสถานะมาตัดสิน ความรักมันต้องใช้หัวใจไม่ใช่เงินทอง” เตวิชพูดด้วยแววตาที่หนักแน่น

“พูดได้คมมาก แต่มึงอย่าลืมหมาวัดไม่มีทางได้เคียงคู่ดอกฟ้าหรอกนะเว้ย มึงอย่าโน้มเขาลงมาจะดีกว่านะเพื่อน”

“เรื่องของกู”

อีกด้าน

ตอนนี้มันก็ค่ำแล้วเปโช หรือเปมิกา รัตนนันท์ ทายาทนักธุรกิจพันล้านกำลังควานหากุญแจในกระเป๋าเพราะนี่มันก็ค่ำแล้วเธออยากรีบกลับบ้านหลังจากเลิกกิจกรรมรับน้องแต่มันติดที่ว่าเธอหามันไม่เจอแถมแถวที่จอดรถในมหาวิทยาลัยตอนนี้ก็ทั้งมืดทั้งเปลี่ยวแถมเพื่อนๆเธอก็กลับกันหมดแล้วเหลือเพียงแต่เธอที่ยืนเคว้งอยู่ตรงนี้คนเดียว

“เอ๋ๆกุญแจรถอยู่ไหนนะ หาไม่เจอสักที” เธอยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียวขณะนั้นเตวิชกำลังเดินผ่านมาทางนี้พอดีพลันสายตาคมก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กของใครบางคนที่กำลังหาอะไรสักอย่างเขาเลยตัดสินใจเดินเข้ามาถาม

“เอ่อ ขอโทษนะครับมีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ” เตวิชเอ่ยขัดเป็นจังหวะที่เปเงยหน้าขึ้นมามองทันที

“คะ คือคุณช่วยเปหากุญแจรถหน่อยได้ไหมคะพอดีเปทำมันหล่นที่ไหนก็ไม่รู้คะ”

“เอ่อ ผมว่านี่มันก็ดึกแล้วให้ผมไปส่งคุณดีกว่านะครับ ดึกแล้วเดินทางคนเดียวมันอันตราย”

“แล้วรถฉันละคะ”

“ผมว่าคุณให้คนที่บ้านคุณมาจัดการดีกว่านะครับ ส่วนตอนนี้คุณก็ไปกับผมก่อน”

“เอ่อ แต่ว่า...” เปโชมีอาการลังเลเล็กน้อยเพราะเกิดอาการไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า

“เอาน่า เชื่อใจผมได้ผมไม่มีทางทำอะไรคุณหรอก อีกอย่างผมแค่เป็นห่วงเห็นคุณเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวแล้วมายืนในที่เปลี่ยวแบบนี้มันอันตราย”

“กะ ก็ได้คะ เปให้คุณไปส่งก็ได้”

“เอ่อ อีกอย่างไม่ต้องมาเรียกคุณอะไรนั่นหรอก ผม เตวิชเป็นรุ่นพี่ของคุณเรียนอยู่ปีสุดท้ายแล้วเรียกผม พี่เตก็ได้”

“คะ พี่เต” เปโชพยักหน้า

“งั้นรอผมแปบนะ เดี๋ยวผมไปเอารถก่อน” ผ่านไปสักพักร่างสูงก็มาพร้อมกับมอเตอร์ไซด์คันใหญ่คู่ใจเขาสวมถุงมือและแจ็กเก็ตหนังสวมทับอีกชั้นและมีหมวกกันน็อคใบโตคลุมศีรษะอยู่แต่เปมิกาถึงกับอึ้งเพราะเธอไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซด์มาก่อน เธอเลยเกิดอาการเก้ๆกังๆ

“นี่รถของคุณหรอคะ”

“ก็ใช่นะสิคุณ ตกลงจะไปไม่ไป”

“แต่ฉันไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซด์มาก่อนนิคะ”

“จะไปยากอะไรละ ค่อยๆขึ้นมาและจับเอวผมแน่นๆไม่งั้นคุณร่วงลงพื้นร่างกระแทกไม่รู้ด้วยนะ”

“กะ ก็ได้คะ” เปโชพยายามทำตามที่เขาบอกหลังจากนั้นมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ก็ทะยานสู่ท้องถนนอย่างรวดเร็วเพราะเค้ามีซ้อมร้องเพลงด้วยทำให้ต้องรีบไปส่งเปโชก่อนแล้วค่อยไปที่ผับ

คฤหาสน์ รัตนนันท์

“ถึงแล้วคะ เปขอบคุณมากนะคะพี่เตที่มาส่ง”

“อื้ม ไม่เป็นไร”

“งั้นเปขอตัวเข้าบ้านก่อนนะคะ ถ้ามีโอกาสเปจะเลี้ยงขอบคุณพี่นะคะ” ก่อนไปเปโชไม่ลืมที่จะคืนหมวกกันน็อคให้กับร่างสูงก่อนจะเดินหายลับตาไป ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านเปโชก็โดนสอบสวนโดยมารดาบังเกิดเกล้าของหล่อน

“นี่ยัยเปไปไหนมาลุกกลับซะดึกดื่นเชียว” คุณหญิงผกามาศเอ่ยขึ้น

“นั่นสิลูก ไปไหนมาพ่อกับแม่เป็นห่วงแทบแย่”

“ไม่เป็นอะไรหรอกคะ พอดีเปซุ่มซ่ามทำกุญแจรถหายอีกแล้วละคะคุณพ่อคุณแม่” เปโชรีบเอ่ยก่อนที่จะโดนท่านทั้งสองตำหนิ

“โธ่ แม่นึกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกเลยเป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องรถพ่อจะจัดการให้”

“เอ่อ..ว่าแต่แล้วนี่ใครมาส่งลูกกันจ้ะ”

“เอ่อ..รุ่นพี่ที่มหาลัยนะคะพอดีเขากำลังจะกลับเลยแวะมาส่งหนูก่อน”

“จ้ะคราวหน้าคราวหลังถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็โทรหาตาเคลวินให้ไปรับนะ เพราะอีกไม่นานครอบครัวเรากับเค้าก็จะดองเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้ว” พอพูดถึงครอบครัวของเคลวิทีไรคุณหญิงผกามาศก็จะชื่นชมเคลวินออกนอกหน้าตลอด

“แม่คะ หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่ได้คิดอะไรกับเคลวินเราเป็นเพื่อนกันนะคะ”

 

“ไม่ได้ ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับเขาเท่านั้น”คุณหญิงยื่นคำขาดเพื่อเป็นการไม่ให้เห็บไรมาเกาะแกะลูกสาวของท่าน

 

ติดตามฉบับเต็มได้ในรูปแบบอีบุคที่เมพเลยนะคะ


แสดงความคิดเห็น

emotion